เช่ารถ วันหยุดยาว…ยังไงไม่นก! 🐦 
          วันหยุดยาวของญี่ปุ่น (Golden Week Japan)  ในปี 2019 นี้ พิเศษมากตรงที่มีวันหยุดรวมกันถึง 10 วัน!
ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 27 เมษายน – วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2019
เช่ารถ วันหยุดยาว ยังไงไม่นก

สำหรับคนที่มีแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษาภาคมนี้  โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ต้องวางแผนการเดินทางอย่างดีและละเอียดรอบครอบเป็นพิเศษเลยนะคะ สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ง่ายและสะดวกสบายอยู่แล้ว เพราะที่ญี่ปุ่นมีการบริการครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ชินคันเซ็น รถโดยสารสาธารณะ แต่ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้อาจจะทำให้ทุกคนต้องเจอกับปัญหา รถไฟแน่นเอี๊ยด ชินกันเซ็นที่นั่งเต็ม รถโดยสารประจำทางที่ต้องต่อคิวรอนานๆ  ซึ่งทางออกที่ใช้ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็คือ “การเช่ารถ”

การเช่ารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่แสนจะสะดวกสบายมาก ๆ

เทคนิคการเช่ารถยังไงให้ไม่นก!!!

อยากเช่ารถแต่รถเต็ม! อยากเช่ารถแต่รถในพื้นที่ไม่มีเหลือ!

ลูกค้าหลายๆท่านอาจะเคยผิดหวังกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน…ต้องบอกเลยว่าการเช่ารถในญี่ปุ่นช่วงนี้ไม่ได้เช่ากันง่าย ๆ เลยนะคะ รถเช่าในหลาย ๆ พื้นที่มีคิวจองแน่นไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรถเช่าคันเล็กหรือใหญ่ เพราะในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ก็นิยมที่จะเช่ารถขับด้วยเช่นกัน จึงทำให้ปริมาณของรถเช่าในญี่ปุ่นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการ

เทคนิคที่ 1 เช่าในสถานที่ที่คนอื่นไม่เช่า

คนที่ต้องการเช่ารถส่วนใหญ่จะนึกถึงความสะดวกสบายจากการเช่ารถภายในสนามบิน หรือ JR ในเมืองใหญ่ ๆ จนทำให้ปริมาณรถมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ  ดังนั้นการเลือกเช่ารถในสาขาที่อยู่หากจากพื้นที่ที่คนนิยม จะทำให้มีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 70% รถเช่า  “TOYOTA RENT A CAR” มีสาขามากกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ตัวเลือกของสถานที่ในการเช่ารถมีมากกว่าที่คุณคิด

เทคนิคที่ 2 เลือกเช่ารถในวันที่สัมภาระน้อย

รถคันใหญ่จุสัมภาระได้เยอะ = คนใช้เยอะ คนที่เช่ารถส่วนใหญ่จะไม่ได้คิดเผื่อเรื่องสัมภาระในการเดินทาง  ที่ญี่ปุ่นแม้จะมีผู้เดินทางเพียง 4 คน แต่สัมภาระเยอะ ก็ไม่สามารถเช่ารถคันเล็กได้ เพราะกฏหมายด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น กำหนดให้ห้ามวางสัมภาระบริเวณเบาะที่นั่งที่มีบุคคลนั่งอยู่ จึงจำเป็นต้องเช่ารถคันใหญ่ขึ้นเพื่อบรรจุสัมภาระ และทำให้เปอร์เซ็นที่จะได้รถ ลดลงถึง 50%  แต่หากคุณเช่ารถเล็กในวันที่สัมภาระน้อยหรือไม่มีสัมภาระจะทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มถึง 70% เพราะตามสถิติปัจจุบันจำนวนผู้เช่ารถเล็กมีน้อยกว่าจำนวนรถที่มีให้บริการ และหากเช่ารถเล็กแล้วเต็มยังสามารถหารถรุ่นอื่นเทียบเท่าได้ง่ายกว่าอีกด้วย

เทคนิคที่ 3 เช่าแบบไม่ระบุรุ่นรถ (รถแต่ละClass จะมีให้เลือกหลายรุ่น)

การเช่ารถที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเช่ากับ  “TOYOTA RENT A CAR”  จะมีบริการให้ลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถที่ต้องการเช่าได้ หรือเรียกว่า “การเช่ารถแบบระบุรุ่น” ซึ่งแน่นอนมันจะต้องมีรุ่นที่ได้รับความนิยมในการจองและรุ่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม สำหรับผู้ที่ทำการจองรุ่นที่ได้รับความนิยมก็จะมีโอกาสในการได้รถน้อยลงถึง 40% แต่หากจองแบบไม่ระบุรุ่นอาจจะทำให้คุณมีตัวเลือกมากและมีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 60%

เทคนิคที่ 4 จองรถล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนขึ้นไป

การจองรถแบบกระชั้นชิดคือสิ่งที่หลาย ๆ คนมักทำ อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นผู้ใช้รถเช่าไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองก็มีการเช่ารถขับเที่ยวเองเป็นจำนวนมากเช่นกัน และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มีการวางแผนและเช่ารถล่วงหน้ากันมากซะด้วย ดังนั้นการจองรถล่วงหน้าจึงทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มกว่า 90% เลยทีเดียว

นี่!! ก็คือเทคนิคดี ๆ ง่าย ๆ ที่ทางเราสรุปมาให้สั้น ๆ เพื่อแนะนำทุกท่านในการเช่ารถนะคะ สามารถสอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมกับเราตัวแทนโตโยต้าแห่งแรกของไทย ยินดีให้คำปรึกษาลูกค้าทุกท่านค่ะ 💚💚💚

เกาะคิวชูมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายครบทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ เพราะสามารถเช่ารถขับเที่ยวไปทั่วๆเกาะได้อีกด้วย

รวม Map Code สถานที่เที่ยวเกาะคิวชู

คิวชูเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัด อันได้แก่ Fukuoka , Saga , Nagasaki , Kumamoto , Oita , Miyazaki และ Kagoshima ซึ่งมีจุดเด่นคือความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งประวัติศาสตร์เมืองโบราณ แหล่งน้ำพุร้อน และอาหารพื้นเมืองที่หลากหลายน่าลิ้มลอง

ATTRACTIONS MAP CODE TELEPHONE
FUKUOKA
Fukuoka Tower 福岡タワー 13 312 703*44 092-823-0234
Momochi Seaside Park シーサイドももち海浜公園 13 312 889*85 092-822-8141
Hawks Town Mall site ホークスタウンモール 跡地 13 313 689*82 092-844-8111
Shofukuji Zen Temple 安国山 聖福寺 13 350 240*28 092-291-0775
Ohori Park 大濠公園 13 285 823*66 092-741-2004
Fukuoka Castle 福岡城跡 13 286 698*82
Canal City Hakata キャナルシティ 博多 13 319 319*25 092-282-2525
Tochoji Temple 東長寺 13 349 029*22 092-291-4459
Dazaifu 太宰府市 55 333 124*60 092-918-2807
Itoshima 糸島市 224 789 390
Mojiko Retro 門司港レトロ 16 715 143 093-321-4151
OITA
Harmony Land ハーモニーランド 46 830 567*82 0977-73-1111
Beppu 別府市 46 404 667*82
Yufuin floral Village 湯布院フローラルビレッジ 269 359 604*33 0977-85-5132
Ashihikiyama Futago Temple 足曳山 両子寺 265 552 440*63 0978-65-0253
Kitsuki Castle 杵築城 878 570 348*66 0978-62-4532
Usa Jingu 宇佐神宮 459 360 637*03 0978-37-0001
Jigoku Meguri Beppu べっぷ地獄めぐり 46 521 439*41 0977-66-1577
SAGA
Tosu Premium Outlets 鳥栖プレミアム・アウトレット 37 856 350 0942-87-7370
Saga Castle 佐賀城跡 87 291 075*47 0952-41-7550
Karatsu Castle 唐津城 182 432 019*44 0955-72-5697
Yobuko Morning Market 呼子朝市 182 722 050*06 0955-53-7129
Yoshinogari Historical Park 吉野ヶ里歴史公園 37 541 522*14 0952-55-9333
Yutoku Inari Shrine 祐徳稲荷神社 461 568 367*11 0954-62-2151
Mifune yama Rakuen 御船山楽園 104 347 310*22 0954-23-3131
KUMAMOTO
Kumamoto Castle 熊本城 29 489 329*60 096-352-5900
Aso 阿蘇市 256 459 156
Josaien 桜の馬場 城彩苑 29 489 021*63 096-288-5600
Hosokawa Mansion 旧細川刑部邸 29 489 637*88 096-352-6522
Suizenji Jojuen 水前寺成趣園 29 433 434*36
Reigando 岩殿山 雲厳禅寺 29 510 840*06 096-329-8854
Kikuchi Valley 菊池渓谷 618 279 645*82 0968-25-7223
Greenland (amusement park) グリーンランド(遊園地) 69 251 003*00 0968-66-1112
Daikanbo 大観峰 256 878 190*52
NAGASAKI
Huis Ten Bosch ハウステンボス 307 320 515 0570-064-110
Dejima 出島 44 240 570*30 095-829-1194
Nagasaki Chinatown 長崎新地中華街 44 240 519*52 095-822-6540
Peace Park 平和公園 262 088 656*00 095-829-1164
Suwa Shrine 諏訪神社 44 301 093*85 095-824-0445
Inasayama Park 稲佐山公園 262 026 629*28 095-861-7742
Megane Bridge 眼鏡橋 44 270 236*03 095-829-1162
Siebold Memorial Museum シーボルト記念館 44 302 250*22 095-823-0707
KAGOSHIMA
Sakurajima 桜島 393 588 518*85
Shiroyama Park 城山公園 42 036 186*77 0942-72-2111
Sengan-en 仙巌園 42 099 585*41 099-247-1551
Kagoshima Castle 鶴丸城跡 42 036 354*58 099-222-5100
Ishibashi Park 石橋記念公園 42 068 071*06 099-248-6661
Museum of the Meiji Restoration 鹿児島市維新ふるさと館 393 576 660*58 099-239-7700
Kagoshima City Aquarium かごしま水族館 42 038 091*52 099-226-2233
Kaimondake volcano 開聞岳 285 033 251*52
Takachiho Farm 高千穂牧場 227 000 524*58 0986-33-2102
Uchinoura Space Center  内之浦宇宙空間観測所 670 594 642*25 050-3362-3111
MIYASAKI
Takachiho Gorge 高千穂峡 330 711 470
Udo Jingu Shrine 鵜戸神宮 274 536 578*55 0987-29-1001
Obi-jo 飫肥城 274 462 014*88 0987-25-4533
Sun Messe Nichinan サンメッセ日南 274 595 078*03 0987-29-1900
Takachiho Shrine 高千穂神社 330 741 345*77 0982-72-2413
Aoshima 青島 843 192 160*14
Ayanoteruhaotsuri Bridge 綾の照葉大吊橋 600 098 018*36 0985-77-2055

ฮอกไกโดเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตของนักเที่ยวต่างชาติ และเป็นอีกเส้นทางยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเปิดประสบการณ์ใหม่ในการขับรถเที่ยวเอง

รวม Map Codeสถานที่เที่ยวฮอกไกโด

ฮอกไกโด เป็นเกาะอยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี และยังมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม อีกทั้งยังมีอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองอีกด้วย

ATTRACTIONS MAP CODE TELEPHONE
HAKODATE
Mount Hakodate 函館山 86 009 717*30
Goryokaku 特別史跡五稜郭跡 86 166 307*03 0138-21-3456
Goryokaku Tower 五稜郭タワー 86 165 057*33 0138-51-4785
Hakodate Asaichi (Morning Market) 函館朝市 86 072 374*58 0138-22-7981
Old Public Hall of Hakodate Ward 旧函館区公会堂 86 040 435*28 0138-22-1001
Hakodate Orthodox Church 函館ハリストス正教会 86 040 206*41 0138-23-7387
Motomachi Park 元町公園 86 040 497*82 0138-27-3333
Hakodate Magistrate’s Office 箱館奉行所 86 166 277*41 0138-51-2864
Catholic Church Hakodate Motomachi カトリック 函館 元町教会 86 040 299*06 0138-22-6877
Cape Tachimachi 立待岬 951 296 089*28 0138-21-3323
Hakodate Christmas Fantasy はこだてクリスマスファンタジ 86 041 643*22 0138-27-3535
Ferry Memorial Ship Mashu-maru 函館市青函連絡船記念館摩周丸 86 072 392*82 0138-27-2500
Trappistine Monastery トラピスチヌ修道院 86 144 213*82 0138-57-3331
Former British Consulate of Hakodate 函館市 旧イギリス領事館 86 040 561*58 0138-27-8159
Matsumae Castle 松前城 862 058 252*74 0139-42-2216
Hachiman-saka Slope 八幡坂   86 040 324*11 0138-21-3453
Miharashi Park (Hakodate City) 函館市見晴公園管理事務所 86 141 652*44 0138-57-7210
Hakodate City Forest 函館市 市民の森 86 143 144*28 0138-59-4472
South Hokkaido Shiki no Mori Prefectural Park 道南四季の杜公園 86 347 380*22 0138-34-3888
Hakodate Hachiman Shrine 函館八幡宮 86 010 139*47 0138-22-3636
Yunokawa Hot Spring 湯の川温泉   86 109 130*58 0138-23-5440
Kanemori Red Brick Warehouse 金森赤レンガ倉庫   86 041 579*06 0138-27-5530
SAPPORO
Odori Park 大通公園 9 492 785*28 011-251-0438
Sapporo TV Tower さっぽろテレビ塔 9 523 036*60 011-241-1131
Mt. Moiwa 藻岩山 9 369 273*14
Former Hokkaidō Government Office 北海道庁 9 522 361*47 011-231-4111
Sapporo Beer Museum  サッポロビール博物館 9 554 261*03 011-748-1876
Shiroi Koibito Park  白い恋人パーク 9 602 235*82 011-666-1481
Moerenuma Park モエレ沼公園 9 742 365*85 011-790-1231
Sapporo Clock Tower 札幌市時計台 9 522 206*06 011-231-0838
Maruyama Park 円山公園 7 619 061*06 011-621-0453
Nakajima Park 中島公園 9 433 871*30 011-511-3924
Sapporo Maruyama Zoo  札幌市円山動物園 9 457 791*00 011-621-1426
Hitsujigaoka Observation Hill さっぽろ羊ヶ丘展望台 9 287 533*30 011-851-3080
Okurayama Ski Jump Stadium 大倉山ジャンプ競技場 9 455 759*60 011-641-8585
Historical Village of Hokkaido  北海道開拓の村 139 150 452*77 011-898-2692
Takino Suzuran Hillside Park 国営滝野すずらん丘陵公園 867 571 061*14 011-592-3333
Sapporo Kokusai Ski Resort 札幌国際スキー場 493 250 406*85 011-598-4511
Sapporo Community Dome つどーむ 9 705 553*60 11-784-2106
Hoheikyo Hot Spring 豊平峡温泉 708 694 574*33 011-598-2410
Sapporo Satoland サッポロさとらんど 9 740 039*00 011-787-0223
Hiraoka Park 平岡公園 9 296 760*33 011-881-7924
Bankei ski area さっぽろばんけいスキー場 9 393 324*22 11-641-0071
OTARU
 Otaru Canal 小樽運河 493 690 589*33 0134-32-4111
 Otaru Aquarium おたる水族館 493 841 146*52 0134-33-1400
 TAISHO GLASS 正硝子館 本店 493 690 262*30 0134-32-5101
The Bank of Japan Otaru Museum 日本銀行旧小樽支店金融資料館 493 690 224*47 0134-21-1111
Yoichi distillery 蒸溜所 164 635 876*44 0135-23-3131
Otaru snow light path Temiya Line venue 小樽雪あかりの路 手宮線会場 493 690 370*00 0134-32-4111
Tenguyama 天狗山 164 596 745*25
Bank of Japan Otaru Museum 小樽市総合博物館運河 493 690 734*77 0134-22-1258
Otaru City General Museum Canal Museum 日本銀行旧小樽支店金融資料館 493 690 224*47 0134-21-1111
Mount Tengu 天狗岳 493 365 715*63
Tanaka Sake Brewery Kikkougura 田中酒造亀甲蔵 493 662 031*00 0134-21-2390
Otaru Kihinkan にしん御殿 小樽 貴賓館 (旧青山別邸) 493 811 461*00 134-24-0024
Nataru Market 南樽市場 493 631 528*14 0134-23-0722
Otaru Music Box Museum 小樽オルゴール堂 493 661 521*88 0134-22-1108
NISEKO
Mount Yotei 羊蹄山 385 547 834*58
Niseko Mt. Resort Grand Hirafu ニセコマウンテンリゾートグラン・ヒラフ 398 414 331*17
Fukidashi park ふきだし公園 385 674 628*82 0136-42-2111
Nisekomoiwa Ski Area ニセコモイワスキー場 398 346 420*33 0136-59-2511
Mt. Niseko-Annupuri ニセコアンヌプリ 398 439 644*74
Chisenupuri チセヌプリ 398 492 240*03
Mt. Konbu 昆布岳 662 739 841*36
FURANO
Farm Tomita ファーム富田 349 276 804*00 0167-39-3939
Mount Tokachi 十勝岳 901 877 634*71
Furano ski resort 富良野スキー場 919 550 899*00 0167-22-1111
Shikisai no Oka 四季彩の 349 701 188*52 0166-95-2758
Ningle Terrace ニングルテラス 919 553 426*33 0167-22-1111
Wind Garden 風のガーデン 919 553 602*52 0167-22-1111
Hokuseiyama 北星山 349 275 129*77
Mount Furano 富良野岳 901 781 860*52
Saika no Sato Lavender Farm ラベンダー園彩香の里佐々木ファーム  349 244 385*85 090-3773-3574
Hot water of Fukiage open-air 吹上露天の湯 796 031 238*22 0167-45-4126
Rokugo Viewing Platform 麓郷展望台 550 774 846*71 0167-29-2233
Mount Kamihorokamettoku 上ホロカメットク山 901 846 242*00
ASAHIKAWA
Asahikawa Doubutuen 旭川市旭山動物園 79 358 812*82 0166-36-1104
Snow museum 雪の美術館 79 367 227*74 0166-73-7017
Tokiwa Par 常磐公園 79 373 668*11 0166-52-1934
Asahiyama Park 旭山公園 79 358 591*25 0166-52-1934
Takasago Shuzo Sake Brewery 高砂酒造(株) 79 315 875*30 0166-23-2251
Hokuchin Memorial Museum 北鎮記念館 79 434 277*82 0166-51-6111
Santa Present Park サンタプレゼントパーク 79 336 023*25 0166-63-3232
Arashiyama Park Asahikawa 北邦野草園 79 427 642*33 0166-52-1541
Kaguraoka Park 神楽岡公園 79 284 703*52 0166-65-4139
Kamikawa Shrine 上川神社社務所 79 373 676*63 0166-65-3151
BIEI
Farm Tomita ファーム富田 349 276 804*00 0167-39-3939
Blue Pond 青い池 349 569 814*88 0166-94-3355
Shikisai no oka 四季彩の丘 349 701 188*52 0166-95-2758
Patchwork no Michi パッチワークの路 389 069 116*36 0166-92-4378
Guided Cycling Tour Biei 389 010 594*82 0 90-5956-4567
Tokachidake Observatory 十勝岳望岳台 796 093 224*66 0166-92-4378
Shirahige Falls しらひげの滝 796 182 575*30 0166-92-4321
Daisetsuzan National Park 大雪山国立公園 623 019 609*77 011-299-1950
Miyamatoge Art Park 深山峠アートパーク 349 639 763*85 0167-45-6667
Roller Coaster Road ジェットコースターの路 349 636 064*00  
Mild Seven Hills マイルドセブンの丘 389 036 417*36  
Hokusei-no-oka Observatory Park  北西の丘 展望公園 389 070 277*33  
Seven Stars Tree セブンスターの 389 157 156*22 0166-92-4378
Hinode Park 日の出公園 349 463 342*77 0167-39-4200
Trick Art Museum トリックアート美術館 349 639 701*63 0167-45-6667
CHITOSE
Lake Shikotsu 708 024 491*06  
DORAEMON WAKUWAKU SKY PARK 113 741 172*66 0123-46-3355
The Birthplace of Salmon CHITOSE AQUARIUM 113 889 556*22 0123-42-3001
Shikotsuko Hot Spring 867 063 535*58  
Mount Tarumae 545 675 499*63  
Mount Eniwa 708 139 826*55  
Shikotsuko Visitor Center 867 063 418*82 0 123-25-2404
Chitose Aoba Park 113 827 679*33 0123-24-1366
Lake Shikotsu Ice Festival Site 867 063 268*06 0123-23-8288
LAKE TOYA
Mount Usu 有珠山 321 430 247*06  
Showa-shinzan 321 404 643*55  
Lake Toya Hot Spring 洞爺湖温泉 321 518 339*52 0142-75-2446
Shikotsu Toya National Park silo observatory サイロ展望台 321 726 732*66 0142-87-2221
Toyako Visitor Center 洞爺湖ビジターセンター・火山科学館 321 518 339*60 0142-75-2555
Showa Shinzan Bear Ranch 昭和新山熊牧場 321 433 323*36 0142-75-2290
Toyakoguruttochokoku Park とうや湖ぐるっと彫刻公園 321 518 599*28 0142-75-4400
Usuzenkoji 有珠善光寺 321 364 181*82 0142-38-2007
Lake Toya Ranch レイクトーヤランチ 321 603 809*30 0142-73-2455
Ukimido Park 浮見堂公園 321 789 343*22 0142-82-5111
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เราสามารถชมซากุระได้เร็วก่อนใครในญี่ปุ่น แถมแต่ละปียังมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องยกให้ “Kawazuzakura” เมือง Kawazu เขต Kamo จังหวัด Shizuoka สถานที่ที่เต็มไปด้วยซากุระงดงามเรียงราย แนะนำเลยสำหรับใครที่จะไปถ่ายรูป หรือชิมอาหารพื้นเมืองก็มีกิจกรรมสนุกๆให้เลือกทำมากมาย

