เช่ารถญี่ปุ่น

             ในการเช่ารถญี่ปุ่นนั้น ผู้ขับขี่จะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปโดยที่ใบขับขี่ที่สามารถใช้เช่ารถญี่ปุ่นได้มี 3 แบบด้วยกัน คือ ใบขับขี่ของประเทศญี่ปุ่น (สำหรับผู้ที่อาศัยในญี่ปุ่น) , ใบอนุญาตขับขี่สากล และใบขับขี่ที่มีคำแปลญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส ไต้หวัน เบลเยี่ยม เอสโตเนียและโมนาโค

สำหรับใบอนุญาตขับขี่สากล จะต้องทำที่ประเทศของตนเองก่อนมาที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะหลังจากการเดินทางมาญี่ปุ่นแล้ว ทางสถานทูตจะไม่สามารถออกใบขับขี่สากลให้ได้ สำหรับคนที่มีใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส ไต้หวัน เบลเยี่ยม เอสโตเนียและโมนาโค จะต้องมีใบขับขี่ในประเทศและหนังสือแปลใบขับขี่เป็นภาษาญี่ปุ่นพร้อมทั้งพาสปอร์ตมายื่นให้กับบริษัทรถเช่าได้เลย

           การเช่ารถญี่ปุ่นนั้นจะต้องแจ้งรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์หรือตัวแทนบริษัทรถเช่า โดยลักษณะการดำเนินการในแต่ละบริษัทนั้นจะคล้ายคลึงกัน คือ ระบุวันที่จะเริ่มเช่ารถและคืนรถเช่า ระบุชนิดของรถที่ต้องการเช่า ระบุสถานที่รับและคืนรถเช่า และระบุความต้องการเพิ่มเติม เช่น GPS บัตรทางด่วน (ETC CARD) ยางหิมะ หรือที่นั่งเด็ก เมื่อลงทะเบียนเช่ารถญี่ปุ่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอถึงวันที่เราไปรับรถเช่านั้นก็เข้าไปยังเคาน์เตอร์ของบริษัทที่เราทำการจองเช่ารถไว้ โดยยื่นเอกสารรับรถ ใบขับขี่และพาสปอร์ตได้ที่เคาน์เตอร์ของบริษัทที่ทำการเช่ารถได้เลย

ในการคืนรถเช่านั้นจะต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังที่สถานีบริการน้ำมันที่ใกล้กับบริษัทเช่ารถญี่ปุ่น แล้วนำใบเสร็จไปแสดงให้บริษัทรถเช่า เนื่องจากในแถบชนบทหรือที่ห่างไกลจากตัวเมืองทางบริษัทรถเช่าญี่ปุ่นนั้นจะระบุสถานีบริการน้ำมันที่จะต้องเติมไว้ให้ด้วย ส่วนใหญ่สถานีบริการน้ำมันจะไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะปิดทำการประมาณ 19.00 น. หากไม่สามารถเติมน้ำมันก่อนทำการคืนรถเช่าได้ ทางบริษัทเช่ารถจะคำนวณราคาค่าน้ำมันให้ และส่วนใหญ่จะคิดสูงกว่าราคาที่เราไปเติมเอง

การเช่ารถญี่ปุ่นจะมีการเช่าทั้งหมด 3 เวลา คือ 6 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง และ24 ชั่วโมง รถเช่าญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นมักจะมี GPS ติดมากับตัวรถเช่าอยู่แล้ว หรืออาจจะมีแบบที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ GPS ที่บริษัทรถเช่าญี่ปุ่นจะมีแค่ภาษาญี่ปุ่น แต่ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเที่ยวนั้นจะมี GPS ภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีน ฯ เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว

รถเช่าญี่ปุ่น

การจราจรของประเทศญี่ปุ่นนั้น รถยนต์ทั่วไปและรถเช่าญี่ปุ่นจะมีพวงมาลัยอยู่ทางขวา และขับเลนซ้าย ถ้าหากคุณเดินทางไปช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมถนน คุณสามารถขอเช่าอุปกรณ์เสริม เช่น โซ่หรือยางหิมะจากบริษัทรถเช่าได้เลย เพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้รถนั้นลื่นไถลเวลาขับบนหิมะ

การใช้บริการที่จอดรถที่ญี่ปุ่นนั้นไม่สามารถจอดได้ตามข้างทาง ซึ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือตามห้างสรรพสินค้าจะมีสถานที่จอดรถไว้ให้บริการ ค่าบริการที่จอดรถราคา 1 ชั่วโมงจะอยู่ที่ประมาณ 200-700 เยน โดยราคาที่จอดของแต่ละที่นั้นจะไม่เท่ากัน ถ้าหากเรายิ่งเข้าใกล้ตัวเมืองมากเท่าไหร่ก็จะมีราคาที่สูงขึ้น สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “กฎจราจรที่ประเทศญี่ปุ่น

การใช้ทางด่วนของญี่ปุ่นนั้น จะมีการใช้ระบบอยู่ 2 ช่อง คือ ระบบจ่ายเงินทั่วไป กับ ระบบ ETC (Electronic Toll Collection System) ซึ่งถ้าเทียบราคากับหลายๆประเทศจะมีราคาค่อนข้างที่จะสูงพอสมควร ในระยะทางประมาณ 100 km. ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3000 เยน

  • ช่องทางด่วนระบบจ่ายเงินทั่วไป เป็นช่องทางด่วนที่จะต้องหยุดรถเพื่อรับตั๋วจากพนักงานหรือรับจากเครื่องออกตั๋วอัตโนมัติ ซึ่งจะชำระค่าผ่านทางก่อนจะลงจากทางด่วน ทั้งนี้จะสามารถชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต
  • ช่องทางด่วนระบบ ETC (Electronic Toll Collection System) เป็นช่องทางด่วนที่ไม่ต้องหยุดรถเพื่อรอคิวในการจ่ายเงิน โดยที่คุณสามารถขอเช่าบัตร ETC ได้ที่บริษัทเช่ารถ โดยการชำระค่าผ่านทางนั้นจะเรียกเก็บหลังจากคืนรถเช่าแล้ว หรือตัดจากบัตรเครดิตที่คุณได้ลงทะเบียนกับบัตรเช่า ETC ไว้
เช่ารถญี่ปุ่น

การเติมน้ำมันนั้นก็จะมีสถานีบริการน้ำมันอยู่ทุกๆที่ จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ แบบฟูลเซอร์วิส และ แบบบริการตัวเอง แบบฟลูเซอร์วิส คือ แบบที่มีพนักงานคอยบริการและเติมน้ำมันให้ แต่หากเป็นแบบบริการตัวเอง คือ จะต้องเติมน้ำมันด้วยตัวเองจะไม่มีพนักงานคอยให้บริการซึ่งจะมีราคาถูกลง น้ำมันจะมีอยู่ 3 ชนิดที่ใช้เติม ซึ่งจะแบ่งง่ายๆตามสี คือ

Regular unleadedレギュラー(RE‑GYU‑RA‑A)

High-octaneハイオク(HA‑I‑O‑KU)

Diesel 軽油(KE‑I‑YU)

