[ ฤดูร้อนฮอกไกโด]

              ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นใครๆก็นึกถึง “ฮอกไกโด” จริงหรือไม่.. เหตุผลที่นิยมเที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนเพราะทุ่งลาเวนเดอร์เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงนี้  จึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะแยะไปหมด นอกจากดอกลาเวนเดอร์ที่เป็นจุดเชิญชวนนักท่องเที่ยวแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ที่ทางเรามาจัดเป็นเส้นทางขับรถเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูร้อนนี้ ไปดูกันเล๊ย…….

วันที่ 1  ออกจากสนามบิน Chitose

 หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ >>>  ขับรถประมาณ 12 นาที  <<< หุบเขานรกจิโงคุดานิ >>> นอนพัก Yubari

วันที่ 2 ออกจากที่พักแถว Yubari

ที่พักแถว Yubari >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที <<< โรงงานผลิตชีส >>> ขับรถประมาณ 21 นาที <<< ฟาร์มโทมิตะ >>> ขับรถประมาณ 32 นาที <<< บ่อน้ำสีฟ้า >>> นอนพัก Kamikawa

 

วันที่ 3 ออกจากที่พักแถว Kamikawa 

ที่พักแถว Kamikawa >>> ขับรถประมาณ 6 นาที <<< พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง >>> ขับรถประมาณ 41 นาที <<< สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า >>> ขับรถประมาณ 15 นาที <<< หมู่บ้านราเมน >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 57 นาที <<< หอนาฬิกา >>> นอนพัก Sapporo

 

วันที่ 4 ออกจากที่พักแถว Sapporo

ที่พักแถว Sapporo >>> ขับรถประมาณ 43 นาที <<< คลองโอตารุ >>>ขับรถประมาณ 4 นาที <<< นาฬิกาไอน้ำโบราณ >>> เดิน 1 นาที <<< พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี >>> ขับรถประมาณ 45 นาที <<< ย่านทานุกิ >>> ขับรถประมาณ 54 นาที <<< กลับสนามบิน CHITOSE AIRPORT

ข้อมูลแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกันค่ะ…….มีความน่าเที่ยวมาก 😍🚗

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ (Noboribetsu Date Jidaimura)

          พาทุกท่านย้อนไปสู่เมืองโบราณสมัยเอโดะ ภายในหมู่บ้านมีการจัดแสดงโชว์นินจา รวมถึงละครย้อนยุคแนวคอมเมดี้ ให้ทุกท่านได้สนุกเพลิดเพลิน ไปกับโชว์ ไปพร้อมๆ กับซึมซับบรรยากาศการจำลองบ้านเมืองและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสมัยนั้น ซึ่งท่านยังสามารถเช่าชุดกิโมโน หรือชุดนินจาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้คนแต่งตัวเป็นพ่อค้า ซามูไร นินจา เดินไปมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน และมีการแสดงวัฒนธรรมแบบชาวเอโดะให้ทุกท่านได้ชมอีกด้วย

หุบเขานรกจิโงคุดานิ

หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani noboribetsu )

          ถือเป็นแหล่งกำเนิดออนเซนดีที่สุดบนเกาะฮอกไกโด โดยที่นี่มีทั้งบ่อโคลน และ บ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณให้ความรู้สึกเหมือนนรกที่มีควันร้อนๆจากกระทะทองแดงออกมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้หุบเขาเเห่งนี้มีชื่อเรียกกันติดปากในหมู่ชาวญี่ปุ่นว่า “หุบเขานรก” โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่การมีเเร่ธาตุกำมะถันในปริมาณที่มาก เเละทำให้น้ำมีสรรพคุณต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ในช่วงของฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีจำนวนมาก ทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละช่วยสร้างสีสันให้กับการมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

ฟาร์มโทมิตะ

ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)

          สัมผัสความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ เมือง ฟุราโน ไฮไลท์อยู่ที่ทุ่งดอกไม้หลากสีสัน เรียงสีสวยงามราวกับสายรุ้ง จนได้ชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมืองฮอกไกโด”  เนื่องจากมีวิวทิวทัศที่สวยงามมีฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ (Tokachi mountain) นอกจากนี้ยังมีฟาร์มโทมิตะและโรงงานเล็กๆ สาธิตกระบวนการเอาดอกลาเวนเดอร์มาสกัดเป็นหัวน้ำหอม หรือการนำไปแต่งกลิ่นอาหาร เช่น ไอศครีมลาเวนเดอร์ (ต้องลอง!!) และสามารถเลือกซื้อสินค้าจากลาเวนเดอร์กลับเป็นของฝากได้อีกด้วย

โรงงานชีสฟูราโน่

โรงงานชีสฟูราโน่ (Furano Cheese Factory)

         แหล่งผลิตชีสคุณภาพชั้นยอดอันขึ้นชื่อของเมืองฟูราโน่  ชีสที่ถือเป็นไฮไลต์ที่แปลกแบบสุดๆของที่นี่ก็คือ ชีสดำ ซึ่งถือว่าเป็นชีสพิเศษที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เป็นสีดำก็ไม่ได้มาจากสารปรุงแต่งที่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด แต่เป็นสีจากสีหมึกดำของปลาหมึกนี่เอง นอกจากนี้ที่นี่ยังการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปชมขั้นตอนการผลิต ตลอดจนลองชมรสชาติของชีสคุณภาพชนิดต่างๆ  และได้ประสบการณ์การทำไอศครีมหรือเนย เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากนมผ่านมุมต่างๆ ภายในอาคารยังมีคาเฟ่ไอศครีมไขมันต่ำ และยังสามารถทานพิซซ่าที่อบจากเตาเผาหินได้อีกด้วย

บ่อน้ำสีฟ้า

บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond)

         ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำที่มีความสวยแตกต่างจากบ่อน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ เนื่องจากความงามของน้ำที่บ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไป เพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา และยังมีตอไม้สูงต่ำที่สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้บ่อน้ำแห่งนี้โดดเด่นน่าไปเที่ยวชม ความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ (Kamikawa Ice Pavilion)

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ความหนาวเย็นแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเหมือนเป็นโลกน้ำแข็งแสนสวย โดยทางเดินอุโมงค์น้ำแข็งที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม รวมถึงบาร์น้ำแข็ง และถ้ำจำลองหินงอกหินย้อย เป็นประกายวิ้งวับราวกับกากเพชร นอกจากนั้นยังมีสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ใต้น้ำแข็ง เช่น คลิโอเนะ (Clione) หรือที่รู้จักกันในชื่อผีเสื้อทะเลให้ชมกันอีกด้วย จุดที่เป็นไฮไลท์ที่คนชอบอยากหนาวๆ หรืออยากลิ้มลองความหนาวระดับโหดต้องลองก็คือ ห้องที่จำลองเป็นโลกน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิภายในต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส หนาวสุดๆไปเลย

สวนสัตย์อาวาฮิยาม่า

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo)

          สัมผัสการชมสวนสัตว์รูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใครในเมือง อะซาฮิกาว่า ด้วยการออกแบบพื้นที่จัดแสดง ทำให้สามารถมองเห็นสัตว์น้อยใหญ่ได้ในทุกอิริยาบถ นอกจากนี้ยังสามารถชมการให้อาหารสัตว์ในช่วง “Mogu Mogu Time” อีกด้วย ไฮไลท์เด็ดของที่นี่นั่นก็คือ “อุโมงค์แก้วเพนกวิน” ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ที่จะผ่านบริเวณสระว่ายน้ำของเจ้าฝูงเพนกวินทั้งหลาย ทำความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใกล้ชิดกับเจ้าเพนกวิน อีกส่วนหนึ่งที่ดีงามไม่แพ้กันก็คือ “โดมแก้วขนาดเล็ก” ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงกลางของโซนหมีขั้วโลกและหมาป่า จึงทำให้เราเห็นเจ้าสัตว์ไม่ได้ง่ายๆอย่างหมีขั้นโลกและหมาป่ากันแบบระยะใกล้ๆ 

เวลาเปิด-ปิด: ปลายเดือนเมษายน-กลางเดือนตุลาคม 9:30-17:15(เข้าก่อน 16:00)
กลางเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน 9:30-16:30(เข้าก่อน 16:00)
กลางเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนเมษายน 10:30-15:30(เข้าก่อน 15:00)

วันปิดทำการ: วันที่ 30 ธันวาคม – 1 มกราคม

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาวา

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village)

      ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนเมือง Asahikawa สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลย คือการทานราเมนต้นตำรับแท้สไตล์ฮอกไกโดที่ “หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า” ที่ถือว่าราเมนของที่นี่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมายาวนานกว่าทศวรรษ โดยหมู่บ้านนี้จะรวมร้านราเมงเด็ดๆของเมืองภายใต้หลังคาเดียวกันไว้ถึง 8 ร้าน นอกจากนี้ราเมนยังมีวัฒนธรรมการทานที่เราควรรู้ไว้ คือ ต้องใช้ตะเกียบคีบเส้นและเครื่องเคียงแล้วเอาเข้าปากเลย ช้อนมีไว้สำหรับซดน้ำซุปเท่านั้น และถ้าราเมนร้านไหนอร่อยมากๆจะนิยมยกชามขึ้นมากซู้ด….เสียงดังเป็นการให้สัญญาณกับพ่อครัวว่า “ราเมนอร่อยมากกก” ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งอร่อยเท่านั้น

หอนาฬิกาซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)

          ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองซัปโปโร และรูปแบบอาคารสไตล์ตะวันตกที่ถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในเมือง ปัจจุบันตัวอาคารได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราว ผ่านการจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณที่หาชมได้ยาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองซัปโปโรเลยที่เดียว นอกจากนี้นาฬิกาซัปโปโรยังถูกยกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกทางวิศวกรรมเครื่องกลของญี่ปุ่นในปีพ. ศ.2552  

คลองโอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal)

          แลนมาร์คที่สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่เดินทางมาถึงเมืองโอตารุ นั่นคือ คลองโอตารุ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ขนถ่ายสินค้าจากเรือจำนวนมาก สร้างขึ้นเมื่อปี 1923 ปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของคลองถูกถม และปรับเปลี่ยนเป็นทางเดินที่มีโคมไฟแก๊ส  มีคลังสินค้าจำนวนมาก ซึ่งทำจากอิฐและหินซัปโปโร เหลืออยู่ทั้งสองฝั่งของคลองโอตารุ ทำให้นึกถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อน บริเวณรอบๆคลองที่มีโกดังเป็นฉากหลัง เป็นวิวถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในตอนกลางคืนจะมีไฟเปิดรอบๆคลอง ทำให้ได้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

นาฬิกาไอน้ำโบราณ

นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Otaru Clock Tower)

          เมืองโอตารุมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีของโอตารุ นั่นก็คือ “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ ประเทศญี่ปุ่น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum)

          พิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นแหล่งรวบรวมกล่องดนตรีหลากหลายสไตล์ ลักษณะเป็นอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดง และโครงสร้างภายในทำด้วยไม้ สร้างขึ้นในปี 1910 โดยได้รับอิทธิพลจากชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยก่อน จนในปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งผลิตกล่องดนตรีที่มีอายุร้อยกว่าปีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นเลย

ชั้น 1 มีพื้นที่มากที่สุด เป็นโซนจำหน่ายของที่ระลึกและกล่องดนตรีสำเร็จรูปหลากสไตล์ให้เลือกตามความสนใจ

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของการแสดงประวัติความเป็นมาของกล่องดนตรีแต่ละยุคสมัย รวมทั้งมีกล่องดนตรีที่มีความหรูหราเป็นแบบฉบับดั้งเดิมให้เลือกสรร

ชั้น 3 นักท่องเที่ยวสามารถมาประดิษฐ์กล่องดนตรีได้ด้วยตัวเองที่ชั้นนี้ เพียงแค่เลือกเพลงจากรายการเพลงทั้งหมด นำมาใส่กล่องและเลือกตุ๊กตาเซรามิกซึ่งก็มีหลากหลายแบบ จากนั้นนำมาประกอบเป็นกล่องดนตรีของตัวเอง

ย่านทานุกิ

ย่านทานุกิ (Tanuki Koji)

          ย่านทานุกิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก เหมาะสำหรับจับจ่ายซื้อหาของฝากจากฮอกไกโด ซึ่งแหล่งชอปปิ้งที่อยู่ภายใต้หลังคาคลุมยาวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านขนม อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart หรือแม้แต่ร้าน Don Quijote และที่นี่ยังเป็นที่จัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น เทศกาลทะนุกิ ในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งเป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

นี่…!! เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการขับรถเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูร้อนเท่านั้นะคะ ที่จริงแล้วฮอกไกโดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย และแต่ละฤดูกาลก็จะมีเอกลักษญ์ของสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปค่ะ  💛💜🧡

ใครที่ต้องการรถเช่าไปขับช่วงฤดูร้อนนี้ที่ฮอกไกโด มาติดต่อจองรถเช่าได้ที่ EASY AND SAVE นะคะ ที่ปรึกษาและตัวแทนโตโยต้าแห่งแรกในไทยคร้าาาๅๅๅๅ 🚗

[ 🌞ฤดูร้อนประเทศญี่ปุ่น ]

              พูดถึงฤดูร้อน อากาศก็ร้อนราวกับประเทศไทยบ้านเราเลยค่ะ ส่วนใหญ่คนจะนิยมเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าฤดูร้อนก็มีความน่าตื่นตาตื่นใจและไม่ควรพลาดเหมือนกัน ก็คือเทศกาลฤดูร้อน ที่เป็นเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่แพ้ฤดูอื่นๆ ให้ความคึกคักและเต็มไปด้วยความบันเทิงของเทศกาลต่างๆที่คนไทยอย่างเราต้องไปดูให้ได้ ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆค่ะ

11 เทศกาลฤดูร้อน🌞
มาดูกันเร็ว…!! กับเทศกาลที่น่าสนใจในประเทศญี่ปุ่น

เทศกาลทานาบาตะ

เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata Festival)

เทศกาลสำคัญของคนญี่ปุ่นที่มีตำนานเล่าขานถึงความโรแมนติก หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลดวงดาว” ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือนกรกฏาคมของทุกปี เป็นวันแห่งความรักและความสุขสมหวังของดวงดาว 2 ดวงจะได้มีโอกาสกลับมาพบกันสมดังใจที่คิดถึงและปรารถนา คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเจ้าหญิงทอผ้าและชายเลี้ยงวัวจะได้พบกันเพียงปีละครั้ง และเป็นวันที่ทางช้างเผือกจะออกมาปรากฏบนท้องฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถมองเห็นกันได้ในทุกๆ ปี และยังมีการเขียนคำอธิษฐานต่างๆ         บนกระดาษแผ่นเล็กๆ หลากสีสันที่เรียกว่า ทังซะกุ (Tanzaku) จากนั้นก็จะนำไปแขวนประดับกับกิ่งไผ่ เพื่ออธิษฐานขอพรจากดวงดาวโอริฮิเมะ (Orihime) ที่เชื่อว่าจะทำให้สมหวังตามปรารถนา

ช่วงเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม รวมทั้งยังมีการจัดงานวัด ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอย่างมากมาย โดยจะมีการจัดเทศกาลนี้ทั่วทั้งญี่ปุ่น แต่จะมีอยู่ 3 เมืองที่มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ คือ เมืองเซนได จังหวัดมิยางิ (Sendai, Miyagi) ซึ่งจัดในวันที่ 6 – 8 สิงหาคม 2019 ต่อมาคือเมืองโชนัน ฮิราสึกะ จังหวัดคะนะงะวะ (Shonan Hiratsuka, Kanagawa)  ปกติจะจัดช่วงอาทิตย์แรกและอาทิตย์สองของเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะจัดขึ้น 3-4 วันเท่านั้น และสุดท้ายคือเมืองเมืองอันโจ จังหวัดไอจิ (Anjo, Aichi) จะจัดขึ้นในช่วงหนึ่งอาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคม (วันศุกร์ – วันอาทิตย์)

เทศกาลชินจูกุ เออิสะ(Shinjuku Eisa Festival)

เทศกาลเออิซา เป็นเทศกาลที่มีการบวงสรวงวิญญาณบรรพบุรุษและสวดภาวนาเพื่อขอให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุขและกิจการเจริญรุ่งเรือง เหล่าบรรดานักแสดงทั้งชายและหญิงจะร่ายรำแบบโอกินาว่าและพร้อมกับเคลื่อนขบวนและเต้นรำตามจังหวะของเสียงกลองไทโกะผ่านไปยังส่วนต่างๆ ของเมือง ประเพณีที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศจากโอกินาว่านี้ได้แพร่หลายมาสู่ชินจูกุ โตเกียว และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนของชินจูกุ ซึ่งงานจะเริ่มปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว (Harajuku, Tokyo)

เทศกาลคังเก็นไซ

เทศกาลคังเก็นไซ (Kangen Sai Festival)