Kawazuzakura มีซากุระแบบไหนให้ชมกันนะ?

ในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์ซากุระมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “Kawazuzakura” ซากุระที่เราพบเห็นกันบ่อย ทั่วๆไป เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะผลิดอกให้เราได้ชมกันเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไป แต่ Kawazuzakura จะเป็นซากุระที่บานเร็ว โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถผลิดอกอยู่นานได้ถึงประมาณหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ที่ริมแม่น้ำ Kawazu มีซากุระที่ผสมข้ามพันธ์ุกันสองชนิด เกิดเป็นซากุระพันธุ์ “Kawazuzakura” เพราะเป็นพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ เรียงรายไปตามเส้นทางเดิน สวยงามยิ่งนัก

มาชมซากุระที่นี่ ต่างกับที่อื่นยังไง?

จุดเด่นของเทศกาล Kawazuzakuramatsuri ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ก็คือ การเดินชมดอกไม้ไปตามทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่มวลดอกซากุระ สำหรับที่อื่น อาจจะมีการปูเสื่อ ปิกนิก หรือทานอาหารกันใต้ต้นซากุระ แต่สำหรับที่นี่ เราสามารถเดินเลียบไปตามทางแม่น้ำ Kawazu ชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาบดบังวิว ทิวทัศน์ ที่สำคัญ เมือง Izu ยังเป็นแหล่งของออนเซน และมีจุดแช่เท้า ที่เราสามารถไปนั่งหย่อนเท้าผ่อนคลายให้หายเมื่อย หลังจากเดินชมซากุระเสร็จแล้วอีกด้วยนะ

ไม่ได้มีแต่ซากุระให้ชม แต่ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิอื่นๆก็มีนะ

ที่เมือง Kawazu เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้น Field Mustard ที่มีลักษณะคล้ายกับซากุระก็จะเริ่มบานเช่นเดียวกัน ทุ่งดอก Field Mustard สีเหลืองอร่ามริมทางเดิน ตัดกับหมู่มวลดอก Kawazuzakura สีชมพูบนต้นไม้ ถือเป็นทัศนียภาพที่ให้ความรู้สึกสดใส สดชื่น สมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ถ้าเราเดินไปตามริมทางเลียบแม่น้ำ Kawazu ก็จะพบกับถนนที่มีชื่อว่า “Nanohana Road” (ถนน Field Mustard) ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่เราสามารถมาชมทุ่งดอก  Field Mustard ได้อย่างจุใจ โดยเค้าจะเปิดให้ชมเฉพาะเวลาฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีดอกท้อบานให้ชมอีกด้วยนะ เรียกได้ว่า มาที่เดียวได้ชมดอกไม้ถึงสามชนิดเลยทีเดียว

งานแสดงไฟยามค่ำคืนก็พลาดไม่ได้

การเดินชมซากุระในช่วงกลางวันภายใต้ท้องฟ้าสีสดใส ก็ให้บรรยากาศที่ดีไม่น้อย แต่ทว่า การชมซากุระที่ประดับประดาไฟสวยงาม ในฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีดำสนิทนั้น ก็ให้บรรยากาศและความสวยงามไปอีกแบบเช่นกัน ที่นี่จะเปิดไฟประดับตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. ส่วนบริเวณรอบๆอย่างสะพานข้ามน้ำตก Kawazu เจ็ดชั้น จะมีการประดับไฟ เปิดให้ชมถึง 22.00 น. ได้ชมทั้งซากุระ ทั้งการประดับไฟ น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ

เดินชิมอาหารพื้นเมืองกัน

เทศกาล Kawazumatsuri จะจัดในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนด้วยกัน ในเทศกาลนี้ จะมีการออกร้านขายอาหารพื้นเมืองและยังมีผลไม้ประจำฤดูกาลอย่างส้ม, ปลาสดๆจากทะเล รวมถึงของหวานอย่าง shiruko (ขนมถั่วแดงร้อนใส่แป้งโมจิ) และเหล้าหวานให้เลือกชม ชิม ช็อป กันอย่างไม่อั้น ส่วนใครที่มองหาของฝาก เค้าก็มีจำหน่ายเช่นกัน เดินจับจ่ายกันในช่วงก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็ถือว่ามาที่เดียว ได้ครบเลยก็ว่าได้

ชวนชิมอาหารสีชมพูซากุระ

ในฤดูใบไม้ผลิ ของที่มาคู่กันกับการชมดอกไม้ ก็คือขนมหวานนั่นเอง ช่วงฤดูนี้ จะมีร้านค้ามากมายที่ออกขนมหวานโดยใช้สีหรือกลิ่นที่เกี่ยวกับซากุระ สำหรับที่เทศกาลนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโมจิถั่วแดงปิ้ง, ขนมญี่ปุ่นพื้นเมืองที่ใส่ใบซากุระ, ซากุระโมจิ หรือจะเป็นซากุระซอฟท์ครีม เค้าก็มีให้เลือกชิมกัน และยังมีขนมเซมเบ้ให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับไปด้วยนะ

Spot ที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ เมื่อเราไปเยือน Kawazuzakura

นอกจากเดินชมซากุระสวยๆแล้ว ยังมีน้ำตกให้เราได้เที่ยวอีกด้วย ที่น้ำตก “Kawazu nanadaru” น้ำตกเจ็ดชั้นที่มีการประดับไฟยามค่ำคืน ที่น้ำตกมีออนเซนให้เราได้แช่เท้า ผ่อนคลายอิริยาบถ มีทั้งน้ำตก ทั้งออนเซน สมบูรณ์แบบมากๆ บริเวณสะพานแขวน เรายังมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “Izu no odiriko” หรือ “The dancing girl of Izu” เรียกได้ว่าเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ และผ่อนคลายไปในทีเดียว

ชายหาดเค้าก็มีเหมือนกันนะ

ที่ทางตอนใต้ของเมือง Kawazu จะมีอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวนั่นก็คือ ชายหาด เป็นชายหาดทะเลสวย น้ำใส สามารถลงไปเล่นน้ำได้ในหน้าร้อน ส่วนในช่วงฤดูชมดอกไม้ก็สามารถเดินลงไปชมชายหาดได้เช่นกัน เป็นที่ที่สงบ เหมาะสำหรับไปนั่งชมธรรมชาติเงียบๆ โดยอยู่ห่างจากสถานี Kawazu เพียงแค่สองนาทีเท่านั้น  ในบริเวณนี้มีที่พัก โรงแรมให้เลือกเพียบ หลังจากที่เราเดินชมซากุระจนพอใจแล้ว ก็มาเช็คอินที่โรงแรม ตอนกลางคืนก็ออกมาชมแสงไฟก็ดีเหมือนกันนะคะ

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยว

เทศกาล Kawazumatasuri จะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์และจัดต่อไปอีกประมาณหนึ่งเดือน วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมามากมาย บริเวณสถานีรถไฟ และลานจอดรถจะค่อนข้างแน่น ส่วนในวันธรรมดา มีบ้างที่มีทัวร์จากนักท่องเที่ยวมาลง แต่ก็ยังคล่องตัวกว่าวันสุดสัปดาห์ แนะนำให้หาที่พักสักคืนเพื่อชมบรรยากาศขอเทศกาลได้ครบถ้วนแบบไม่เร่งรีบ

สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆสีสันรับฤดูใบไม้ผลิได้เลย

ช่วงเวลาที่ไปดูซากุระที่ Izu นั้น ยังถือเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น เราก็แค่สวมใส่เสื้อโค้ทไว้กันลมหนาว แต่พอช่วงเวลากลางวันที่อากาศอบอุ่นขึ้น เราก็สามารถถอดเสื้อโค้ทออกแล้วสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสไว้ข้างในก็ย่อมได้ เพื่อให้สีสันของเสื้อผ้าเข้ากับการชมซากุระ นอกจากเสื้อผ้าสีสันสดใสแล้ว อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่ทะมัดทะแมงที่เหมาะกับการเดินไกล รวมถึงเป้สะพายข้างหรือสะพายหลังที่พร้อมจะลุยกับเราไปได้ทุกที่ สำหรับคนที่อยากจะไปแช่เท้าที่ออนเซน ก็อย่าลืมใส่รองเท้าที่ถอดง่ายๆไปก็จะดีกว่าค่ะ แล้วก็อย่าลืมพกผ้าขนหนูซับหน้าซับเหงื่อไปสักผืนนะคะ แค่นี้ก็พร้อมจะไปเที่ยวกันแล้ว

การเดินทาง

สำหรับที่งานเทศกาลมีที่จอดรถรับรอง (มีค่าใช้จ่าย) แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ก็จะเต็มเร็วตั้งแต่เช้าๆแล้ว สำหรับคนที่พักค้างคืนในที่พักของทางศูนย์ท่องเที่ยว ก็จะมี Shuttle bus ไว้คอยบริการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปโดยรถไฟจะสะดวกที่สุด โดยนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียว จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนถ้ามาจากนาโกย่า หรือโอซาก้า ให้นั่งชินคันเซนมาลงที่สถานี Atami จากนั้นก็ต่อรถสาย Odoriko นั่งต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ผลิได้ก่อนใคร

สำหรับใครที่มีแพลนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงต้นปีนี้ แต่ก็อยากชมซากุระแบบบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิด้วย ที่ Kawazu ก็ถือเป็นอีกที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การท่องเที่ยวได้เลย kawazu-onzen

—————————————————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org/th

เปิดประสบการณ์ใหม่กับเส้นทางสุดคลาสสิกกับจังหวัด “มิเอะ” และ “วาคายามะ” อีกหนึ่งจุดหมายของการขับรถเที่ยว

การขับรถเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจเข้าถึงลำบากโดยต้องโดยสารรถบัสท้องถิ่นในการเดินทาง และไม่เป็นตามแผนเนื่องจากตารางเวลารถบัสที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี

การขับรถที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นคุณต้องมีใบขับขี่สากล มีการเตรียมตัวให้พร้อม และไม่ประมาทเท่านั้นก็ไปสนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆที่ญี่ปุ่นได้แล้วค่ะ

การขับรถเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจเข้าถึงลำบากโดยต้องโดยสารรถบัสท้องถิ่นในการเดินทาง และไม่เป็นตามแผนเนื่องจากตารางเวลารถบัสที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี

การขับรถที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นคุณต้องมีใบขับขี่สากล มีการเตรียมตัวให้พร้อม และไม่ประมาทเท่านั้นก็ไปสนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆที่ญี่ปุ่นได้แล้วคะ

วันนี้ขอนำเสนอเส้นทางการขับรถ Drive Route Map เที่ยวสองจังหวัดได้แก่จังหวัด Wakayama (วาคายามะ) และจังหวัด Mie (มิเอะ) สองจังหวัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับจังหวัด Osaka ค่ะ

เส้นทางขับรถเที่ยวเริ่มจาก Kansai International Airport หรือเริ่มจาก Central Japan International Airport ก็ได้ มีหลายเส้นทางให้เลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางชมธรรมชาติ ภูเขา ทะเล วัดวาอาราม สวนสนุก สวนดอกไม้ และอื่นๆอีกมากมายที่น่าค้นหา