เช่ารถญี่ปุ่น

ประกันภัยในการเช่ารถนั้น จะมีค่าประกันภัยอยู่ในค่าเช่ารถอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุอาจจะมีการจ่ายเงินเพิ่มเติมในส่วนของความเสียหายต่อรถยนต์อีก 50,000-100,000 เยน ในรายละเอียดต่างๆที่เหลือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่บริษัทเช่ารถญี่ปุ่น

รถเช่าในญี่ปุ่น

หากคุณได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแล้ววางแผนที่จะเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในตัวเมืองหรือนอกเมือง หากคุณมีใบอนุญาตขับขี่สากล เราแนะนำให้เช่ารถในญี่ปุ่น เพราะได้อิสระในการเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆของประเทศญี่ปุ่น ที่ช่วยให้คุณเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปร้านอาหาร ออนเซ็น เรียวกัง หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆได้สะดวกมากขึ้น หากคุณเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือกับคนที่คุณรัก การขับรถเช่าในญี่ปุ่นนั้นจะช่วยให้คุณประหยัดเงินและเวลาในการเดินทางได้เป็นอย่างดี การท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีบริษัทที่ให้บริการรถเช่าในญี่ปุ่นอยู่ คือ Toyota Rent-A-Car บริษัทรถเช่ารายใหญ่ที่มีสาขารับ-คืนเยอะที่สุดทั่วญี่ปุ่น การจองสามารถจองผ่านตัวแทนได้ที่ไทย Easyandsave ตัวแทนรถเช่าในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการแห่งแรกในไทย

เมื่อเดินทางถึงยังประเทศญี่ปุ่นแล้วบริษัทรถเช่าในญี่ปุ่นมีเคาน์เตอร์ให้บริการตามสนามบินต่างๆ เช่น สนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ สนามบินชิโตเสะ สนามบินชูบุเซ็นแทร์ ฯลฯ หากคุณได้ทำการจองล่วงหน้ามาแล้ว คุณสามารถมาที่เคาเตอร์เพื่อรับรถเช่าในญี่ปุ่นได้ทันที โดยพนักงานจะแนะนำหรืออธิบายข้อมูลต่างๆที่เราควรรู้ ดังนี้

ประกันภัย – โดยจะมีประกันภัยต่างๆให้เลือก

การเติมน้ำมัน – ตรวจดูว่าทางคุณได้เติมน้ำมันให้กับรถก่อนคืนรถเช่าญี่ปุ่นให้กับทางบริษัท

กรณีฉุกเฉิน – โปรดโทรแจ้งตำรวจทันที หากรถเช่าคุณเกิดอุบัติเหตุคุณจะต้องมีการแจ้งความ หรือได้รับเอกสารการเกิดอุบัติเหตุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

*หมายเหตุ : เบอร์โทรฉุกเฉินต่างๆในประเทศญี่ปุ่น ตำรวจ – 110 / รถพยาบาลหรือรถดับเพลิง – 119 (ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้) และศูนย์ให้คำปรึกษาตำรวจนครบาลในโตเกียว – 03 3501 0110 โทรได้ในวันธรรมดา เวลา 8.30 ถึง 17.15 น. (สามารถพูดภาษาอังกฤษได้) หรือเบอร์ติดต่อฉุกเฉินจากกบริษัทรถเช่า

หากคุณได้เช่ารถในญี่ปุ่นจากสนามบินสำนักงานที่คุณต้องไปรับรถเช่าญี่ปุ่นนั้นมักจะอยู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งจะต้องนั่งรถออกไปโดยมีรถของบริษัทรถเช่ารับ-ส่ง ฟรีคอยให้บริการ เมื่อไปถึงสาขาตรวจสอบเอกสาร จากนั้นก็ไปรับรถรถเช่าก่อนขับรถออกมาควรตรวจสอบรถ เพื่อให้พนักงานบันทึกจุดที่มีรอยขูดขีดหรือรอยตำหนิต่างๆของรถเอาไว้ บริษัทให้บริการเช่ารถในญี่ปุ่นใหญ่ๆนั้น จะมีทำการปรับปรุงรถใหม่ทุกๆสองปี คุณจะได้มั่นใจว่ารถเช่าในญี่ปุ่นที่เราเช่าไปนั้นจะมีความสะดวกสะบาย ความปลอดภัย และได้รับการบำรุงรักษามาเป็นอย่างดี

วิธีการเช่ารถในญี่ปุ่นนั้นทางพนักงานของบริษัทจะให้คำแนะนำคุณเกี่ยวกับรถเช่า และแสดงให้ทราบถึงตำแหน่งของสัญลักษณ์ต่างๆ เกจวัด และคันบังคับต่างๆ เนื่องจากส่วนเหล่านี้อาจจะมีตำแหน่งที่แตกต่างไปจากรถของประเทศเรา นอกจากนี้พนักงานจะสาธิตถึงวิธีการใช้ระบบนำทางของรถยนต์และการตั้งค่าการเปลี่ยนภาษาอีกด้วย หน้าจอการใช้งานมีให้บริการถึง 4 ภาษา แต่การค้นหาและกำหนดจุดหมายแต่ละสถานที่อาจจะทำได้ยาก เนื่องจากฐานข้อมูลของสถานที่ต่างๆ มักจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น การค้นหาเส้นทางแนะนำค้นหาจากเบอร์โทรศัพท์ หรือ Mapcode จะแม่นยำที่สุด และเส้นทางที่จะไปแต่ละสถานที่ต้องผ่านทางด่วน เราขอแนะนำให้คุณเช่าบัตร ETC (Electronic Toll Collection) บัตรนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิวในการจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิต โดยทางบริษัทที่ให้เช่ารถญี่ปุ่นนั้นจะมีบริการให้เช่าบัตร ETC และสามารถชำระค่าผ่านทางทั้งหมดได้เมื่อคืนรถให้กับทางบริษัทรถเช่าญี่ปุ่น

เมื่อคุณได้ไปยังเคาน์เตอร์เพื่อรับรถ พนักงานของบริษัทรถเช่าญี่ปุ่นจะเน้นย้ำกฏต่างๆที่สำคัญ เนื่องจากเป็นกฏเฉพาะของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ป้ายจราจรภาษาญี่ปุ่น การเข้าช่อง ETC สำหรับทางด่วน และการฝ่าฝืนการจอดรถ ส่วนการเติมน้ำมันนั้นจะมีสถานีบริการน้ำมันตามจุดต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น สถานีส่วนใหญ่จะพนักงานให้บริการตลอดเวลา ปลอดภัยสะดวก โดยพนักงานจะบอกได้ว่ารถเช่าญี่ปุ่นที่เราได้เช่ามานั้นต้องใช้น้ำมันประเภทไหน