เทศกาลที่สำคัญของพิธีกรรมทางเรือที่ญี่ปุ่น จัดโดยศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima) ตั้งอยู่ในจังหวัดฮิโรชิม่า ภูมิภาค   ชูโกคุ ซึ่งเป็นการผสมผสานพิธีกรรมทางศาสนากับดนตรีดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน โดยการนำเรือที่จุดไฟสว่างไสวล่องไปยังศาลเจ้าบริเวณรอบๆ และระหว่างนั้นนักบวชที่อยู่ภายในเรือจะมีการบรรเลงดนตรีแบบคังเก็ง (Kangen Music) ซึ่งนอกจากการแสดงแล้วนั้นยังมีการแสดงรำประกอบดนตรีราชสำนักด้วยเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น อย่าง ขลุ่ย กลอง และเครื่องสาย ที่ล้วนเป็นการแสดงที่สวยงามและหาชมยากจากที่อื่น

.เทศกาลเนบุตะ มัตสึริ

เทศกาลเนบุตะ มัตสึริ (Aomori Nebuta Matsuri)

เทศกาลหุ่นโคมไฟสืบสานกันมายาวนานกว่า 300 ปี เป็นเทศกาลฤดูร้อนที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลทานาบาตะ (Tanabata) จัดขึ้นตามเมืองต่างๆ ของจังหวัดอะโอะโมะริ (Aomori,Tohoku) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ไฮไลท์ของเทศกาลคือขบวนพาเหรดโคมไฟขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีการสร้างสรรค์จำลองตัวละครจากละครคะบุกิ เรื่องเล่าตามวัฒนธรรม หรือละคร อิงประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยม การแสดงกลองอันสนุกสนาน วันสุดท้ายของงานจะมีการแสดงดอกไม้ไฟริมแม่น้ำตระการตาเพื่อเป็นการปิดท้ายงานเทศกาลอย่างยิ่งใหญ ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 2-7 สิงหาคมของทุกปี

เทศกาลยามางาตะ-ฮานะกาสะ

เทศกาลยามางาตะฮานะกาสะ (Yamagata Hanagasa Matsuri)

เทศกาลที่ติดอันดับ 1 ใน 4 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตลอดระยะเวลาที่จัดงานจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 1 ล้านคน ซึ่งจัดขึ้นที่จัดหวัดยางานาตะ โดยจะมีขบวนแห่การร่ายรำหลากหลายรูปแบบของชาวเมืองกว่า 10,000 คน ที่แต่งกายอย่างสวยงามตามฉบับของญี่ปุ่นและสวมหมวกฟางติดดอกไม้เทียม (Hanagasa) ท่ามกลางจังหวะกลองของกลองฮานากาสะไดโกะ (Hanagasa-Daiko) และเสียงตะโกน ซึ่งผู้เข้าร่วมชมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างสนุกสนาน ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 5 – 7 สิงหาคมของทุกปี

เทศกาลโอบ้ง

เทศกาลโอบ้ง (Obon Festival)

เทศกาลโคมไฟที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปไหว้บรรพบุรุษ เชื่อกันว่าในช่วงเวลานี้วิญญาณจะได้รับอนุญาติให้กลับมายังโลกได้ชั่วคราว  ซึ่งจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่กลับมายังบ้านเกิด เพื่อให้เกิดความครื้นเครงในช่วงที่ได้กลับมาที่บ้านของตน โดยเป็นความเชื่อทางศาสนา ซึ่งจะมีพิธีการจุดตะเกียงต้อนรับดวงวิญญาณที่ไว้หน้าประตูบ้านในแต่ละบ้าน ซึ่งเรียกว่า มุคาเอะบิ (Mukaebi) และยังมีการถวายผักบูชา อีกทั้งมีการจัดงานงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการละเล่นรื่นเริง การเต้นโอบ้ง และมีการบรรเลงเพลงด้วยกลองหรือเครื่องดนตรีอื่นๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน และในวันสุดท้ายจะมีการจุดไฟโอคุริบิ (Okuribi) ซึ่งเป็นตะเกียงแล้วลอยลงแม่น้ำเป็นการส่งวิญญาณบรรพบุรุษกลับไปยังปรโลก ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 13 -15  สิงหาคมของทุกปี และเขตคันโตวันที่ 13 – 15 กรกฎาคมของทุกปี

เทศกาลฟุกะงะวะฮาจิมังมัตสึริ

เทศกาลฟุกะงะวะฮาจิมังมัตสึริ (Fukagawa Hachiman Matsuri)

เทศกาลขบวนแห่ศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่เกือบ 400 ปี และยิ่งใหญ่ที่สุดของโตเกียวของศาลเจ้าโทมิโอกะฮาจิมังงูในเขตโคโต (Koto) เมืองโตเกียว เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ. 1642 โดยจะมีการแห่ศาลเจ้าจำลองไปรอบๆ บริเวณ อีกไฮไลท์หนึ่งคือการสาดน้ำแบบชาวญี่ปุ่นสมัย  เอโดะ  ผู้ร่วมขบวนแห่ไปตลอดทาง ที่เชื่อว่าเป็นการทำให้ผู้แห่บริสุทธิ์ ทำให้บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง ซึ่งงานนี้มีศาลเจ้าเข้าร่วมขบวนแห่มากถึง 180 แห่ง ที่สำคัญงานมี 3 ปีครั้ง

เทศกาลฮาราจูกุ โยซาโกอิ (Harajuku Omotesando Genki Matsuri Super Yosakoi)

เทศกาลเต้นรำแบบดั้งเดิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จัดที่ถนนโอโมเตะซันโดในย่านฮาราจูกุของกรุงโตเกียว ภายในงานมีการแข่งขันการเต้นรำโยซาโกอิ ได้นำการเต้นรำโยซาโคอิมาจากเมืองโคจิซึ่งเป็นต้นกำเนิดมาสู่ฮาราจูกุโอโมเทะซันโดศูนย์กลางของแฟชั่นล้ำสมัย ทำให้มีนักแสดงร่วมงานกว่า 6,000 คนและมีกว่า 100 ทีมทั่วญี่ปุ่นเข้าร่วมแข่งขันจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ไฮไลท์ของงานนคือขบวนพาเหรดของนักแสดงที่สร้างสีสันเป็นอย่างมากไปตามถนนโอโมเตะซันโด อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้มีความสุขกับอาหารเลิศรสในขณะที่ชมเทศกาลงานเต้นรำไปพร้อมๆ กัน ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ ปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี

เทศกาลโคเอนจิ อะวะ โอโดริ

เทศกาลโคเอนจิ อะวะ โอโดริ (Koenji Awa Odori)

เทศกาลเต้นรำโคเอนจิ อะวะโอโดริที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมการเต้นรำพื้นเมืองของชาวจังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima) ที่มีสืบเนื่องกันมาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว จัดขึ้นที่ย่านโคเอนจิของกรุงโตเกียว ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลโอบ้ง (Obon Matsuri) พอดี ซึ่งในเทศกาลจะมีขบวนนักเต้นและนักดนตรีกว่า 10,000 คน ซึ่งจะมีการแสดงท่าร่ายรำในขบวนกันอย่างสนุกสนานที่เรียกว่า อะวะโดริ (Awa Odori) ประกอบเสียงเพลงที่ครึกครื้นตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเวลาค่ำๆ โดยนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเต้นรำไปกับขวนได้อย่างสนุกสนาน การแต่งกายก็จะเน้นเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดเป็นหลัก นอกจากนี้ในเมืองอื่นๆก็ยังมีการจัดเทศกาลนี้อีกด้วย ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ ปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ (Miyajima Water Fireworks Festival)

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ (Miyajima Water Fireworks Festival) คือหนึ่งในเทศกาลใหญ่ที่สร้างสีสันให้กับฤดูร้อนของเกาะมิยะจิมะ (Miyajima Island) จังหวัดฮิโรชิมะ (Hiroshima) สถานที่จัดจะอยู่หลังประตูศาลเจ้าอิทสึ   คุชิมะ (Itsukushima Shrine) ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมมากถึงปีละ 300,000 กว่าคน โดยมีการแสดงดอกไม้ไฟมากถึง 5,000 นัด และยังมีการแสดงดอกไม้ไฟกลางน้ำ (Water Fireworks) สุดงดงามถึง 200 นัด โดยจะจัดไว้บนเรือแล้วลอยลำอยู่กลางทะเล ซึ่งดอกไม้ไฟที่ระเบิดปะทุขึ้นจากท้องทะเลยิ่งทำให้ประตูโทริอิสีแดงที่ตั้งอยู่กลางทะเลนี้ทวีความงามขึ้นจนดูราวกับภาพในความฝันเลยทีเดียว

เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ (Sumida Fireworks Festival) 

เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ (Sumida Fireworks Festival) จัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมเป็นประจำทุกปี ผู้มาเยือนสามารถชมดอกไม้ไฟรวม 22,000 ลูก ได้จากสถานที่สองแห่งที่อยู่ตามแนวแม่น้ำสุมิดะ ในจำนวนนี้ยังรวมถึงดอกไม้ไฟ 200 ลูก ในการประกวดดอกไม้ไฟระหว่างบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่แข่งขันกันสร้างผลงานที่มีความสวยงามด้วยชั้นเชิงทางด้านเทคนิคมากที่สุด และยังเป็นงานเทศกาลที่มีผู้เข้าชมนับล้านทุกปี

เห็นแล้วใช่ไหมคะ แต่ละเทศกาลของฤดูร้อนน่าไปสุดๆ ฤดูร้อนญี่ปุ่นก็มีดีไม่ควรพลาดกันนะคะทุกคน……….. 😍

ใครที่กำลังมองหารถเช่าขับไปเที่ยวเทศกาลฤดูร้อน สามารถสอบถามได้ที่ EASY AND SAVE  ได้เลยนะคะ

เส้นทางแนะนำขับรถเที่ยวโอกินาว่า… ?