ชื่อเส้นทาง ต้นทาง – ปลายทาง สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ
Shirahama Route Kansai International Airport – Shirahama จุดเด่นของเส้นทางนี้คือการเที่ยวในตัวเมือง Wakayama ที่มีตั้งแต่ปราสาท ตลาดสด สถานีรถไฟที่มีแมวทะมะทำหน้าที่เป็นนายสถานี โรงงานขนาดย่อม หาดทรายขาวและเกาะแก่งต่างๆ วิวหน้าผาสูงที่ Sandanbeki จนถึงสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์
Koyasan Route Kansai International Airport – Ryujin สัมผัสกับเส้นทางขุนเขาอันงดงามภายในเส้นทางแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แวะชมสวนหินขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่วัด Kongobu-ji นอกจากนี้ยังมีเจดีย์แดง และสะพานเชื่อมสุสานหินมากกว่า 200,000 สุสาน
Hongu Route Shirahama – Shingu เส้นทางนี้เริ่มจาก Shirahama เพื่อเดินทางตามเส้นทางแสวงบุญ “ Kumamo Sanzan” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศาลเจ้าหลักคือ Kumano Hongu Taisha นอกจากนี้ยังมี Yu no mine อนเซ็นเก่าแก่นับพันปีของญี่ปุ่น ว่ากันว่าน้ำร้อนของที่นี่เปลี่ยนสีถึง 7 ครั้งต่อวัน
Nachikatsuura Route Shirahama – Shingu เส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรจากท้องทะเล ชมตลาดปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และชมน้ำตกชื่อดังอยู่ติดกับเจดีย์แดง 4 ชั้น
Higashi-kishu Route Shingu – SeiwaTaki เส้นทางเลียบชายฝั่งจังหวัด Mie เริ่มต้นจากชมทะเลไปบรรจบที่ทิวเขา ระหว่างทางคุณจะได้สัมผัสวิวทิวทัศน์จากแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบตั้งแต่วัด เทือกเขา หน้าผา ไปจนถึงศาลเจ้า
Ise-Shima Route Seiwa Taki – Shima เส้นทางท่องเที่ยวหลักของจังหวัด Mie ทั้งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พร้อมเที่ยวชมสวนสนุกในรูปแบบสเปนหรือแบบเอโดะ รวมทั้งร้านค้าแหล่งซื้อของพื้นเมือง
Hokusei Route Seiwa Taki – Suzuka – Kuwana – Nagoya – Centrair เส้นทางเริ่มต้นจากทางตอนเหนือของจังหวัด Mie ไปบรรจบที่บริเวณใกล้เมืองนาโกย่า สถานที่ๆแนะนำให้แวะเริ่มตั้งแต่ไปผ่อนคลายโดยการแช่บ่อน้ำร้อนที่อนเซ็น ต่อด้วยการเที่ยวชมสวนดอกไม้ Nabana no Sato และเที่ยวสวนสนุกขนาดใหญ่ Nagashima Spa Land
Iga Route Kameyama – Iga เดินทางตามเส้นทางโบราณ Tokaido (เป็นเส้นทางที่คนญี่ปุ่นโบราณใช้เดินทางไปยังเอโดะ)จนไปบรรจบที่ๆเคยเป็นที่ตั้งสำนักนินจา เส้นทางนี้ชมได้ทั้งปราสาท พิพิธภัณฑ์นินจา รวมทั้งบ้านเมืองแบบโบราณย้อนยุคพร้อมร้านขายของที่ระลึก
Yunoyama Route Yokkaichi – Komono เส้นทางท่องเที่ยวในบริเวณ Yunoyama เป็นแนวเทือกเขาสูงต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปชมธรรมชาติ เส้นทางนี้จะงดงามที่สุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

(ตัวอย่างอาหารที่เป็นที่นิยมในจังหวัด Wakayama และจังหวัด Mie)

ระหว่างที่ขับรถชมทิวทัศน์คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารญี่ปุ่นหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น ซาชิมิ อาหารทะเล กุ้งอิเสะเอบิ(คล้ายล๊อบสเตอร์) เก็บผลไม้ตามฤดูกาลด้วยค่ะ

 

เว็บไซต์เพิ่มเติม

============================================================================

Cr. www.jnto.or.th

สายการบินราคาถูก … แต่ต้องแลกกับสุขภาพราคาแพง
อีกหนึ่งเหตุผลที่ควร… เปรียบเทียบความคุ้มค่าดูนะครับ

สิ่งที่ควรระวังในการบินกับสายการบินราคาประหยัด (low-cost airline)

ไม่กี่วันก่อนมีข่าวว่า สายการบินราคาประหยัดเจ้าหนึ่ง จะจัดเที่ยวบินไปกลับแบบเที่ยวเดียวหรือไดเรคท์ไฟลท์ จากกรุงเทพไปยุโรป ในราคาหลักพันเท่านั้นเอง สร้างความฮือฮาให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่ผมอ่านแล้วกลับรู้สึกกลัวและเป็นห่วงมาก ถามว่ากลัวอะไร?

ก่อนจะเล่าให้ฟัง ขอบอกก่อนว่าผมเป็นหมอที่มีฐานะค่อนข้างยากจนคนนึง มีเงินเหลือพอแค่ซื้อตั๋วที่นั่งชั้นประหยัดเท่านั้นถ้าต้องนั่งเครื่องบิน รายได้ทุกวันนี้แค่พอประทังชีวิตไปวันๆ มีโอกาสได้นั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตเหมือนคนอื่นเค้า ก็แก่มากแล้ว ที่พอมาเล่าให้ฟังพวกคุณก็เอาไปหัวเราะขบขันกัน แต่สำหรับผม อยากบอกว่า การได้นั่งเครื่องบินครั้งนั้นมีความหมายมากนะครับ เพราะเป็นการทำความฝันตั้งแต่วัยเด็กให้เป็นจริง หลังจากการเดินทางครั้งนั้นสิ้นสุดลง ชีวิตผมจำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบินอีกมากมายมหาศาลและแต่ละไฟลท์ต้องบอกว่าไกลที่สุดในโลกแทบทั้งนั้น ผมถึงเข้าใจความรู้สึกของการที่ต้องนั่งที่แคบๆในชั้นประหยัดในระยะทางไกลๆเป็นอย่างดี มันเป็นนรกบนดินประเภทนึง

การที่สายการบิน low-cost เค้าขายตั๋วให้เราในราคาถูกได้ขนาดนี้ เพราะเค้าตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป ไม่เว้นแม้แต่การแบ่งที่นั่งในเครื่องบินที่เค้าซื้อมา ยกตัวอย่างเครื่องบิน Airbus A330 ที่จะใช้บินไปกลับยุโรปแบบเที่ยวเดียว ก็อาจจะแบ่งซอยที่นั่งออกเป็น 9 ที่ ในระบบ 3-3-3 แทนที่จะเป็น 8 ในระบบ 2-4-2 ในสายการบินแบบปกติ ทำให้ที่นั่งแคบลงกว่าปกติมากพอสมควร จาก 17 – 18 นิ้วก็จะลดลงมาเหลือแค่ 16 นิ้ว ความกว้างของที่นั่งนั้นวัดจากที่พักแขนฝั่งนึงไปอีกฝั่งนึง เราเรียกว่า seat width จะมีอยู่อีกค่านึงที่คุณควรรู้ คือ ระยะจากที่นั่งข้างหลังไปถึงข้างหน้า เราเรียกว่า seat pitch ระยะนี้หักลบกับความหนาของเบาะที่นั่งจะเป็นตัวกำหนด leg room ของผู้โดยสาร 

ทั้ง width และ pitch จะมีผลต่อการขยับของผู้โดยสารตลอดการเดินทาง หรือ restriction ความสบายไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ การเกิดลิ่มเลือดที่หลอดเลือดดำของขา หากนั่งแช่ขาโดยไม่ขยับเป็นเวลาหลายชั่วโมง (ในภาษาแพทย์เรียกว่า DVT) ที่อันตรายคือลิ่มเลือดเหล่านี้อาจเคลื่อนที่เข้ามาในห้องหัวใจข้างขวาและถูกบีบให้ปลิวไปอุดตันที่หลอดเลือดปอด เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทุกครั้งที่คุณนั่งเครื่องบินมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะเหล่านี้เสมอ แต่มากหรือน้อยต่างกัน ขึ้นกับ 3 ปัจจัย

อายุโรคร่วมและบริบทต่างๆของคุณเอง x restriction x ระยะเวลาบิน

น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ไม่มีกฏบังคับอะไรออกมาชัดเจนว่า long-haul flight ต้องมีขนาดที่นั้ง (width, pitch) อย่างน้อยเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าวันนึงมีโอกาสนั่งเที่ยวบินรอบเดียวจากกรุงเทพไปยุโรปกับสายการบินราคาประหยัด และมีที่นั่งขนาดเล็กมาก ให้พยายามขยับขาหรือลุกออกมาเดินบ่อยๆ เลือกเป็นที่นั่งติดทางเดินหรือ aisle seat ไว้จะดีกว่า กินน้ำเยอะๆ และ ถ้าหากมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ให้ไปพบแพทย์ทันทีที่เครื่องลงจอด

ที่เขียนเพราะเป็นห่วงนะครับ 🙂

==========================================

Cr. บทความจาก Facebook Fanpage : 1412 Cardiology

ย่นเวลาการรอ!! มาใช้ดีสนีย์ฟาสท์พาส เพื่อให้ได้สนุกกับเครื่องเล่นได้มากที่สุดกันเถอะ

โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ธีมปาร์คยอดนิยมที่การเดินทางทางแสนสะดวก จากสถานีโตเกียวใช้เวลาเพียง 15 นาที

วันแล้ววันเล่าที่ผู้คนแวะเวียนมา  ในวันหยุดนั้นด้วยความแออัดของผู้คน เวลาที่ต้องรอคิวเล่นเครื่องเล่นนั้นนานกว่า 120นาทีเลยทีเดียวในเวลาแบบนี้ที่อยากจะให้ทุกคนได้ลองใช้กันให้ได้คือ「ดิสนีย์・ฟาสท์พาส®

ในวันนี้จะมาแนะนำวิธีประยุกต์ใช้「บัตรฟาสท์พาส」(ด้านล่างต่อจากนี้จะเรียกว่า ฟาสท์พาส)เพื่อจะได้สนุกเพลิดเพลินได้คุ้มค่ากับ โตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซีค่ะ

 

++ ฟาสท์พาส คือ ?