             แม้ว่ากระแสการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องระบบคมนาคมที่ทันสมัยและไปทั่วถึง แต่บางครั้งหากนักท่องเที่ยวชอบการเที่ยวญี่ปุ่นเองมักจะวางแผนไปเที่ยวในจุดที่ไกลจากตัวเมือง การ “เที่ยวญี่ปุ่นขับรถเอง” ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เราเดินทางท่องเที่ยวอิสระตามใจ ยืดหยุ่นเวลาได้ ยิ่งถ้าไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งคุ้มค่า มาดูกันดีกว่าว่าการ ขับรถในญี่ปุ่น นั้นมีกฏกติกาและเงื่อนไขอะไรกันบ้าง โดยเราจะทำการแบ่งออกด้วยกัน 4 ส่วน ได้แก่ ใบขับขี่สากล การศึกษาจราจร การศึกษาเส้นทางและการใช้งาน GPS และ การใช้บัตร ETC Card

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ส่วนแรกคือ ใบขับขี่สากล การที่เราจะไป เที่ยวญี่ปุ่นขับรถเอง ได้นั้น จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่สากลก่อน ซึ่งใบขับขี่สากลเปรียบเสมือนใบผ่านทางสำหรับการขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น โดยที่ใบขับขี่สากลนั้นทำได้ที่ กรมการขนส่งทางบก ทั่วประเทศไทย ซึ่งขั้นตอนการขอใบขับขี่สากลนั้นก็ไม่ยาก เพียงมีแค่ใบขับขี่รถยนต์ในประเทศที่ยังไม่หมดอายุ และยื่นเอกสารที่กรมการขนส่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำการตรวจสอบเอกสาร เมื่อผ่านแล้วจะทำการจ่ายค่าธรรมเนียมเพียง 505 บาท ระยะเวลาในการทำไม่นานเพียง 15-20 นาที และบัตรมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกบัตร ใบขับขี่สากลนั้นนอกจากจะมีความสำคัญในด้านกฏหมายในญี่ปุ่นแล้ว เวลาไปเช่ารถในญี่ปุ่นจำเป็นต้องแสดงใบขับขี่สากลตัวจริงพร้อมพาสปอร์ต เพื่อยืนยันการจองรถเช่า ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการดำเนินไป เที่ยวญี่ปุ่นขับรถเอง

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ส่วนที่สองคือการศึกษาเรื่องกฏจราจร การเที่ยวญี่ปุ่นขับรถเองนั้นนอกจากจะต้องศึกษาเส้นทางแล้วยังต้องศึกษากฏหมาย ข้อบังคับ และป้ายสัญลักษณ์ต่างๆอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทาง หากไม่ศึกษาล่วงหน้าแล้วไปทำผิดกฏจราจรที่นั้นบอกเลยว่าไม่คุ้มกับค่าปรับที่จะต้องเสีย และอาจจะทำให้เกิดความล่าช้าในการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นอีกด้วย การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นนั้นจะคล้ายๆกับการขับรถเที่ยวที่ไทย เพราะลักษณะของรถนั้นเป็นพวงมาลัยอยู่ทางด้านขวา ขับรถเลนซ้าย หากจะแซงก็จะขับวิ่งในเลนขวา การขับรถที่ญี่ปุ่นเลี้ยวซ้ายจะไม่ผ่านตลอด จะต้องรอสัญญาณไฟ นอกจากว่าจะมีป้ายบอก เมื่อเจอ 4 แยกไฟแดงรถที่ไปทางซ้ายสามารถไปได้เลยแต่ต้องระวังคนข้ามถนนด้วย ส่วนรถที่จะเลี้ยวขวาก็ต้องรอเวลาที่เหมาะสมก่อนขับรถไปกลางแยก เพื่อที่จะเลี้ยวขวา และเปิดโอกาสให้ผู้คนที่ข้ามทางเท้านั้นข้ามไปก่อน

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ส่วนที่สามคือการศึกษาเส้นทางและการใช้งาน GPS เพราะก่อนออกเดินทางควรวางแผนให้ดี ตัวช่วยที่ดีที่สุดคือ Google Map ที่จะช่วยให้เราศึกษาเส้นทางล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความคุ้นชินในการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ที่จะทำให้รู้ว่าแต่ละจุดนั้นจะมีจุดแวะพักระหว่างทางที่น่าสนใจไหม เผื่ออาจจะทำให้การเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นขับรถเองสะดวกขึ้น นอกจาก GPS Google แล้ว GPS ในรถยนต์หรือแบบออฟไลน์ เป็นสิ่งคัญที่จะต้องมีไว้ติดกับตัวเองหรือรถ เพื่อเวลาเดินทางไปตามจุดต่างๆแล้วเกิดหลงหรือไม่แน่ใจ เราก็สามารถเอาตัวรอดได้จากการเปิด GPS ดู ส่วน GPS ออฟไลน์นั้นจะเป็นระบบที่เราได้ทำการโหลดเก็บไว้เผื่อหากเดินทางไปบางจุดแล้วไม่มีสัญญาณหรือสัญญาณขาดหายไป เราจะได้เดินทางต่อได้ โดยไม่มีอะไรขัด แต่โดยส่วนใหญ่แล้วตัวแทนให้บริการรถเช่าในญี่ปุ่นรถทุกคันจะมี GPS ไว้ให้ในรถ การใช้งานก็ไม่ยากเพียงค้นหาเส้นทางด้วยเบอร์โทรศัพท์ หรือ Mapcode ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการเตรียมตัวหาข้อมูลก่อนเดินทางไปขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

และส่วนสุดท้ายคือการใช้บัตร ETC Card เป็นบัตรที่ใช้บริการบนทางด่วน (Electronic Toll Collection) ก็จะมีคุณสมบัติคล้ายกับบัตร Easy Pass ของไทยเลย โดยหลักการทำงานนั้นก็จะเหมือนกันคือ ในบัตรจะมีวงเงินให้เราใช้ได้ไม่จำกัด เพียงแค่เราขับรถผ่านช่องทาง ETC สีม่วง เมื่อเราทำการผ่านช่อง ETC ไประบบก็จะทำการหักเงินในบัตรอัตโนมัติ ซึ่งมันจะทำให้เราสะดวกและประหยัดเวลาได้มากกว่า เมื่อมาคืนรถที่สาขารถเช่า เราก็จ่ายค่าทางด่วนที่ใช้ไปทั้งหมดที่สาขารถเช่าที่ให้บริการ หากเราสนใจที่จะเช่าบัตร ETC นั้น ทางบริษัทเช่ารถในญี่ปุ่นก็จะมีให้เช่าอยู่แล้ว จะมีบัตร ETC Card ใช้จ่ายตามจริงที่ใช้งาน กับแบบเหมาจ่ายตามวันที่เช่ารถให้บริการ (บัตรเหมาจ่ายมีให้บริการบางสาขาตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัทรถเช่านั้นๆ)

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

         หากพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เราขอแนะนำให้ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น มากกว่านั่งรถสาธารณะแน่นอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้เหมาะที่สุด เพราะจะได้ซึมซับบรรยากาศรอบข้างแบบธรรมชาติที่สวยงามจนตะลึงกันเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวเราขอแนะนำไปตามต่างจังหวัดเฉพาะตามภูเขา หุบเขา และไหล่เขาต่างๆจะได้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติโอบล้อมรอบตัวเราไว้ด้วยสีส้นของใบไม้สีส้ม แดง และสีเหลืองที่เปลี่ยนสีไล่เฉดสีได้อย่างสวยงามพร้อมกับบรรยากาศที่แตกต่างจากตัวเมืองไปโดยสิ้นเชิง

          ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ดีกว่าไหม??..ในบางครั้งนั้นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถบัส รถไฟ หรือรถสาธารณะนั้น อาจจะเข้าไม่ถึงจุดที่ต้องการของเรา การขับรถเที่ยวเองนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติได้มากกว่า

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ครั้งนี้เราขอแนะนำถนน และเส้นทางการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้ง 8 เมืองด้วยกัน สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนอย่างไรดีหรือใครที่ไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีพอดี สามารถนำข้อมูลของเราไปจัดทริปเที่ยวได้เลย

 ไปดูเส้นทาง… ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันคร้า…

     1. ทะเลสาบทั้ง 5

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ทะเลสาบทั้ง5 

         โอบล้อมไปด้วยภูเขาไฟฟูจิ ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคคันโตของจังหวัดยะมะนะชิ เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักภูเขาฟูจิเพราะภูเขาฟูจินั้นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ตรงส่วนที่จะแนะนำนั้นก็คือจุดชมวิวที่มีทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้ง5 ที่ล้อมรอบภูเขาฟูจิเอาไว้บวกกับต้นเมเปิลที่กำลังเปลี่ยนสีตามฤดู ทำให้ดูสวยงามและเข้ากันได้อย่างลงตัวและหากเราขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้นจะมีจุดให้แวะพักได้นั่นก็คือเรียวกังที่ถูกรอบล้อมด้วยทะเลสาบคาวากุจิโกะ สามารถแช่ออนเซ็นไปพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิ และทะเลสาบคาวากุจิโกะไปพร้อมกันชั่งเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจสุดๆไปเลย

ปิดท้ายด้วยการพาขับรถเที่ยวญี่ปุ่นขึ้นไปชมวิวพาโนรามาแบบ 360 องศา  บนเนินเขาที่ตั้งของเจดีย์ชูเรโตะที่มีสีแดงทั้งหลังเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน โดยวิวที่เราจะเห็นนั้นจะเป็นภาพของใบเมเปิลที่ไล่เฉดสีจากสีเขียวไปแดงที่ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และภูเขาฟูจิที่มีสีขาวโพลนปกคลุมไว้ด้วยหิมะเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าประทับใจไม่น้อย และเราคิดว่าหลายๆคนคงอยากจะไปถ่ายภาพเก็บไว้เป้นที่ระลึกกัน 

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ ทะเลสาบทั้ง 5 ที่โอบล้อมภูเขาไฟฟูจิเอาไว้ คือ ช่วงต้นเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน 

ทะเลสาบคาวากุจิโกะ Mapcode: 161 330 587*44

     2. หุบเขานารุโกะ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

หุบเขานารุโกะ

          อยู่ที่ภูมิภาคโทโฮคุของจังหวัดมิยะงิ เป็นจุดชมวิวในหุบเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ หุบเขานารุโกะนั้น ตั้งอยู่ที่เมืองนารุโกะอนเซ็น ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดมิยะงิ เป็นภาพของหุบเขาที่มีความลึกถึง 100 เมตร ถ้าหากเราได้ไปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นเองแล้วเปิดหน้าต่างรับบรรยากาศที่สดชื่นของเมืองนี้คงเป็นอะไรที่สบายใจน่าดู

ภาพบรรยากาศโดยทั่วนั้น จะเห็นขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งแล่น ออกมาจากอุโมงค์บนสะพานโอฟุคาซาวา โดยที่มีฉากหลังเป็นสีของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี โดยไล่เฉดสีกันอย่างสวยงาม และหากเราได้ขับรถเที่ยวไปกับครอบครัว หรือกับคนที่คุณรักคงเป็นอะไรที่โรแมนติกแน่นอน และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดในที่แห่งนี้มานั้นก็คือ การได้ลองแช่น้ำพุร้อนอนเซ็นของที่นี่ของหมู่บ้านน้ำพุร้อนนารุโกะอนเซ็นเคียว  มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเรื่องคุณสมบัติของน้ำแร่ที่หลากหลายและประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,000 ปี เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจมาพักผ่อนคลายเครียดจากงานมากและได้ชมวิวที่สวยงามของธรรมชาติอีกด้วย ฟินๆๆๆๆๆๆมาก……

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขานะรุโกะ คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน

หุบเขานารุโกะ Mapcode: 317 818 189*52

     3. เทือกเขาฮักโกดะ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

เทือกเขาฮักโกดะ

          อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุของจังหวัดอะโอโมริ โดยเทือกเขาฮักโกดะนั้นเป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่มีความสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น เป็นกลุ่มภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในตอนใต้ของจังหวัดอะโอโมริ ในเขตอุทยานแห่งชาติของโทวะดะฮะจิมันไตด้วยความสูงถึง 1,585 เมตร จึงทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีความสวยงามมากๆ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางยอดนิยมในเรื่องของการเดินป่าอีกด้วย และเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนที่ชอบการแช่น้ำพุร้อนอนเซ็นในช่วงปลายของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โดยที่เราจะเห็นภาพวิวของใบไม้ส้มแดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าประทับใจมากๆ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เทือกเขาฮักโกะดะ คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน

เทือกเขาฮักโกดะ Mapcode: 704 589 416*00

     4. ถนนบันไดอะชุมะ 

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ถนนบันไดอะชุมะ สกายไลน์

          ก็สวยไม่แพ้กับสถานที่ที่ผ่านมาเลยโดยเส้นทางที่อยู่ในภูมิภาคของโทโฮคุของจังหวัดฟุคุชิมะ เส้นทางการขับรถบนถนนบันไดอะชุมะ สกายไลน์นั้นเป็นอีกหนึ่งถนนที่ขับในภูเขาที่งดงามที่สวยที่สุดและยังได้รับความนิยมจากบรรดานักเดินป่าโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ด้วยความสูงของถนนแห่งนี้สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,500 เมตร และยังมีความยาวทั้งหมด 29 กิโลเมตร เพื่อขึ้นไปยังจุดพิชิตของยอดเขา AZUMA-KOFUJI PEAK ที่มีความสูงถึง 1,707 เมตร เมื่อเรามองลงมาก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของใบไม้ที่เปลี่ยนสีไปทั่วภูเขาบันไดและที่ราบสุงอระบันไดตระการตามาก

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ถนนบันไดอะชุมะ สกายไลน์ คือ ช่วงกลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

ถนนบันไดอะชุมะ Mapcode: 475 150 235*00

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอีก 4 สถานที่ที่เหลือเราจะมาทำการต่อกันในบทความต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ทำการอ่านบทความของเรามาจนถึงตรงนี้ ขอให้ทุกท่าน โปรดรอติดตามสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำอีก 4 สถานที่ที่เหลือด้วยนะคะ


สำหรับท่านใดที่ชอบการเที่ยวด้วยตัวเอง หรือชอบการขับรถเที่ยวชิวๆ สามารถปรึกษาและสอบถามได้ที่ >>> https://www.easyandsave.com