หน้าร้อนประเทศญี่ปุ่นขอแนะนำทุกท่านขับรถเที่ยวโอกินาว่าแบบชิลชิล ศึกษาธรรมชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงในจังหวัดโอกินาว่า เพลิดเพลินกับโลกใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก..!!! ก็คือ ปลาฉลามวาฬใหญ่ยักษ์ทั้ง 3 ตัว  อีกทั้งแหล่งรวบรวมความบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งที่เที่ยวสำคัญอีกมากมาย เรียกได้ว่าเที่ยวกันครบรสเลยทีเดียวค่ะ

การเดินทาง:  2 วัน 1 คืน

วันที่ 1 ออกเดินทางจากโรงแรมในเมืองนาฮา

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 25 นาที

2. ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ” (รับประทานอาหาร)

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 24 นาที

3. สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 20 นาที

4. หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ”  (พัก)

วันที่ 2 ออกเดินทางจากโรงแรม อ.อนนะ

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 47 นาที

1. หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”  (รับประทานอาหาร)

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาที

2. ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 37 นาที

3. ถนนโคคุไซโดริ  “ Kokusaidori Street ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาที

ไปยังสนามบิน Naha Airpor

มาดูข้อมลูที่เที่ยวในโอกินาว่าแต่ละที่กันค่ะ …!!!

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

สัมผัสความงดงามของโลกใต้ทะเลและสัตว์น้ำนานาชนิดมาจัดแสดงถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของที่นี่คือ ฉลามวาฬขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีความยาว 8 เมตร แหวกว่ายอยู่ในน้ำที่ดูหน้าเกรงขามเป็นอย่างมาก ทางพิพิธภัณฑ์ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงดูปลาฉลามวาฬทั้ง 3 ตัว เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังมีปลากระเบนยักษ์ ปลาฉลามสายพันธุ์อื่น และปลาน้อยใหญ่อีกหลากหลายพันธุ์น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนอยู่ในใต้มหาสมุทรจริงๆ และยังมีคาเฟ่ที่เรียกว่า ทะเล คุโรชิโอะ อยู่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่นี้ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ดูปลาว่ายน้ำ ที่ชั้นสี่มีร้านอาหารมองเห็นวิวทะเลที่คุณสามารถเข้าไปใช้บริการได้แม้ไม่มีตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ตามค่ะ (เฉพาะจุดร้านอาหาร)

ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ”

ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ”

เป็นสวนสับปะรดและสวนพืชผักทางการเกษตรที่ปลูกในเกาะโอกินาว่า รวมถึงพืชพันธุ์ในเขตเมืองร้อน (Tropical) จุดเด่นของที่นี่ คือ รถรางที่มีรูปร่างและสีสันเป็นผลสับปะรดเคลื่อนที่ ใช้เพื่อชมทัศนียภาพในสวนสับปะรด ภายในสวนมีมุมถ่ายภาพอีกมากมายสามารถเก็บภาพถ่ายน่ารักๆ ไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วย ภายในมีโซนการจัดแสดงหลายโซน อาทิเช่น โซนประวัติความเป็นมา โซนโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สับปะรด โซนนิทรรศการภาพถ่าย Gallery พิเศษสุด กับ Gallery เปลือกหอย และโซนจำหน่ายของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นขนม แกงกะหรี่สับปะรดหรือไวน์สับปะรด สามารถชิมได้ฟรีก่อนที่จะซื้อกลับบ้านด้วยนะคะ และที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลยค่ะ

สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ” 

สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ”

หอดูดาวใต้น้ำแห่งเดียวในโอกินาว่า หากเดินลงบันไดมาจะเจอหน้าต่างที่สามารถมองทะลุออกไปยังใต้ท้องทะเลได้ น้ำทะเลใสมากมองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ชื่นชมปลาเขตร้อนสีสันสวยงามอาศัยรอบๆหอดูดาวในน้ำระดับความลึก 5 เมตรใต้ท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเรือปลาวาฬท้องกระจกที่ล่องออกไปอ่าว ทุกท่านจะได้พบกับแนวปะการังที่สวยงามและปลาหลากหลายสีสันที่แหวกว่ายอยู่ใต้ท้องทะเลอีกมากมายค่ะ

หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ” 

หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ”

เป็นจุดชมวิวที่งดงามและมีชื่อเสียงในโอกินาว่า จุดชมวิวที่สามารถเดินจากลานจอดรถมาได้เพียง 1 นาที มองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลได้ไกลลับตาและมองเห็นความสวยงามของคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามายังฝั่ง จุดเด่นของที่นี่คือหน้าผาที่มีลักษณะคล้ายงวงช้าง และความสูงของหน้าผาราว 20 เมตร ที่มีทุ่งหญ้าสีเขียวขจีปกคลุมไว้บนหน้าผา ถ่ายภาพออกมาแล้วดูสวยงามมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่มาเที่ยวกันเยอะและเป็นที่นิยมมากที่สุดของโอกินาว่า ใครที่มาเที่ยวโอกินาว่าต้องมาให้ถึงที่นี่นะคะ

หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”

หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”

ช้อปปิ้งมอลล์ที่สร้างขึ้นจากที่ดินริมชายฝั่งทะเลริมฐานทัพทหารอเมริกันในปี 1998 ที่นี่มีจุดเด่น คือ บรรยากาศกลิ่นอายคล้ายกับชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นศูนย์กลางรวบรวมความบันเทิง เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านคาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ลานโบลิ่ง ชิงช้าสวรรค์ โรงภาพยนต์ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์อเมริกา และเครื่องประดับสไตล์อเมริกา กระจายกันอยู่ทั่วหมู่บ้านแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวันเลยก็ได้ เรียกได้ว่าเที่ยววันเดียวจบเลยค่ะ

ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

อยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอกินาว่า (Okinawa) ภายใน “โอกินาวาเวิลด์” (Okinawa World) ถ้ำเกียวคุเซนโด (Gyokusendo Cave) เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติใช้เวลาในการสรรสร้างนานถึง 300,000 ปี  มีความยาวประมาณ 5,000 เมตร ภายในถ้ำจะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี เพราะเป็นที่ที่ธารน้ำไหลผ่านซอกหินอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นถ้ำที่มีความงามติดลำดับของประเทศเลยทีเดียว

ถนนโคคุไซโดริ  “ Kokusaidori Street ”

ถนนโคคุไซโดริ “ Kokusaidori Street ”

ถนนโคคุไซโดริ หรือ ถนนหลักของเมืองโอกินาว่าตั้งอยุ่กลางเมืองนาฮา มีความยาว 1.6 กิโลเมตร ตามทางถนนจะมีร้านขายของพื้นเมืองเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่ร้านค้าหลายๆแห่งจะเปิดทำการถึง 22.00 น. และร้านอาหารส่วนมากจะมีการแสดงดนตรีสไตล์โอกินาว่ากันสดๆเลย

และเส้นทางใกล้เคียงเพื่อช้อปปิ้ง จะมีตลาดเฮอิวะโดริ, มัทสึมิโดริ และอิชิบะ ฮอนโดริ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณสี่แยก และโอคิเอโดริ ซึ่งจะอยู่บริเวณตอนกลางของถนน ร้านค้าภายในตลาดเหล่านี้จะมีจำนวนน้อยกว่าในโคคุไซโดริ และส่วนใหญ่จะเป็นแผงขายสินค้าขนาดเล็กหรือร้านที่เจ้าของเป็นผู้ดำเนินกิจการเอง ไม่มีสาขา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ความบันเทิงที่พลาดไม่ได้เช่นกันค่ะ

เตรียมตัวก่อนไปเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น 

วีธีการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น ⋅ จราจร ⋅ การเติมน้ำมัน ⋅ การใช้ GPS 