ฟาสท์พาส คือ ในวันจริงนั้น สามารถจองบัตรฟาสท์พาสฟรีได้ที่ตู้หน้าเครื่องเล่นภายในสวนสนุก เพียงแค่มีสิ่งนี้เท่านั้น ก็สามารถนั่งเครื่องเล่นได้ด้วยการรอต่อคิวเพียงนิดเดียวค่ะ

หากมีฟาสท์พาสแล้ว ที่ตั๋วจะถูกเขียนช่วงเวลาที่สามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นได้  (ตัวอย่างเช่น :12:25〜13:35)、ไม่จำเป็นต้องต่อคิวนานๆก็สามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นได้ นอกจากนี้  ฟาสท์พาสนั้นสามารถออกบัตรได้ครั้งละ 1 ใบ เท่านั้น

ไม่สามารถออกครั้งละหลายๆใบได้ ให้ระวังตรงนี้ด้วยค่ะ มาใช้ฟาสท์พาสกันให้เก่งแล้วมาเล่นเครื่องเล่นกัน!

 

++ 3 ขั้นตอนการใช้ฟาร์ทพาส

เริ่มแรกเลย ให้เช็คเวลารอคิวกับเวลาที่จะใช้ฟาสท์พาสที่ บอร์ดเวลาที่อยู่ใกล้ๆกับเครื่องเล่น หลังจากนั้นให้ไปที่ตู้เครื่องเล่นที่เป็นเป้าหมายแล้วออกตั๋ว  ขั้นตอนนั้นจะอธิบายต่อจากนี้ค่ะ

 

1.นำQRโค้ดของตั๋วให้เครื่องออกตั๋วฟาสท์พาสอ่าน

อย่างแรกคือ หาเครื่องออกตั๋ว ที่อยู่ใกล้ๆกับเครื่องเล่นให้เจอค่ะ  ต่อจากนั้น ให้นำ QRโค้ด ของตั๋วสวนสนุกหันหน้าขึ้นด้านบนแล้วใส่ลงไปค่ะ

2.หลังจากอ่านเสร็จแล้วก็จะมีตั๋วออกมา

ดีไซน์ของเครื่องออกตั๋วนั้นแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกัน  แต่การใช้เครื่องมือจะเหมือนกัน คือ หลอดไฟสีเขียวและช่องอ่าน QRโค้ด

หากหลอดไฟสีเขียวติดแล้ว ให้ดึงตั๋วสวนสนุกออกมา  กรณีที่อยากจะใช้ฟาสท์พาสในเวลาเดียวกันทั้ง 2 คน ก็ให้ทำซ้ำอีกรอบค่ะ

3.การหยิบฟาสท์พาสออกจากช่องออกตั๋ว

จะมองเห็นฟาสท์พาสจะออกมาจากช่องออกตั๋วให้ดึงออกมาเลยค่ะ อย่าลืมตรวจสอบให้ครบตามจำนวนคนด้วยนะคะ

 

++ ข้อควรระวังในการใช้ฟาสท์พาส

ตัวหนังสือใหญ่ที่ถูกเขียนไว้ตรงกลางตั๋วนั่น คือ เวลาที่สามารถใช้ฟาสท์พาสได้  หลังจากที่ได้ตั๋วฟาสท์พาสแล้ว หลังจากนั้นจะไปต่อแถวเล่นเครื่องเล่นอย่างอื่นก็ได้ค่ะ แต่หากแถวที่ต่อนั้นคิวยาวมากและกลับมาไม่ทันในเวลาที่กำหนดไว้ จะถือว่าฟาสท์พาสใบนั้นเป็นโมฆะไปค่ะ ให้ระวังตรงกันด้วยนะคะ

 

ส่วนเวลาที่เขียนไว้ด้านล่างของเวลาที่สามารถใช้ฟาสทพาสได้ คือเวลา ที่จะสามารถรับฟาสท์พาสอันใหม่ได้ค่ะ ดังนั้นในช่วงเวลานั้นจะไม่สามารถออกฟาสท์พาสอันใหม่ได้ ดังนั้นต้องวางแผนเครื่องเล่นที่ตัวเองอยากจะนั่งให้ดีค่ะ

 

++ สรุปเครื่องเล่นที่สามารถใช้ฟาสท์พาสได้

  • โตเกียวดิสนีย์แลนด์

・บิ้ก ทันเดอร์ เม้าท์เท้น(Big Thunder Mountain)
・สแปรช เม้าท์เท้น(Splash Mountain)
・ภูซัง โนะ ฮันนี่ฮันท์(Pooh’s Hunnny Hunt)
・ฮอนเต็ด แมนชั่น(Haunted Mansion)
・สตาร์ทัวร์ :ดิ แอดแวนเจอร์ คอนทินิว(Star Tours: The Adventures Continue)
・สเปซ เม้าท์เท้น(Space Mountain)
・บัซ・ไลท์เยียร์ แอสโตร์ บราสเตอร์ส(Buzz Lightyear’s Astro Blasters)
・มอนสเตอร์ อิ้งค์ ไลด์& โก ซีค!”(Monsters, Inc. Ride & Go Seek!)

  • โตเกียวดิสนีย์ซี

・ทาวเวอร์ ออฟ เทเลอร์(Tower of Terror)
・ทอบ สตอร์รี่ มาเนีย(Toy Story Mania!)
・อินเดียน่า โจนส์ ®・แอดแวนเจอร์:เทอเพ่อร์ ออฟ เดอะ คริสตอล สกูล(Indiana Jones® Adventure: Temple of the Crystal Skull)
・เรกินส์ สปิริตส์(Raging Spirits)
・เดอะ เมจิคส์ แลมป์ เทียร์เตอร์(The Magic Lamp Theater)
・เมอร์เมด ลากูน เทียร์เตอร์(Mermaid Lagoon Theater)
・20,000 ลีก อันเดอร์ เดอะ ซี(20,000 Leagues Under the Sea)
・จอนนี่ ทู เดอะ เซนเตอร์ ออฟ ดิ เอริท (Journey to the Center of the Earth)

 

++ การออกตั๋วฟาสท์พาสสิ่งที่ต้องพึงระวัง

1.ยังไงก็ตามรีบออกตั๋วฟาสท์พาสกัน

ไม่เพียงแค่จจะได้เล่นเครื่องเล่นไวเท่านั้น แต่ยังจะทำให้เวลาในการออกบัตรฟาสท์พาสครั้งต่อไปไวตามมาด้วย ดังนั้นตอนเช้าหลังจากที่เข้ามาในสวนสนุกทันที แทนที่จะ รีบไปเล่นเครื่องเล่น แต่ให้รีบไปออกบัตรฟาสท์พาส วิธีนี้จะทำให้สามารถออกบัตรฟาสท์พาสได้เยอะเลยค่ะ

2.เครื่องเล่นที่ใช้เวลาต่อแถวไม่นาน ไม่ต้องออกตั๋วฟาสท์พาส

ฟาสท์พาสที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น คือหากออกบัตรไปแล้วหนึ่งครั้ง จะไม่สามารถออกบัตรได้อีกในเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นต้องคำนึงถึงเวลาในการรอด้วยค่ะ ควรจะเลือกเล่นเครื่องเล่นที่ใช้เวลาในการต่อแถวไม่นานจะดีกว่า แล้วออกฟาสท์พาสกับเครื่องเล่นที่มีคิวรอนานจะดีกว่าค่ะ

มาใช้เวลาสบายๆ สนุกเพลิดเพลินกันที่โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ด้วยบัตรฟาสท์พาสกัน!