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวที่ชอบ เช่ารถเที่ยวในญี่ปุ่น ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่ๆจะมีพื้นที่คับแคบหาที่จอดรถยากเราจะไปจอดรถตามอำเภอใจไม่ได้เพราะมันผิดกฎหมายบ้านเค้า ก็เห็นแต่จะมีแต่ที่จอดรถหยอดเหรียญ มีวิธีการใช้งานในการหยอดเงินผ่านตู้หยอดเหรียญง่ายๆ แต่ละที่ก็จะมีที่จอดรถหยอดเหรียญแตกต่างกัน มีแบบไหนบ้าง มีรายละเอียดดังนี้

เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น

(แบบที่ 1)

  • สังเกตุที่จอดรถนั้นจะมีป้ายสัญลักษณ์ อักษรตัว “ P “ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตู้เป็นระบบอัตโนมัติ
  • ส่วนอัตราค่าจอดรถ แต่ละที่มีราคาไม่เท่ากัน วันธรรมดา 8.00 – 20.00 น. คิดทีละครึ่งชั่วโมง 300 เยน เมื่อหยอดเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ขับรถไปจอดยังลานช่องจอดรถที่ว่างได้ทันที
เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น
  • เวลาจอดรถให้คุณถอยหลังเข้าไปจอดให้ชิดขอบด้านหลังจากนั้นเหล็กแผ่นสีเขียวจะเด้งออกมาชนเกือบใต้ท้องรถ เพื่อล๊อคไม่ให้ล้อหลังเคลื่อนออกได้เป็นอันจอดรถเสร็จเรียบร้อย แล้วคุณก็ไปเที่ยวกันได้เลย
เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น
  • หลังจากเที่ยวเสร็จ ถึงเวลาคุณต้องชำระเงินค่าที่จอดรถ เพียงแค่คุณหยอดเงินจ่ายที่ตู้แล้วกดเลขที่หน้าจอ จากนั้นตู้จะบอกจำนวนที่คุณต้องจ่ายชำระ คุณก็ใส่แบ๊งค์ หรือหยอดเหรียญก็ได้ (ไม่ต้องกังวลเพราะตู้มีเงินทอน) สะดวกสบายหายห่วง

( แบบที่ 2 )

  • จุดจอดรถบนถนนแบบหยอดมิเตอร์
เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น

ป้ายสัญลักษณ์เหมือนหรือคล้ายคลึงกับภาพข้างล่างนี้

เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น

ที่จอดรถจุดมิเตอร์ คุณต้องนำรถไปจอดที่ช่องที่ตีกรอบสีขาวไว้ จากนั้นหยอดเงินไปในช่องตามจำนวนที่เราต้องการสักครู่จะมีตั่วจะออกมาจากเครื่องแล้วนำไปไว้บนคอลโชนหน้ารถเพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน (ส่วนใหญ่ค่าจอดรถอยู่ที่ประมาณ 300 เยน)

( แบบที่ 3 )

  • ที่จอดรถหยอดเหรียญแบบราวกั้น เครื่องนี้ใช้งานง่ายๆแค่คุณกดรับบัตรที่ทางเข้าไม้กั้นจะยกเพื่อให้รถผ่าน วิธีจ่ายเงินคือจ่ายที่ชำระตรงทางออก หรือบางครั้งคุณอาจต้องจ่ายที่ตุู้รับเงินก่อนเอารถออก

(  ตัวอย่าง  :  ภาพเครื่องหมาย หรือป้ายบังคับจราจรต่างๆ  )

เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น

( แบบที่ 4 )

  • ที่จอดรถอัตโนมัติ เราจะเห็นได้ตามเมืองใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่น ลักษณะเป็นพื้นไม่ใหญ่มากนักแนวตั้งเพียงคุณนำรถเข้าไปจอดในจุดที่จอดรถกำหนด หลังจากนั้น รถคุณก็จะถูกยกขึ้น เพื่อจัดเก็บในอาคาร และเมื่อคุณต้องการจะนำรถออก คุณก็นำบัตรจอดรถให้เจ้าหน้าที่พนักงาน เพื่อให้นำรถมาให้

หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการหาที่จอดรถ คุณควรดูป้ายที่ติดไว้ให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าคุณเผลอไปจอดโดยที่คุณไม่รู้ คุณอาจเสียค่าที่จอดรถเป็นรายเดือนได้

รถเช่าในญี่ปุ่น

Navigater (GPS) เครื่องนี้หลักการเหมือนกันหมด คือ ป้อนจุดหมายปลายทางเข้าไป มันก็จะแสดงผลออกมาที่หน้าจอ มีทั้งเส้นทาง ระยะทาง ระยะเวลา ค่าทางด่วน (ถ้ามี) เรียกว่าไม่มีโอกาสหลงตราบเท่าที่ยังขับไปตามคำแนะนำของเครื่อง และ Navigater นั้นจะมีภาษาอังกฤษให้เราเลือก ให้ป้อนข้อมูลโดยทั่วไปถ้าไม่ใส่ชื่อสถานที่ก็จะมีอีกวิธีก็คือการใส่เบอร์โทรศัพท์ซึ่งง่ายกว่าแต่ ถึงอย่างไร มันก็ยังมีปัญหาบ้างเหมือนกันคือบางที่มีหลายเบอร์แต่เบอร์ที่เราป้อนเข้าไปดันไม่ตรงกับที่มีในเครื่องมันก็อาจไม่แสดงผลหรือแสดงผลผิดพลาดเพราะเครื่องดันไปสุ่มให้เราเองว่าเบอร์ใกล้เคียงกับที่นั่น อุตส่าห์เหมารถเช่าเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที หากสุดท้ายพาหลงทางหรือ GPS บอกทางไม่ถูกทำให้เกิดความสับสนในการเดินทางไปโดยที่เราไม่ตั้งใจ แต่ดันไปฝ่าฝืนกฎจราจรเลยซะนั่น

ดังนั้น นักเดินทางชาวต่างชาติที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายข้อบังคับจราจร ก่อนเที่ยวญี่ปุ่นขับรถเองและคุณเช่ารถในญี่ปุ่นขับเที่ยว นอกจากที่คุณจะต้องปฎิบัติตามกฎของบริษัทให้เช่ารถแล้วนั้น อีกเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง คือ คุณควรศึกษาข้อมูลเรื่องกฎข้อบังคับจราจรของประเทศญี่ปุ่นเอาไว้ เพราะกฎจราจรที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนกฎของไทย ฉะนั้นควรรู้ไว้จะได้ไม่หลงทางหรือฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อเราเดินทางด้วยรถเช่าในญี่ปุ่น นั่นเอง

ป้ายบังคับแนะนำ ป้ายบังคับกฎและสัญญาณไฟจารจร ในประเทศญี่ปุ่น มีดังต่อไปนี้

  • ป้ายจราจร เป็นป้ายทางการควบคุมการจราจร แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
  • –  ป้ายบังคับ มักจะมีพื้นสีขาว ขอบสีแดง เป็นป้ายกำหนด ต้องทำตาม เช่น ห้ามเลี้ยวขวา-  ป้ายเตือน มักจะมีพื้นสีขาว ขอบสีดำ จะเป็นป้ายแจ้งเตือนว่ามีอะไรอยู่ข้างหน้า-  ป้ายแนะนำ เป็นป้ายที่แนะนำการเดินทางต่าง ๆ อาทิ ทางลัด ป้ายบอกระยะทาง เป็นต้น