การหา Mapcode  กรณีรถชน ⋅ โดนใบสั่ง

ขั้นตอนการ เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น

เชื่อมั้ยว่าเตรียมตัวมาเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น  สิ่งหนึ่งที่ถามกันมาอย่างล้นหลามคือสาขาในสนามบินอยู่ที่ไหน? ไปยังไง? แปลกตรงที่หากเป็นสาขาในเมืองกลับไม่มีคำถาม (เข้าใจว่าเตรียมตัวมาอย่างดี) เรามีทริคมาแชร์ครับ ง่ายๆเพียงแค่สอบถาม Information Desk ครับ ถามมาตอบไปจบง่ายๆ

ครั้งนี้เราขอยกตัวอย่างการรับรถที่สนามบิน เช่น บินลง Nagoya (Chubu Centrair International Airport) หลังจากสอบถาม Information Desk ก็พุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์ Rent a Car หาป้ายสัญลักษณ์ของ Toyota Rent a car ได้เล้ยยยยย

นั่นแหละครับ…Toyota Rent a Car และเราก็เพียงยื่นเอกสารที่ทาง Easy&Save ให้มากับเอกสารส่วนตัว และการเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยลดระยะเวลาในการขับรถได้มากทีเดียว

เอกสารเราให้เค้า

  • Passport : ตัวจริง

  • ใบขับขี่สากล : ตัวจริง  (ที่ยังไม่หมดอายุ : อายุ 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกบัตรฯ)

  • ใบขับขี่ในประเทศ : ตัวจริง
  • E-Voucher (ปกติจะมีการกันวงเงินบัตรเครดิต แต่จองกับเราไม่ต้องใช้ส่วนนี้)

เอกสารเค้าให้เรา ให้มาทั้งเล่มเลย

  • เอกสารการเช็ครถ

  • เงื่อนไขการใช้รถ

  • ทะเบียนรถ (อันนี้ไว้ลงเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ เช่น เกาะมิยาจิม่า ฮิโรชิม่า, ฮอกไกโด)

  • ค่า ETC : หากมีการเช่าบัตร ETC ไว้เราก็จ่ายไป 324 เยนที่เป็นค่าเช่าบัตรในวันรับรถ

          I  Easy Tips : ชื่อผู้ขับขี่ต้องตรงกับหน้า Passport / เอกสารการจอง

          I  Easy Tips : สามารถเพิ่มผู้ขับขี่ได้ แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากไม่แจ้งประกันจะไม่ครอบคลุม (สูงสุด 2 ท่าน)

          I  Easy Care : วันรับรถเจ้าหน้าที่สาขาจะเช็คจำนวนผู้เดินทาง หากเกินจากที่แจ้งทางสาขาอาจจะปฏิเสธการรับรถ (เคยเจอครั้งสองครั้ง)

          I  Easy Care : สาขารับรถสามารถปฏิเสธการรับรถได้ หากผู้ขับขี่ไม่พร้อม หรือเห็นว่าจะเป็นภัยต่อผู้อื่น

สำหรับการรับรถนั้นก็มี 8 เทคนิคเช็คง่ายๆ ดังนี้ครับ

เทคนิคที่ 1 ตรวจสภาพรถแบบรวดเร็ว

  1. เช็ครถตามเอกสารของทางโตโยต้าพร้อมเจ้าหน้าที่

  2. จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ “กระจกหน้า”

เทคนิคที่ 2 เติมน้ำมันอะไร เอาให้เคลียร์

       ไม่ต้องถามเยอะ ถามแค่น้ำมันสีอะไร

“ธรรมดา (91)” // “พรีเมียม (95)” // “ดีเซล” // 

เทคนิคที่ 3 มีบัตร ETC (คล้าย Easy Pass แหละ) 

       บางครั้งบางที ขอบัตรไว้นะแต่ไม่เสียบให้ พอขับไปแล้วจะวุ่นวายเลย ฉะนั้นถามเลยจ้า ส่วนอยากจะดูเองก็ตรวจสอบ 3 จุดนี้ได้เลย

  1. ใต้กุญแจรถ

  2. ในช่องใส่เอกสาร

  3. บน Consule รถ

เทคนิคที่ 4 GPS พร้อมใช้งานมั้ย

      ดูกันแบบตัวต่อตัวเลยว่า เปิดโหมดภาษาอังกฤษให้ยัง, กดใส่ Map Code ยังไง เผื่อลืมเอาให้แน่น

เทคนิคที่ 5 การใช้เกียร์

       อันนี้เฉพาะท่านที่มีรถ Hybrid นะครับ โดยเฉพาะรุ่น Prius จะงงกันนิดหน่อย ก็ดูตามด้านล่างเลย

ขยับเกียร์อย่างช้าๆ หลังขยับเกียร์แล้ว กรุณาเอามือออกจากเกียร์ เกียร์จะกลับมาอยู่ในตำแหน่ง ● ได้เอง

ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ จะสว่างขึ้นตามตำแหน่งเกียร์ในขณะนั้น (ตามรูป)

เทคนิคที่ 6 พับหรือเปิดที่นั่งแถว 3 หรือที่นั่งเด็ก

       การพับเปิดปิด สำหรับรุ่น Alphard / หรือรถที่มี 3 ตอนเผื่อเอาสัมภาระขึ้น/ลง ก็ดูเลยว่าเอาเข้าเอาออกยังไง !!

เทคนิคที่ 7 Snow Tire

       ดูกันชัด ๆ ว่ามีล้อลุยหิมะมั้ยนะครับ เพราะการขับขี่ในจุดที่มีหิมะโดยที่ไม่มียาง Snow Tire นั้นอันตราย อย่ากังวลว่าจะไม่ได้ขับรถ แต่ควรกังวลว่าหากเช่าไปขับแล้วจะเป็นอันตราย

แนะนำ : หากขับรถไปหลายๆ ที่ในช่วงเดือน ต.ค. – มี.ค. รบกวนแจ้งสถานที่ที่จะเดินทางไปให้เราทราบ เพราะหลายพื้นที่จะต้องใช้ยาง Snow Tire

ซึ่งหากแจ้งเพียงสถานที่รับรถ / ที่คืนรถ เราอาจจะช่วยตรวจสอบไม่ได้ว่าควรใช้ Snow Tire มั้ย

      I  Easy ห่วงนะครับ : #ข้อควรทราบในการขับรถที่มีหิมะ !! >> คลิกเลยครับ…อันนี้ห่วงจริงจัง

      I  Easy ห่วงนะครับ : #ขับรถในฤดูหนาวในรถจะมี Heater ทำให้เราอุ่น แต่ความอุ่นกับเสื้อหนาๆก็เหมือนเรานอนในผ้าห่มอ่ะ บรรยากาศน่านอน แต่คุณกำลังขับรถ !!! คำแนะนำให้เปิดกระจกนิดๆให้ลมเย็นๆเข้ามาในรถด้วย

      I  Easy ห่วงนะครับ : #หากยังไม่เคยไปขับรถที่ญี่ปุ่นเลย แนะนำเลี่ยงช่วงฤดูหนาวเลยครับ เดี๋ยวทีม Support ผมจะไม่ได้หลับได้นอน ; )

เทคนิคที่ 8 ถามให้แน่ใจ

      ช่องทางในการติดต่อ เวลามีปัญหาตอนรับรถหรือระหว่างการใช้งาน สามารถติดต่อผ่าน Line ID :  @easyandsave

เราแค่ส่งหน้า E-Voucher แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ทางบริษัทจะช่วยประสานงานเรื่องต่างๆให้เลย

เท่านี้ก็พร้อมเดินทางแล้วครับ คาดเข็มขัด ปรับกระจก แล้วก็แว๊นเลยครับ GoOooOoo !!