=========================================================================

Cr. Matcha

จังหวัดนากาโนะ เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องลานสกีและออนเซ็น

จังหวัดนากาโนะที่มีธรรมชาติที่สวยงามอย่างกว้างขวาง ทั้ง Jigokudani Monkey Park ที่จะมีลิงมาแช่ออนเซ็น, ปราสาทมัตสึโมโต้สีดำน่าค้นหา และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมามาย ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังนากาโนะกันค่ะ

บทความของเราวันนี้ จะแนะนำวิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังนากาโนะ โดยใช้ข้อมูลอัพเดทล่าสุดในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ.2016 กันค่ะ

 

++เร็วที่สุดต้อง Hokuriku Shinkansen

ถ้าขึ้นโฮคุริคุชินคันเซ็น (Hokuriku Shinkansen)จากสถานีโตเกียว จะไปถึงสถานีนากาโนะ (Nagano Station)ได้เร็วที่สุด

โฮคุริคุชินคันเซ็น เป็นเส้นทางที่เพิ่งเปิดในปีค.ศ.2015 และเป็นรถไฟชินคันเซ็นที่วิ่งจากสถานีคานาซาว่า (Kanazawa Station) กับสถานีโตเกียว ซึ่งจังหวัดนากาโนะก็เป็นทางผ่านของเส้นทางนี้ด้วย เพราะมีชินคันเซ็นสายนี้เกิดขึ้นใหม่ ทำให้การเดินทางสามารถทำได้รวดเร็วและง่าดายกว่าแต่ก่อน

โฮคุริคุชินคันเซ็นที่นั่งจากโตเกียวไปนากาโนะ มีด้วยกัน 3 ชนิด ได้แก่「คากายาคิ (Kagayaki)」「ฮาคุทากะ (Hakutaka)」และ「อาซามะ (Asama)」ชนิดที่รวดเร็วที่สุด ก็คือ「คากายาคิ 」ซึ่งจะใช้เวลาแค่79 นาที ก็จะถึงสถานีนากาโนะค่ะ

แถมยังมีที่นั่งแบบแกรน คลาส (Gran Class) ที่มีการตกแต่งภายในให้เหมือนกับระดับเฟิร์สคลาสในเครื่องบินเลยค่ะ ถ้าได้ลองนั่งดูสักครั้งจะรู้เลยว่าน่าตื่นเต้นดีเหมือนกันนะคะ ตั๋วแบบไม่ระบุที่นั่ง 7,680 เยน、แบบระบุที่นั่ง8,200 เยนค่ะ

++นั่งชมวิวสบาย ๆ ต้อง Super Azusa

Photo by t-mizo

ก่อนที่โฮคุริคุชินคันเซ็นจะเปิดบริการ การเดินทางจากโตเกียวไปนากาโนะที่รวดเร็วที่สุดก็คือ 「ซุปเปอร์อะซึสะ (Super Azusa)」บางคนอาจจะคิดว่าขึ้นโฮคุริคุชินคันเซ็นไปดีกว่า เร็วดี แต่จริง ๆ แล้วซุปเปอร์อะซึสะก็มีดีตรงที่ได้ชมวิวสวย ๆ แบบที่จะไม่ได้เห็นจากชินคันเซ็นด้วยค่ะ

「ซุปเปอร์อะซึสะ」จะเดินทางไปที่จังหวัดนากาโนะโดยผ่านจังหวัดยามานาชิ ทำให้จะวิ่งผ่านด้านข้างของภูเขาไฟฟูจิด้วย ทำให้สามารถถ่ายรูปสวย ๆ ของภูเขาไฟฟูจิจากในตัวรถไฟได้ด้วยค่ะ และเส้นทางของซุปเปอร์อะซึสะยังวิ่งผ่านภูเขาต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ชมธรรมชาติที่สวยงามของญี่ปุ่นแบบหาไม่ได้จากการนั่งโฮคุริคุชินคันเซ็นด้วยนะคะ สถานีปลายทางจะไม่ใช่สถานีนากาโนะ แต่จะเป็น สถานีมัตสึโมโต้ (Matsumoto Station) ในกรณีที่จะไปชมปราสาทมัตสึโมโต้ก่อนก็จะสะดวกดีมาก ๆ เลยค่ะ

ราคา6,380 เยน และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที ในกรณีที่จะนั่งรถไฟจากสถานีมัตสึโมโต้ไปที่สถานีนากาโนะ ให้ขึ้นรถไฟสาย Shinonoi Line ไปค่ะ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ค่ารถไฟราคา 1,140 เยนราคาโดยรวมแล้วจะถูกกว่าเดินทางโดยโฮคุริคุชินคันเซ็นเล็กน้อยค่ะ

 

++อยากประหยัดงบต้อง Kousoku Bus(รถบัสด่วนพิเศษ)

Kousoku Bus จะเป็นรถบัสที่ออกเดินทางจากประตูทิศใต้ของสถานีชินจูกุไปที่สถานีนากาโนะ ข้อดีที่สุดของวิธีการเดินทางโดยรถบัสก็คือราคาถูกที่สุด ราคาที่ถูกที่สุดประมาณ 1,000 เยนเลยทีเดียว และแบบแพงที่สุดก็ 5,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ถ้าออกเดินทางแต่เช้าก็จะถึงนากาโนะในช่วงกลางวันพอดีเลยค่ะ

 

++อยากแวะเที่ยวระหว่างทางด้วยต้อง รถเช่า

รถเช่าก็เป็นอีกวิธีที่เราแนะนำ ถ้าระยะทางจากโตเกียว – นากาโนะ และยังไม่ต้องเสียค่าน้ำมันมากจนเกินไป

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าออกเดินทางจากสถานีชินจูกุ ถ้าขับขึ้นทางด่วน ก็จะถึงสถานีนากาโนะโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที ค่าทางด่วนประมาณ 5〜6,000 เยน ถ้ารวมค่าน้ำมันด้วยก็จะราคาประมาณ 8,000 เยนต่อการเดินทางแต่ละขา

ถ้าเดินทางทั้งหมด 4 คน หารแล้วจะเหลือประมาณคนละ 2,000 เยนเท่านั้น ซึ่งนับว่าถูกมากเลยค่ะ แถมยังดีตรงที่ได้แวะเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ระหว่างทางด้วยนะคะ

จบแล้วค่ะ วิธีการเดินทางไปนากาโนะ 4 วิธีที่เราแนะนำไป ถ้าคำนึงถึงเวลาก็อาจจะดีที่สุดที่จะนั่งโฮคุริคุชินคันเซ็นไปค่ะ

แต่ก็อาจจะแตกต่างกันแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ ว่าแผนการเดินทางเป็นยังไง ลองใช้ข้อมูลของเราอ้างอิงเพื่อหาวิธีการเดินทางที่เหมาะกับเพื่อน ๆ ดูนะคะ

=============================================================================

Cr. Matcha

ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยังริมทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) เพื่อชมทิวทัศน์สวย ๆ ของภูเขาไฟฟูจิเอาไว้ให้แล้วในทางหนทางที่ประหยัดสุด ๆ

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิสุโอกะ (Shizuoka) และจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับท็อปฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปเยือนมากที่สุดเนื่องจากภูเขาไฟฟูจินั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่งดงามของประเทศที่ชาวญี่ปุ่นผูกพัน ทั้งยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยภูเขาไฟฟูจินั้นมีความสูงถึง 3,776 เมตรเลยทีเดียว

นอกจากความสูงแล้วภูเขาไฟลูกนี้ยังมีความงดงามในด้านของรูปทรงที่สมมาตรกันทุกด้าน ไม่ว่ามองมุมไหนก็ไม่บิดเบี้ยว ทั้งยังมีความงามของยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนเกือบตลอดทั้งปี กลายเป็นทิวทัศน์สุดงดงามที่มีความน่าสนใจ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากมาเยือนประเทศญี่ปุ่นเพื่อได้เห็นความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิสักครั้ง

ความจริงแล้วรอบ ๆ ภูเขาไฟฟูจินั้นมีทะเลสาบล้อมรอบอยู่มากถึง 5 แห่งได้แก่ ยามานากะโกะ (Yamanakako), ไซโกะ (Saiko), โชจิโกะ (Shojiko), โมโตซุโกะ(Motosuko), และ คาวากูจิโกะ (Kawaguchigo) แต่ในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 นี้ คาวากูจิโกะถือเป็นสถานที่ชมภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมที่สวยงามและเดินทางจากกรุงโตเกียวได้สะดวกที่สุดแห่งหนึ่ง

วิธีการเดินทางไปเยือนภูเขาไฟฟูจิ

++ รถบัส เป็นหนทางที่ประหยัดและง่ายสำหรับคนที่ไม่ชินทางอย่างชาวต่างชาติแบบเรา ๆ

แต่อาจใช้เวลาในการเดินทางเยอะกว่าการขึ้นรถไฟและควบคุมเวลาไม่ได้หากการจราจรในบริเวณนั้นหนาแน่น

 (Cr: mtfuji-jp.com)

รถบัสที่ว่านี้มีชื่อว่า Highway Bus โดยเราสามารถขึ้นจากสถานีชินจุกุ (Shinjuku) ไปลงที่สถานีปลายทางคาวากูจิโกะได้เลย การนั่งรถบัสจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที (ในช่วงเวลาที่รถไม่ติด หากเป็นช่วงซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสีการจราจรจะติดขัด)

อัตราค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ราคาคนละ 1,750 เยน เด็ก 880 เยน (เที่ยวเดียว) ควรจองก่อนเดินทาง 1 วัน สามารถจองออนไลน์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ จองรถ Tokyo Shinjuku Expressway Bus Terminal

Shinjuku Expressway Bus Terminal

ที่อยู่ 1F, 1 Chome-10 Nishishinjuku, Shinjuku-ku, Tōkyō-to 160-0023, Japan
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Chou Line ลงที่สถานี Shinjuku เดินประมาณ 3 นาทีจะถึงป้ายรถบัส
ราคา ผู้ใหญ่คนละ 1,750 เยน เด็ก 880 เยน (เที่ยวเดียว)
โทรศัพท์ 03-5376-2222
Website Shinjuku Expressway Bus

++ รถไฟ เป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วและตรงเวลาที่สุด แต่จะไม่ได้แค่ต่อเดียวจบ 

เพราะการนั่งรถไฟไปคาวากูจิโกะนั้นจะมีการเปลี่ยนขบวนรถ ค่าใช้จ่ายจึงจะเยอะกว่าการเลือกนั่งรถบัสอยู่สักหน่อย

Cr. panoramio.com

 

โดยเริ่มจากการนั่งรถไฟสาย Azusa จากสถานี JR Shinjuku หรือ Kaiji ไปลงที่สถานี JR Otsuki ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารประมาณ 1,280 เยน *สามารถใช้ JR PASS ได้

การขึ้นรถไฟขบวนนี้มีตู้ 3 แบบ ซึ่งเราต้องเลือกขึ้นรถไฟให้ถูกตู้ด้วยโดยจะมีระบุที่ตั๋วรถไฟหรือที่ป้ายสถานี (ควรตรวจดูทุกครั้งก่อนขึ้น)

ตู้แบบที่ 1 สีเหลือง : สำหรับคนไม่ได้จองที่นั่ง
ตู้แบบที่ 2 สีแดง : สำหรับคนที่จองที่นั่ง
ตู้แบบที่ 3 สีเขียว : ที่นั่งแบบพิเศษ

จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway จากสถานี Otsuki ไปลงที่สถานี Kawaguchikoใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 1,110 เยน เด็ก 560 เยน (เป็นราคาโดยประมาณ) *ไม่สามารถใช้ JR PASS ได้ โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานี Otsuki (บอกพนักงานว่าไปลงสถานี คาวากูจิโกะ )

เมื่อถึงสถานี Otsuki เราจะต้องต่อรถไฟไปลงสถานีปลายทาง Kawaguchiko (แต่รถไฟจะจอดค้างอยู่ที่สถานี Fujikyu Highland เพื่อหัวหัวกลับ ก็ไม่ต้องตกใจและอย่าเพิ่งลงนะ เพราะยังไม่ถึงจุดหมายของเรา ดูชื่อสถานีกันดี ๆ นะ) ซึ่งรถไฟสายนี้บางขบวนก็จะมีลวดลายน่ารัก ๆ ในธีมภูเขาไฟฟูจิให้เราได้นั่งด้วย

 Otsuki Station

ที่อยู่ 3641, Funatsu, Fujikawaguchiko-machi, Minamitsuru-gun, Yamanashi-ken 401-0301, Japan
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Chou Line จากสถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Otsuki แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway ไปลงที่สถานี Kawaguchiko
ราคา ผู้ใหญ่คนละ 1,110 เยน เด็ก 560 เยน (เที่ยวเดียว)
Website Mt.Fuji Explorer

++ รถเช่า สะดวกเป็นส่วนตัว สามารถแวะเที่ยวระหว่างทางได้

ระยะเวลาขับรถจากโตเกียว ไปคาวากูจิโกะประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทาง 112 กิโลเมตร ค่าทางด่วนประมาณ 3,300 เยน ถ้ารวมค่าน้ำม้นด้วยก็จะราคาประมาณ 4,300 เยน ต่อการเดินทางแต่ละขา ถ้าเดินทางทั้งหมด 4 คน หารแล้วจะเหลือประมาณคนละ 1,100 เยน (ราคายังไม่รวมค่าเช่ารถ) ซึ่งถือเป็นอีกหนี่งวิธีเดินทางที่น่าสนใจเช่นกัน

การไปชมภูเขาไฟฟูจิอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ยาก หากนักท่องเที่ยวอย่างเรามีการเตรียมพร้อมที่ดี ที่สำคัญคือเราจะต้องเลือกวิธีการเดินทางที่เหมาะกับตัวเอง จำจุดขึ้นรถบัสหรือจำสถานีรถไฟที่ต้องไปลงหรือเปลี่ยนให้ดีเท่านี้การไปภูเขาไฟฟูจิด้วยตัวเองแบบไม่ต้องง้อทัวร์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อ้ออย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศก่อนจะเดินทางไปด้วยนะ !

———————————————————————————————————————-

Cr. chillchilljapan.com

นอกจากฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระบานสวยงามแล้ว อีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น คือฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเองค่ะ ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี ใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นอยากแวะไปชมใบไม้แดงสวยๆ ต้องลองไป 5 เมืองนี้ดูค่ะ

1.นิกโกะ (Nikko) ภูมิภาคคันโต (Kanto)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ต้นตุลาคม – กลางพฤศจิกายน

เมืองนิกโกะ ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เนื่องด้วยมีแหล่งโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีจุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถนน ฮิโรฮะซะกะ (Irohazaka) สายคดเคี้ยวจากใจกลางเมืองนิกโกะ ไปจนถึงภูเขาอิโรฮา (Iroha) เป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยที่สุดในภูมิภาคคันโต ทะเลสาบชูเซนจิ (Chuzenji) น้ำตกเคกอน (Kegon Falls) ที่สำคัญมีกระเช้าให้นั่งชมวิวในมุมสูงได้แบบฟินๆ

 

2.โตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต (Kanto) 

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

เที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียวทั้งที อย่าลืมแวะสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอ็น (Koishikawa Koeakuen) สวนที่สวยและเก่าแก่ที่สุดในญีปุ่น ที่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสีทั่วทั้งบริเวณ หรือที่สวนชินจูกุเงียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) สวนสาธารณะอันเงียบสงบ สวยงามหลากสไตล์ เป็นสุดยอดสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในใจกลางเมือง นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดฮิต คือสวนโชวะ คิเนน (Showa Kinen Park) ที่รายล้อมด้วยต้นกิงโกะและต้นเมเปิ้ล ร่มรื่นสวยงาม

 

3.ฟูจิและทะเลสาบทั้งห้า (Fuji 5 Lakes) ภูมิภาคคันโต (Kanto)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน

หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawakuchiko) จะได้พบกับทัศนียภาพของฟูจิซังใต้ท้องฟ้าอันสดใส สะท้อนผืนทะเลสาบกว้างไกล และความงดงามของใบไม้ที่เปลี่ยนสีบริเวณริมทะเลสาบอีกด้วย บรรยากาศแบบนี้จะเดินเล่นปั่นจักรยาน ล่องทะเลสาบชมวิวก็ไม่มีเบื่อ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือการชมไฟประดับประดายามค่ำคืนในช่วงเทศกาล โรแมนติคสุดๆ

 

4.เกียวโต (Kyoto) ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

ที่เกียวโตนั้นมีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่ง สถานที่ยอดนิยม เช่น อะราชิยามะ (Arashiyama) ชมใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาสลับซับซ้อน ถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ตสึเคียว เดินชมย่านบ้านเก่าซากะ โทริอิโมโตะ หรือจะไปชมที่วัดชื่อดัง คิโยมิสึ เดระ (Kiyomizu-dera Temple) บนระเบียงยอดฮิต ถ่ายรูปสวย หรือจะไปวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) วัดเทนเรียวจิ (Tenryuji Temple) ก็สวยงามไม่แพ้กัน

 

5.โอซาก้า (Osaka) ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดในโอซาก้า ต้องไปที่วนอุทยานแห่งชาติมิโน (Mino Koen) ที่มีทิวทัศน์สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด สัมผัสธรรมชาติอันชุ่มฉ่ำ ชมน้ำตกที่ไหลสดกระเซ็นแต้มเมเปิ้ลหลากสี หรือที่ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ก็จะมีต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองอร่อามอยู่บริเวณลานด้านหน้าปราสาท เหมาะสำหรับไปพักผ่อนหย่อนใจ ชมความงามของปราสาทไปพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้หากใครผ่านไปยังถนนมิโดสุจิที่อยู่ใจกลางโอซาก้า ก็สามารถชมความงามของต้นแปะก๊วยได้ทั้งสองข้างทาง

————————————————————

Cr. travel.truelife.com