     

    ป้ายแนะนำ (GUIDE SIGNS) คือ เป็นป้ายจราจรรูปแบบหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์ ไว้เพื่อแนะนำทิศทาง หรือบอกระยะทางให้กับผู้ขับขี่ได้ขับขี่ไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเป็นป้ายที่ให้ข้อมูลต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการเดินทางไปตลอดการขับขี่บนทางหลวงเส้นนั้นๆ ดูเครื่องหมายป้ายแนะนำได้ตาม (ตัวอย่างภาพ ) ด้านล่างนี้

เช่ารถในญี่ปุ่น

(  ตัวอย่าง  :  ภาพเครื่องหมาย หรือป้ายบังคับจราจรต่างๆ  )

  • เครื่องหมาย หรือป้ายจราจร ( ประเภทบังคับ 1 และรูปเครื่องหมายจราจร )

 

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. ป้ายบังคับที่แสดงความหมายตามรูปแบบ และลักษณะที่กำหนด
  2. ป้ายบังคับที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์

(  ตัวอย่าง  :  ภาพเครื่องหมาย หรือป้ายบังคับจราจรต่างๆ  )

เช่ารถในญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวชาวต่างที่่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น และเช่ารถในญี่ปุ่นขับเอง  ควรมีมารยาทในการขับรถอย่างถูกต้อง และควรปฎิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ในเวลาขับรถเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

“เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน” ดีอย่างไร?

หลายคนสงสัยเพราะ ฤดูร้อน ไม่เห็นน่าเที่ยวเลย…!! 

อากาศของประเทศญี่ปุ่นก็จะร้อนเหมือนที่ไทย คนเลยนิยมไปเที่ยวน้อยแต่รู้หรือไม่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน มีอะไรที่น่าสนใจเยอะมาก พอๆกับฤดูอื่นเลย 

ไปดูกันว่าทำไมเราถึงเลือกเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูร้อน

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

ช่วงนี้ราคาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นมีเยอะไม่แพ้ช่วงอื่นๆ บางเที่ยวบินบางสายการบินถูกจนตาแตก แต่บางเที่ยวบินอาจจะราคาสูงนิดๆ เช่น ไปลงที่ฮอกไกโดเนื่องจากที่นี่เป็นที่เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High season)

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

แน่นอนว่าเป็นช่วง ฤดูร้อน การแต่งกายจึงไม่ต่างจากที่ไทยมาก เสื้อผ้าที่เตรียมไปควรเป็นแบบที่สวมใส่สบาย

ลมผ่านได้ง่าย ทะมัดทะแมงในการเดินเที่ยว

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

ราคาที่พักมีให้เลือกหลากหลายช่องทางการซื้อ ราคาไม่แพงเพราะช่วงนี้ประเทศญีปุ่นเป็นช่วง low season  

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดสะทีเดียวขึ้นอยู่แต่ละพื้นที่แต่ละเมืองของภูมิภาคนั้นๆด้วยนะคะ

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

ช่วง ฤดูร้อน ทางญี่ปุ่นเขามีเทศกาลชมดอกไม้ไฟ หรือเรียกง่ายๆ พลุ นั้นเอง ส่วนใหญ่จะจัดขึ้นประมาณ เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกๆปี จริงๆแล้วหน้าร้อนของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่เทศกาลชมดอกไม้ไฟอย่างเดียวนะคะ

ยังมีอีกหลากหลายเทศกาลในหน้าร้อนให้ท่านเลือกชม

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

แน่นอนว่า ฤดูร้อน ของประเทศญี่ปุ่นใครๆก็นึกถึงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ต็มไปด้วยสีม่วงอร่ามตา อีกทั้งยังมีทุ่งดอกทานตะวัน

และทิวลิป ให้ทุกคนได้เลือกไปหามุมชิคๆถ่ายรูปสวยๆอีกด้วย

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

การเที่ยวทะเลก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปไม่แพ้กับทุ่งดอกไม้ น้ำทะเลใสๆ แสงแดดกำลังดี

ถ่ายรูปได้วิวสวยแน่นอน สถานที่แนะนำ โอกินาว่า น่าไปที่สุดทะเลสวยมาก

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

ฤดูร้อนใครที่ไปญี่ปุ่นอย่าลืมแวะห้างสรรพสินค้า เพราะสินค้าแบรนด์ต่างๆที่ขายในประเทศญี่ปุ่นจัดโปรโมชั่นเซลล์แทบทุกแบรนด์ทุกพื้นที่ วิ่งเข้าไปช้อปแทบไม่ทัน สำหรับใครที่ชอบของถูกต้องเที่ยวช่วงนี้บอกเลย

ข้อควรระมัดระวังฤดูร้อน

อากาศค่อนข้างร้อน ควรพกกันแดด ครีมที่มีสารสกัดช่วยดูแลผิว และควรดื่มน้ำเยอะๆ เนื่องจากเราเสียเหงื่อ

ในการท่องเที่ยวอาจจะทำให้เป็นโรคลมแดดได้

สรุป

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน คนไทยอย่างเราเที่ยวได้แน่นอนเพราะอากาสไม่ต่างจากบ้านเรามากและที่สำคัญมีกิจกรรม เทศกาล และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เที่ยวเยอะมาก บอกเลยไม่ควรพลาด..!!!


ใครที่กำลังสนุกกับการอ่าน และใครที่กำลังหาข้อมูลที่เที่ยวต่างๆบ้างคะ สามารถไปอ่านต่อที่หน้าถัดไปได้เลยค่ะ เพียงกดคลิ๊กเท่านั้น

 – 11 เทศกาลฤดูร้อน ครั้งหนึ่งต้องไป >>> https://bit.ly/32ZWsUE

 – เส้นทางขับรถเที่ยวฮอกไกโด >>> https://bit.ly/2VWOQRp

 – หุบเขาคุโรเบะ >>> https://www.easyandsave.com/kurobe-gorge-torokko-train

 – เส้นทางแนะนำขับรถเที่ยวโอกินาว่า >>> https://bit.ly/2VHfM7q

ถ้าพูดถึงเรื่องการเดินทางประเทศญี่ปุ่นนั้น ถือว่าดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่น โตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) นาโกย่า (Nagoya) ซัปโปโร (Sapporo) และฟุกุโอกะ (Fukuoka) ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวง่ายและสะดวกกว่าการเช่ารถขับเองมาก แต่ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกล การเดินทางจะค่อนข้างจำกัดกว่ามาก ทำให้การเช่ารถขับเที่ยวนั้นน่าสนใจและอาจจะดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่าทำให้สามารถเดินทางไปได้ไกลและนานกว่าเดิมไม่ต้องเสียเวลารอรถรอคนหลายคนกว่าจะได้ออกเดินทางเที่ยวแต่ละที่ รถเช่าขับเที่ยวในญี่ปุ่นจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