การรับรถล่าช้ากว่ากำหนด 

รับช้าเราไม่ว่ากันหรอกเพราะคุณพี่จ่ายตังค์ไปแล้ว แต่แจ้งเราไว้นิดนึงเราเป็นห่วง

      ห่วงว่า ลืมว่าเช่ารถไว้

      ห่วงว่า ตกรถตกเรือ มาไม่ทัน

      ห่วงว่า ไม่มารับแล้ว จะได้ทำเรื่องยกเลิกให้เผื่อจะได้ตังค์คืนบ้าง

แต่หากจะเลื่อนโดยทราบล่วงหน้า เราก็ยินดีช่วยอยู่แล้วแต่ต้องรบกวนแจ้งล่วงหน้า 2 วันนะครับ

การคืนรถล่าช้ากว่ากำหนด

      ทำได้มั้ย !? เอาจริงๆนะ เหมือนที่เราทราบว่าคนญี่ปุ่นนั้นตรงเวลาสุดๆ ถามว่าได้มั้ยก็คงปฏิเสธ แต่หากมีเหตุจำเป็นจริงๆ เราก็ทำใจว่ายอมให้คืนล่าช้าได้แต่คงต้องคิดค่าใช้จ่ายตามชั่วโมงที่เกินมา ถึงอย่างนั้นเราก็ยังอยากให้บอกเราหน่อยเพราะเราเป็นห่วงจริงๆ นะ

      ห่วงว่า เกิดอุบัติเหตุ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหลังจากหมดเวลารับรถตามที่แจ้ง ประกันจะไม่เดินทีนี้งานงอกนะครับ

      ห่วงว่า ลืมว่าคืนรถวันนี้

      ห่วงว่า หลงทาง

      ห่วงว่า จะเสียตังค์เยอะ เพราะสาขาจะคิดทุกชั่วโมงที่เราไปคืนล่าช้า

           Easy Tips : การเลื่อนการรับ / คืนรถ ทำได้แน่นอนแต่แจ้งเรา 24 ชม. ล่วงหน้านะครับ

ขั้นตอนการคืนรถเช่า

ขั้นตอนที่ 1 เติมน้ำมันมาให้เต็ม

# ข้อดี : ช่วยลดระยะเวลาในการคืนรถครึ่งนึง จาก 30 นาทีเหลือ 15 นาที

# ข้อดี : ราคาน้ำมันแล้วแต่ปั้มที่เราเติม หากไม่เติมมาสาขาจะคิดราคาแพงสุดของค่าน้ำมันในวันนั้น

ขั้นตอนที่ 2 เก็บสิ่งของเราให้พร้อมก่อนคืนรถ

# ข้อดี : ของไม่หายเพราะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดและช้าๆ

# ข้อดี : เจ้าหน้าที่มารับรถพร้อมส่งมอบทันที หากเรามัวแต่เก็บของเค้าจะไปรับเคสอื่นก่อน ทำให้เราเสียเวลา

ขั้นตอนที่ 3 ค่าใช้จ่ายตอนคืนรถ

# จ่าย 1 : ค่าทางด่วนที่เราใช้ตลอดหลายวัน หากเราใช้บัตร ETC

# จ่าย 2 : ค่าน้ำมัน (กรณีไม่เติมมาคืน)

ปล.หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่เช่ารถขับรถในญี่ปุ่นกันนะครับ…. ?

EasyandSave บริการรถเช่าที่ญี่ปุ่น ตัวแทน Toyota Rent a car แห่งแรกในไทย : คลิกจองรถเช่า <<

การเดินทางก็ง่ายๆ GPS ช่วยนำทางได้ แค่ค้นหาจาก

  • ค้นหาด้วย “ที่อยู่”

  • ค้นหาด้วย “เบอร์ติดต่อ”

  • ค้นหาด้วย “Map Code”

          >> ส่วนวิธีการค้นหานั้น เราเลือกวิธีการค้นหาอย่างง่ายมาแนะนำ

               – วิธีที่ หาด้วย Mapcode

วิธีการหา Mapcode

1. ก่อนอื่นเราก็หาชื่อที่เที่ยวที่เราจะไปก่อนสามารถค้นหาได้ทั้งชื่อภาษาญี่ปุ่น / ภาษาอังกฤษ / ที่อยู่

2. เข้า Website : https://japanmapcode.com/en หลังจากนั้นทำตามในภาพเลยครับ

ขอแนะนำ GPS Navi

# ในการใช้ GPS Navi นั้นจำเป็นต้องจอดรถก่อนการใช้งานเสมอ

# GPS Navi จะมี 3 แบบ : Japanese GPS  l  4 Language GPS  l  English GPS

# ขับช้าๆ GPS Navi ในรถถูกกำหนดให้เข้าโค้งที่ความเร็วต่ำ

# ขับช้าๆ เพราะขับเลยทางเลี้ยวแล้วจะต้องไปอ้อมไกล “เราเตือนคุณแล้วนะ”

Download การใช้ GPS รุ่นภาษาอังกฤษ << Click

Download การใช้ GPS รุ่น 4 ภาษา << Click

ส่วนด้านล่างนี้คือวิธีการใช้งานแบบคร่าวๆ ของ GPS แบบ 4 ภาษา

Feature 1 : กดเข้ามาที่หน้าแรก หรือ หน้า Home 

 1. หน้าแรก หรือ Home

                           การใช้ GPS

2. เลือกจุดหมายปลายทาง

Feature 2 : การค้นหาด้วยเบอร์ติดต่อ หรือ Mapcode

การใช้ GPS (2)

        3. เลือกใช้ตัวเลขในการค้นหา    

การใช้ GPS (4)

4. เลือกใช้เบอร์ติดต่อ 

การใช้ GPS (5)

 5. หรือเลือกใช้ Mapcode

Feature 3 : การเลือกเส้นทางที่ใช้ขับขี่

การใช้ GPS (6)

6. กดเลือกเส้นทางที่ต้องการแสดงตามภาพ

Feature 4 : การแสดงที่จอดรถ  l  มินิมาร์ท  l  ปั้มน้ำมัน 

การใช้งาน GPS

7. กด Vicinity เพื่อแสดงสถานที่ที่ต้องการ เช่น ที่จอดรถ ปั้มน้ำมัน เป็นต้น

การใช้ GPS (7)

8. กดเลือกสถานที่ต้องการได้หน้านี้ เช่น ที่จอดรถ ปั้มน้ำมัน เป็นต้น (ดูที่สัญลักษญ์เป็นหลัก)

**ใช้งานแค่นี้ก็พอแล้วคับ..ชัวร์แน่นอน ไม่ต้องให้ยุ่งยากเดี๋ยวหลงทางเอานะคับ เป็นห่วง ; )

ในส่วนกฎจราจร ก็คือมีศึกษามาบ้างแล้วเลยเข้าใจได้ไม่ยากนักแต่ก็มีเรื่องที่ไม่รู้มาก่อน แต่เอาเป็นว่า 5 เรื่องนี้คงไม่รู้ไม่ได้เลยเชียว (คือจริงๆมันก็ต้องรู้เยอะกว่านี้)

เรื่องที่ 1 เราใหญ่เป็นอันดับสุดท้าย O_o

>> ที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยนี่เค้า ให้ความสำคัญแบบนี้

  • คนเดิน คือ ผู้ยิ่งใหญ่คับถนน

  • คนปั่นจักรยาน คือ มเหสีรองลงมา

  • คนใช้รถเยี่ยงเรา คือ ทาสครับ ทำไรก็ผิด หากไปมีปัญหากับ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ด้านบน

เรื่องที่ 2 เจอม้าลาย ให้ม้าลายไปก่อน O_o

      >> จะไฟแดงไม่แดง มีไฟหรือไม่มีก็ต้องปล่อยพี่เค้าไปก่อน หากไม่อยากมีปัญหา ถือซะว่าชมวิวสวยๆไปล่ะกัน

เรื่องที่ 3 เลี้ยวซ้ายไม่ผ่านตลอด O_o

      >> ถูกต้องครับ ฟังไม่ผิด เลี้ยวซ้ายไม่ผ่านตลอดครับ รอสัญญาณไฟสถานเดียว

เรื่องที่ 4 ไฟเขียวแล้วแต่เลี้ยวขวาไม่ได้ O_o

      >> ขั้นตอนง่ายในการเลี้ยวขวาคือ

  1. ไฟแสดงเลี้ยวขวาแล้วเราขับไปจอดตรงเส้นแบบรูป

  2. ให้รถทางตรงไปจนคิดว่าเราเลี้ยวได้

  3. เลี้ยวไปได้เลยครับ

          I  Easy Care : หากเจอไฟเหลืองให้ชะลอเตรียมจอดเลย อย่าพยายามเร่งให้ทันเพราะอุบัติเหตุที่ญี่ปุ่น 80% เกิดจากกรณีนี้

เรื่องที่ 5 สัญลักษณ์แปลกๆ O_o

      >> เอาเฉพาะที่เราควรจะทราบเนอะ ส่วนแบบอันนี้มือใหม่หัดขับหรืออะไรไม่เอาเนอะ เดี๋ยวเยอะเกิ๊น

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลางถนน 

ตัวหนังสือกลางถนนภาษาญี่ปุ่น 

ป้ายกำหนดความเร็ว 

อยากแถม : ใบสั่ง และ มารยาทการขับ O_o

แอบบอกใบ้ให้….หากอยากได้ใบสั่งมาเป็นที่ระลึก ทำแบบนี้แล้วจะโดนใบสั่งเอง…

  • จอดรถในที่ห้ามจอด​

  • ขับรถเร็วกว่าที่กำหนด

  • โทรศัพท์ระหว่างขับ

แล้วถ้าโดนไปแล้วต้องทำไง..?  ทำตามรูปภาพนี้ด่วนเลยคับ..

การเติมน้ำมัน (เอง) ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด !! 

1.ใส่บัตร หรือเงินสดลงไปในเครื่อง (เครื่องสามารถทอนเงินได้)

2.กดปุ่มเลือกชนิดน้ำมัน  ส่วนใหญ่ก็ สีแดง (レギュラー)แล้วเลือก 満タン ที่แปลว่าเต็มถัง

          “พรีเมียม (95)”
          “ธรรมดา (91)”
          “ดีเซล”

**หากเติมน้ำมันผิดประเภท รถจะเสียและวิ่งไม่ได้ ดังนั้นต้องเติมน้ำมันให้ตรงกับประเภทรถ

3.เปิดถังน้ำมันรถ แล้วเอาหัวปั๊มน้ำมันใส่เข้าไป บีบตรงที่จับหัวปุ๊มน้ำมันแบบไม่ต้องกลัวล้น เพราะพอน้ำมันเต็มถังหัวจ่ายจะดีดที่บีบออกเอง

4.เอาหัวน้ำมันเก็บที่เดิม  เครื่องจะปริ๊นใบเสร็จมาให้พร้อมเงินทอน  ถ้าที่เครื่องไม่มีเงินทอน ก็ต้องเอาใบเสร็จนั้นไป scan รับเงินทอนที่อีกตู้นึงเท่านี้ก็เรียบร้อยย ?

แต่หากมีคำถามก็เรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยได้ หรือหากกังวลก็เติมปั้มที่มีเด็กปั้มเลย ขับเข้าไปบอกว่า MAN-TAN “แปลว่าเต็มถังไอ้น้อง” แล้วรอจ่ายตังค์ก็ได้

  • การเติมน้ำมัน (จะว่ายากก็ไม่เชิงจะว่าง่ายเลยก็ไม่ใช่ หากตอบง่ายคือ ยาก ที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ง่ายเพราะจริงๆมีแค่ 2-3 ขั้นตอนเอง)

การเข้าสู่ด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน

  • ทางขึ้นทางด่วนจะมีระบุตำแหน่งประตู ETC ขับเข้าไปที่ช่องทาง ETC

  • เข้าไปในช่อง “ETC専用 (เฉพาะ ETC)” หรือ “ETC・一般ゲート (ETC/ทั่วไป)”

  • ขับผ่านช้าๆ ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 ก.ม./ช.ม.

การออกจากด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน

  • ตรงทางออกทางด่วนจะมีระบุตำแหน่งประตู ETC ขับไปตามช่องทางดังกล่าว

  • เข้าไปในช่อง “ETC専用 (เฉพาะ ETC)” หรือ “ETC・一般ゲート (ETC/ทั่วไป)”

  • ขับผ่านช้าๆ ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 ก.ม./ช.ม. ที่กั้นจะเปิดออก ไม่จำเป็นต้องหยุดรถเพื่อจ่ายค่าทางด่วนและสังเกตที่หน้าจอจะแสดงค่าผ่านทางที่ใช้ไป

How to ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

# รู้ไว้ก่อน : เมื่อเกิดอุบัติเหตุถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง (หากให้ขับต่อเกรงจะเป็นภัยต่อคนอื่น)

ถูกชนหรือไปชน(คนอื่น)แล้วทำไง ??!
  1. เช็คคู่กรณีและผู้ร่วมเดินทางของเราว่าปลอดภัยดีมั้ย

  2. หากมีผู้บาดเจ็บให้ช่วยก่อน

  3. แจ้งตำรวจ ที่เบอร์  : 119 (อาจให้คนท้องถิ่นช่วยติดต่อ)
  4. แจ้งศูนย์โตโยต้าตามเบอร์ในเอกสาร Voucher : (81)-92-577-0091

  5. แจ้งทีม Easy&Save ให้ทราบผ่านไลน์ ID : @easyandsave

ก่อนโทรฯหาศูนย์โตโยต้า / ตำรวจ / ทีม Easy&Save นั้น เพื่อให้พร้อมแนะนำให้
  • ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุทั้งหมด
  • ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ
  • เตรียมเอกสารทั้งหมดที่เช่ารถ
          Easy Tips : รู้ไว้ก่อน : จะชนเบาหรือหนัก มีคู่กรณีหรือไม่ ต้องแจ้งตามขั้นตอนเพราะไม่อย่างนั้นประกันจะไม่รับรอง เช่น บังโคลนหน้าไปขีดกับหิมะเป็นรอยยาว แทนที่จะจ่ายแค่ NOC 20,000 เยน อาจจะต้องถูกประเมินจ่ายค่าทำสี หรือเปลี่ยนซึ่งแพงกว่ามาก

          Easy Tips : ในรถไม่มีกล้องบันทึกภาพ หากเรามีอยู่ที่บ้านแล้วเอาติดไปใช้ก็ดีนะ

รายละเอียดประกันอุบัติเหตุ

# รู้ไว้ก่อน : เมื่อเกิดอุบัติเหตุถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงทันที (หากให้ขับต่อเกรงจะเป็นภัยต่อคนอื่น)

# บอกไว้อีกนิด : อยากได้ข้อมูลแบบละเอียด คลิ๊กเลย ข้อมูลส่วนประกันเพียบ

คุ้มครอง
  • จำนวนค่าชดเชยของ‌‌ประกันภัย

    จำนวนเงินดังต่อไปนี้จะถูกชำระเป็นค่าชดเชยสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

    การบาดเจ็บทางร่างกาย ไม่จำกัดต่อคน (รวมถึงการประกันภัยรถยนต์เพื่อบุคคลที่สาม)
    ความเสียหายของทรัพย์สิน ไม่จำกัดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (จะถูกเรียกเก็บ 50,000 เยนสำหรับค่าเสียหายส่วนแรก << Easy&Save ออกให้)
    ความเสียหายของรถยนต์ สูงสุดถึงมูลค่าที่แท้จริงต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (จะถูกเรียกเก็บ 50,000 เยนสำหรับค่าเสียหายส่วนแรก << Easy&Save ออกให้)
    ความพิการทางร่างกาย สูงสุดถึง 30,000,000 เยนต่อคน*
  • ค่าชดเชยเมื่อผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ (รวมถึงการเสียชีวิตและพิการ) จะ‌ถูก‌ชำระ‌โดย‌ไม่คำนึงถึง‌ระดับ‌ความรับผิดชอบของ‌ผู้ขับรถ (จำนวนค่าเสียหาย‌จะ‌ถูก‌คํานวณ‌โดย‌บริษัทประกันภัย‌ตาม‌ข้อกำหนด‌‌ประกันภัยสูงสุดถึง 30,000,000 เยน)
  • ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนค่าเสียหาย‌ที่‌ไม่‌ครอบคลุม‌หรือ‌ไม่‌ถูก‌ชำระ‌โดย‌ค่าชดเชยดังกล่าว
  • ประกันภัย‌จะ‌ไม่‌ครอบคลุม‌อุบัติเหตุ‌ที่‌ระบุ‌ในคำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ‌ใน‌สัญญา‌ประกันภัย
    นอกจากนี้ ประกันภัย‌จะ‌ไม่‌ครอบคลุม‌อุบัติเหตุ‌ที่ไม่มีรายงานอุบัติเหตุที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
NOC (Non Operation Charge)
  • ส่วนชดเชยรายได้ขณะซ่อมรถ ค่าสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ (NOC : Non Operation Charge)

                 ค่าเสียหายทางธุรกิจ (NOC) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การโจรกรรมรถยนต์ รถยนต์มีปัญหา มีคราบสกปรกหรือเสียหาย หากต้องมีการซ่อมแซมและ/หรือทำความสะอาด จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นค่าชดเชยทางธุรกิจระหว่างช่วงเวลาที่มีการซ่อมแซมหรือทำความสะอาด (โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียมนี้แตกต่างจากระบบค่าชดเชยด้านล่าง)

กรณีที่ 1 เมื่อรถยังสามารถขับเคลื่อนได้และสามารถส่งรถคืนได้ที่สถานที่ที่‌กำหนดไว้ 20,000 เยน
กรณีที่ 2 เมื่อรถไม่สามารถขับเคลื่อนได้และไม่สามารถส่งรถคืนได้ที่สถานที่ที่‌กำหนดไว้ 50,000 เยน

             หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่ได้ส่งรถคืนที่สาขา (เช่น ทิ้งรถไว้บนถนน แม้ว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้) จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 50,000 เยน