การใช้รถเช่าขับเที่ยวในญี่ปุ่น มีข้อที่คุณควรรู้ก่อนที่คุณจะใช้ ดังนี้

  • คนขับต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไป (เช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่นได้)
  • ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ โดยทั่วไปจะประมาณ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าออกนอกเมืองหน่อยก็จะเป็น 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเป็นบนทางด่วนจะอยู่ระหว่าง 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคนขับรถที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะขับรถกันไม่เร็ว ถ้าคุณเปิดไฟเลี้ยวขอทางรถส่วนใหญ่จะเหยียบเบรคชะลอให้คุณทันที
  • ถนนส่วนใหญ่ที่คุณไปจะใช้ฟรี (ยกเว้น) ค่าทางด่วนและเส้นทางชมวิวบางเส้นทางเท่านั้น
  • สถานีบริการน้ำมันมีทั้งแบบ พนักงานบริการและเติมด้วยตัวเอง เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง (บางสถานี) แต่ส่วนใหญ่จะปิดให้บริการตอนกลางคืน (คุณควรเติมน้ำมันเช็ครถให้พร้อมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง)
  • การรับ-คืนรถเช่าในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะคืนที่เดียวกับที่รับรถมา แต่ถ้าหากคุณเลือกคืนรถต่างสาขาคุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการคืนรถด้วย
  • รถเช่าขับเที่ยวในญี่ปุ่นที่คุณเช่านั้น หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักเส้นทางดี คุณควรบอกเจ้าหน้าที่ว่าต้องการรถที่มีเครื่อง GPS นำทางด้วย เพื่อคุณจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา
  • สถานที่จอดรด ถ้าในเมืองเล็กๆตามชนบทต่างๆมักจะจอดได้ฟรีแต่ถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมักจะเก็บเงินแค่ครั้งเดียวต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 200-500 เยน
  • การใช้บริการนำรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งไปมาระหว่างเกาะจึงเป็นเรื่องปกติและมีราคาไม่แพง โดยเฉพาะที่ระยะทางไม่ไกล มักจะมีราคาไม่กี่ร้อยเยน ยกเว้นที่มีระยะทางไกลๆ ก็จะมีราคาแพงขึ้นมากได้
  • ข้อกฎหมายอื่นๆส่วนใหญ่ก็ใช้กฎหมายเหมือนกันกับประเทศไทย อาทิเช่น ขับความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด,ผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง, ห้ามดื่มเครื่องดื่มมึนเมาก่อนขับรถ, ห้ามคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ, ห้ามฝ่าไฟแดง, หยุดรถให้คนข้ามถนนทุกครั้ง เป็นต้น

ดังนั้น ทุกครั้งที่คุณใช้บริการรถเช่าขับเที่ยวในญี่ปุ่น การออกเดินทางไปที่ไหนก็ตาม สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นอย่างแรก คือ เรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ควรปฏิบัติตามกฎหมายจราจรของประเทศนั้นอย่างเคร่งครัด ควรมีมารยาทและมีน้ำใจบนท้องถนน รับรองว่าการเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของคุณจะสนุกสนานและเที่ยวได้อย่างราบรื่น

เจลล้างมือ

ช่วงนี้เชื้อโรคระบาดหนัก “เจลล้างมือ” จึงถือเป็นไอเทมที่จำเป็นมากๆ หลายคนจะหยิบจับอะไรก็ระแวงไปหมด แต่ถ้าเรามีเจลล้างมือติดตัวไว้ก็คงจะอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยขึ้น ซึ่งเราขอมาแนะนำ 10 เจลล้างมือป้องกันเชื้อโรค ที่ไม่ต้องล้างน้ำ แถมยังพกพาง่ายอีกด้วย !

1. KIREI KIREI

เจลล้างมือ แบรนด์นี้เป็นของประเทศญี่ปุ่น สูตรไม่ใช้น้ำ ลดการสะสมของแบคทีเรีย อ่อนโยนต่อผิวช่วยไม่ให้ผิวแห้งตึง กลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ สะอาดไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

เจลล้างมือ

2. DETTOL

เจลแอลกอฮอล์ผสมอโลเวร่าหรือว่านห่างจระเข้ ป้องกันและลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.9% มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แถมไม่ทำให้มือแห้งอีกด้วย

เจลล้างมือ

3. 3M

เจลเนื้อใสล้างมือตัวนี้ ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้อย่างดี มีกลิ่นหอม แห้งเร็วและช่วยถนอมมือ ซึ่งแบรนด์นี้ผลิตทั้งหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเลย

เจลล้างมือ

4. CLEANYGEL

เจลล้างมือตัวนี้ ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้น่ารักและดูน่าใช้เหมาะสำหรับเด็กๆ อย่างมาก ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่มือ เชื้อราและเชื้อไวรัส ผ่านการวิเคราะห์การทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไข้หวัดนกได้ลดลง 100% มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยถนอมมือทำให้มือนุ่มและระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์

เจลล้างมือ

5. BATH & BODY

เจลล้างมือขนาดพกพา เป็นเจลล้างมือสูตรแอนตี้แบคทีเรีย (ไม่ต้องใช้น้ำ) พกพาสะดวก ใช้เพียงเล็กน้อยก็ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น ช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี มีกลิ่นหอมติดมือทนนานและมีกลิ่นให้เลือกมากมาย แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องของกลิ่นหอมและมีเคสใส่ขายแยกเผื่อใครที่อยากจะใส่เคสห้อยกระเป๋าได้

เจลล้างมือ

6. BETADINE

เจลล้างมืออนามัยผสมสารสกัดจาก มานูก้า ฮันนี่ ช่วยขจัดสิ่งสกปรก พร้อมลดการสะสมของแบคทีเรีย 99.999% โดยไม่ต้องใช้น้ำ ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวมือดูมีสุขภาพดี ไม่แห้งตึง กลิ่นหอมสดชื่ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากสารเคมีที่อาจทำร้ายผิว

เจลล้างมือ

7. Larbera

เจลล้างมือ 30มล กลิ่นดอกไม้ญี่ปุ่น เจลล้างมือคุณภาพสูง ไม่ต้องใช้น้ำ ป้องกันแบคทีเรียได้ดี ซึ่งแบรนด์นี้มีหลายกลิ่นให้เลือกมากมาย

เจลล้างมือ

8. SIRIBUNCHA HAND GEL

อาจจะคุ้นหน้ากับเเอลกอฮอล์เหลวขวดสีฟ้า ๆ ใหญ่ๆ แต่แบรนด์นี้ได้ออกแบบเจลล้างมือแบบพกพาด้วยเหมือนกัน มีส่วนประกอบของเเอลกอฮอล์ ที่ช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อโรคและเเบคทีเรียได้ดี แถมยังมีส่วนผสมที่ช่วยป้องกันการแห้งกร้านของผิว ใช้แล้วไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง เนื้อเจลเป็นสีฟ้า แห้งไว กลิ่นไม่ฉุนมาก

เจลล้างมือ

9. GPO CLEAN CARE ALCOHOL GEL

หลอดสีส้มตัวนี้ เป็นเเอลกอฮอล์เจลล้างมือ​ขององค์การเภสัชกรรม โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า GPO ใช้ทำความสะอาดมือ โดยที่ไม่ต้องล้างออก มีส่วนผสมของ Alcohol และกลีเซอรีน สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรียต่าง ๆ เพื่อการรักษาสุขอนามัยได้ดี พกพาได้สะดวก เนื้อเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และกลิ่นแอลกอฮอลล์ที่ไม่แรงจนเกินไป ทาแล้วไม่เหนอะหนะผิว

เจลล้างมือ

10. GIFFARINE

เจลล้างมือทำความสะอาดเน้นแห้งเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นหอมสดชื่น ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและแบคทีเรียได้อย่างรววเร็วมีส่วนผสมของ Moisturizer จึงอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว สามารถพกไปใช้ได้ทุกที่ที่คุณต้องการ

เจลล้างมือ

เจลล้างมือที่เรายกมาแนะนำนี้เป็นเพียงคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางให้สำหรับท่านที่กำลังมองหาสินค้าแต่ไม่รู้จะใช้แบรนด์ไหน ได้มาตัดสินใจเลือกซื้อกันง่ายขึ้นและแบรนด์ที่เราแนะนำสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าของแบรนด์นั้นๆ อย่าลืมลองแวะไปหามาใช้กันเพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้นนะคะ


ใครที่กำลังสนุกกับการอ่าน และใครที่กำลังหาข้อมูลที่เที่ยวต่างๆบ้างคะ สามารถไปอ่านต่อที่หน้าถัดไปได้เลยค่ะ เพียงกดคลิ๊กเท่านั้น

– ชี้เป้า 7 วิตามิน ยอดฮิตในญี่ปุ่น >>> https://www.easyandsave.com/7-vitamin-in-japan

– 10 คาเฟ่ ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น >>> https://www.easyandsave.com/10-cafe-in-japan

 – Sakura season >>> https://www.easyandsave.com/sakura-season

 – หุบเขาคุโรเบะ >>> https://www.easyandsave.com/kurobe-gorge-torokko-train

 – เส้นทางแนะนำขับรถเที่ยวโอกินาว่า >>> https://bit.ly/2VHfM7q

วิตามิน

 วิตามิน” ผิวสวย ผิวใส ลดสิว เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายดีในประเทศญี่ปุ่น ท่านใดมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับกันเต็มกระเป๋าเลยทีเดียว

วิตามิน

DHC วิตามินผิวสวยผิวใส

วิตามิน C 1,000 มิลลิกรัม สำหรับบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายในหลายด้าน อาทิ ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกแดดเผา ลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ คืนความเปล่งปลั่งสุขภาพดีสู่ผิว ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ที่สูบบุหรี่ ให้กลับมาสู่สภาวะปกติและดูสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันหวัดได้ดี

** รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น

วิตามิน

PAIR วิตามินลดสิว

PAIR วิตามินลดสิวและลดผิวหยาบกร้านสำหรับผู้เป็นสิว ช่วยล้างพิษในร่างกายบ่อเกิดของการเกิดสิว คุมมันได้ดี ใช้ได้กับสิวทุกประเภท เป็นวิตามินชนิดเดียวที่ช่วยการการขับพิษจากตับ ล้างพิษร่างกายเพื่อช่วยให้เลือดลมดี ผิวพรรณจะผ่องใสไม่มีสิว

** รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

วิตามิน

CHOCOLA BB Pure Plus C วิตามินผิวสวยจากภายใน

Chocola BB Pure Plus C  วิตามินบำรุงที่ช่วยลดความหมองคล้ำจากแสงแดด กระ ฝ้า จุดด่างดำ ลดรอยแดง-ดำจากสิว ด้วยสูตรใหม่ของ Chocola BB Pure Plus C  ที่เพิ่มวิตามินซี จึงดูแล ป้องกันและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอและขาวกระจ่างใส

** รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น

วิตามิน

ALINAMIN EX PLUS วิตามินดูแลร่างกายจากความเหนื่อยล้า

Alinamin Ex Plus อนุพันธ์วิตามินบี บำรุงประสาท ลดความเครียด ความอ่อนเพลียและเมื่อยล้าจากการทำงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายให้กลับมามีชีวิตชีวา ทำให้สมองสดใสพร้อมลุยงานในทุกๆวัน

** รับประทานวันละ 1 ครั้ง (1-2 เม็ด) พร้อมอาหาร

วิตามิน

ORBIS VITAMIN C วิตามินผิวสวย

สำหรับใครที่ต้องการดูแลสุขภาพ ORBIS VITAMIN C เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยวิตามินซี 500 mg และสารสกัดที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงผิวและเสริมสร้างการต้านอนุมูลอิสระ มีรสชาติแบบน้ำผึ้งผสมมะนาวทานง่าย อร่อยเคี้ยวเพลิน ที่สำคัญราคายังถูกและมีดีไซน์เม็ดที่เก๋ไก๋ทีเดียว

** รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น

วิตามิน

SHISEIDO PURE WHITE ช่วยผิวขาว

Shiseido Pure White อาหารเสริมกลูต้าไธโอนเพื่อผิวขาวดุจหิมะ สูตรใหม่ช่วยป้องกันแสงรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดีเยี่ยม ป้องกันแสงแดดได้ทั้ง UVA UVB สะท้อนแสงแดดออกจากผิว ป้องกันการเกิดฝ้ากระอย่างมีประสิทธิภาพ

** รับประทานวันละ 8 เม็ด หลังอาหาร

วิตามิน

KRACIE KANEBO FRAGRANCE CANDY ลูกอมผิวสวยตัวหอม

ลูกอมตัวหอม อมแล้วปากหอม ดับกลิ่นตัว ดับกลิ่นกาย กลิ่นกุหลาบที่สาวๆ ญี่ปุ่นแทบทุกคนต้องมีพกไว้ติดกระเป๋า เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจอีกทั้งยังช่วยบำรุงผิว ให้ผิวขาวชุ่มชื้นและกระชับ

** รับประทานวันละกี่เม็ดก็ได้

อย่างที่รู้กันดีว่าสุขภาพที่ดีนั้นจะต้องมาจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งวิตามินก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายและวิตามินต่างๆ ที่เราแนะนำนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่จริงแล้วประเทศญี่ปุ่นผลิตวิตมินหลากหลายและมีสรรพคุณแตกต่างกันไป หากใครได้ไปที่ประเทศญี่ปุ่นอย่าลืมแวะไปเลือกซื้อวิตามินที่เหมาะสมกับร่างกายกันนะคะ


ใครที่กำลังสุกกับการอ่าน และใครที่กำลังหาข้อมูลที่เที่ยวต่างๆบ้างคะ สามารถไปอ่านต่อที่หน้าถัดไปได้เลยค่ะ เพียงกดคลิกเท่านั้น

 – 10 คาเฟ่ ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น >>> https://www.easyandsave.com/10-cafe-in-japan

 – Sakura season >>> https://www.easyandsave.com/sakura-season

 – หุบเขาคุโรเบะ >>> https://www.easyandsave.com/kurobe-gorge-torokko-train

 – เส้นทางแนะนำขับรถเที่ยวโอกินาว่า >>> https://bit.ly/2VHfM7q