       >> ง่ายๆคือ รถพัง ขับได้ เสีย 20,000 เยน  l  รถพัง ขับไม่ได้ เสีย 50,000 เยน

       >> จ่ายส่วนเกินจากวงเงินคุ้มครอง

**หากจองรถเช่ากับ Easy And Save ราคารวมประกันชั้น 1 + NOC  ครอบคลุมทุกอย่าง ไม่ต้องชำระเพิ่มสักบาทเลยครับ แต่..!! หากชนแล้วไปต่อไม่ได้จริงๆสัญญารถเช่าที่จองไว้จะสิ้นสุดลงทันทีครับ **

รู้ยัง !! เมื่อเกิดเหตุแล้วทำแบบนี้ ประกันไม่ครอบคลุมนะ​
  • อุบัติเหตุที่ไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ (หากไม่มีรายงานอุบัติเหตุ)
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยผู้ขับรถคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขับรถที่ลงทะเบียนไว้เมื่อออกเดินทาง
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยผู้ขับรถที่ไม่มีใบขับขี่
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น‌จาก‌การขับรถขณะเมาสุรา
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น‌หลัง‌จาก‌ครบกำหนดระยะเวลาเช่าและ‌ไม่ได้‌แจ้ง‌ต่อสัญญาเช่า‌กับ‌โตโยต้า
  • ยางแบน หรือ จานปิดดุมล้อรถยนต์‌สูญหาย‌หรือ‌เสียหาย

| รวมรีวิวขับรถเที่ยวญี่ปุ่น | รถเช่าที่ญี่ปุ่น

          ตอบปัญหากังวลใจก่อนการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ? ที่ใครหลายๆ คน อาจจะยังไม่กล้าตัดสินใจทันที หรือเลือกอยู่ระหว่าง ทัวร์ และ เที่ยวด้วยตัวเอง…. สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เคยเดินทางไปทัวร์มาก่อน การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็เป็นอีกเทรนหนึ่งที่เริ่มจะได้รับความนิยมเป็นมากกว่า แต่จะว่าไปแล้วการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น มันก็ต้องเก็บข้อมูลกันหน่อย!!! เราเลยรวบรวมเหล่าข้อมูลการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น และเหล่ารีวิวต่างๆ มาเล่าให้ฟังเผื่อใครที่กำลังตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองและอยากจะหรือมีแพลนเริ่มต้นจะเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าเห็นรีวิวที่เรารวบรวมมาแล้วอาจจะลองเปลี่ยนใจมาใช้รถเช่าขับเที่ยวญี่ปุ่นในการเดินทางเที่ยวด้วยตัวเองก็ได้ และจะทำให้การเดินทางครั้งถัดไปของคุณเป็นการเดินทางที่ง่ายขึ้น และเปิดประสบการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกให้สนุกกว่าที่คิด… ?
            EasyandSave ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตัวแทน “โตโยต้าเร้นท์อะคาร์” แห่งแรกในไทย ยินดีให้คำปรึกษาการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น สามารถจองรถเช่าก่อนใครได้ที่ไทย อุ่นใจทีมช่วยเหลือฉุกเฉิน Easy Care ให้บริการเกือบ 24 ชม. ฟรีครอบคลุมประกันภัยสูงสุด มีบริการรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น มากถึง 1,200 สาขา มีรุ่นรถให้เลือกกว่า 40 รุ่น เริ่มต้นที่รถขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้เดินทางคู่รัก ?‍❤‍?‍? แก๊งเพื่อน ?? หรือครอบครัวขนาดเล็ก พ่อ แม่ ลูก ?‍?‍? และ รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 8 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ มีสัมภาระเยอะ รวมไปถึงมีรถตู้ 10 ที่นั่ง แต่..❗❗ ต้องใช้ใบขับขี่สากลประเภท D เท่านั้น นอกจากรถเช่าที่ญี่ปุ่นแล้วยังมีบริการอื่นๆ สำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอีกด้วย  

**สามารถอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้…

จิริฮามะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ (Chirihama Nagisa Driveway) อยู่ในเมืองฮะคุอิ (Hakui City) จังหวัดอิชิคะวะ (Ishikawa)

          เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่ไม่ได้ขับรถเที่ยวบนถนนแต่สามารถขับรถเที่ยวบนชายหาดกันเลยทีเดียว !!!!  ?? ท่านสามารถขับรถใกล้ทะเลพร้อมชมบรรยากาศแบบฟินๆ ลองเปลี่ยนจากการเดินเล่นบนชายหาดมาเป็นขับรถเที่ยวด้วยตัวเองบนชายหาดกันดีกว่า  ที่นี่สามารถขับรถบนชายหาดได้เพราะทรายจะแตกต่างจากที่อื่น ลักษณะของทรายจะเป็นเม็ดเล็กละเอียดดูดซับน้ำทะเลได้อย่างดี ทำให้พื้นทรายจับตัวกันได้แน่นหนามาก จึงสามารถขับรถด้วยตัวเองแบบเคลื่อนที่ไปมาได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตรายใด ๆ เพราะเขาขับรถเที่ยวชิลชิล พร้อมกับอัพรูปชิคๆกันมาเยอะแล้วค่ะ??? ในระหว่างทางสามารถจอดรถเพื่อแวะลงเล่นน้ำหรือนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อีกด้วย

          แนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะกับการขับรถเที่ยวที่นี่ก็คือช่วงก่อนฟ้าสาง หากโชคดีก็อาจจะได้เห็นวิวสวยๆ ดูลึกลับของหมอกงามยามเช้า หรือ ช่วงยามเย็นพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าสีส้มสะท้อนลงทะเล วิวสวยไม่แพ้ช่วงก่อนฟ้าสางเหมือนกันค่ะ ที่นี่ไม่ได้ขับได้แต่รถยนต์นะคะ  ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์? และรถจักรยาน? ก็สามารถขับขี่ได้เช่นกัน อีกทั้งบริเวณสุดทางไดรฟ์เวย์เป็นที่ตั้งของ  “จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)”  ที่มีทั้งร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก และยังมีบริการเช่ารถจักรยานให้บริการนักท่องเที่ยวทุกท่าน หากท่านใดอยากลองขับรถเที่ยวบริเวณชายหาดแห่งนี้ สามารถจองรถเช่ากับ EASY AND SAVE  ได้นะคะจิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

  • สิ่งที่ต้องควรคำนึงถึงในการขับรถเที่ยวที่นี่ ❗

เนื่องจากที่หาดนี้จะไม่มีการกำหนดเลนขับรถหรือช่องทางเดินรถ จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง คอยดูผู้คนที่เดินไปมาและรถที่วิ่งสวนมาให้ดี อีกข้อควรระวังคือ หากขับรถไปบนพื้นทรายแห้งก็อาจทำให้ล้อติดหล่มได้

  • วิธีการเดินทาง ?

ท่านใดที่เดินทางมาลงสนามบินนาโกย่า (CHUBU CENTRAIR INTL. AIRPORT) สามารถเช่ารถขับเที่ยวด้วยตัวเองได้ที่สนามบินเลยค่ะ ระยะทางจากสนามบินนาโกย่ามาจิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 323 กม 4 ชม.)

https://goo.gl/maps/nZUPWvKp39zTLaZe8 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง

หรือในเมืองนาโกย่าก็มีจุดรับรถนะคะ ส่วนมากจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟต่างๆ เช่น Nagoya station มีจุดเช่ารถระแวกใกล้เคียงมากถึง 6 สาขา

ส่วนสาขาที่ใกล้จิริฮามะมากที่สุด จะอยู่ในเมืองทากาโอกะ มีสาขาเช่ารถใกล้สถานีรถไฟชินทากาโอกะ จากสถานีรถไฟชินทากาโอกะระยะทางมาที่ จิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 38 กม. 1 ชม. )

https://goo.gl/maps/9n9W8ocGRkH2NHVb7 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง


EasyandSave บริการรถเช่าที่ญี่ปุ่น ตัวแทน Toyota Rent a car แห่งแรกในไทย : คลิ๊กจองรถเช่า <<

รีวิวเช่ารถขับเที่ยว Ishikawa กับ EasyandSave : คลิ๊กลิงค์ <<

เช่ารถ วันหยุดยาว...ยังไงไม่นก! ?

วันหยุดยาวของญี่ปุ่น (Golden Week Japan) ในปี 2019 นี้ พิเศษมากตรงที่มีวันหยุดรวมกันถึง 10 วัน! ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 27 เมษายน – วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2019

เช่ารถ วันหยุดยาว ยังไงไม่นก

สำหรับคนที่มีแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษาภาคมนี้  โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ต้องวางแผนการเดินทางอย่างดีและละเอียดรอบครอบเป็นพิเศษเลยนะคะ สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ง่ายและสะดวกสบายอยู่แล้ว เพราะที่ญี่ปุ่นมีการบริการครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ชินคันเซ็น รถโดยสารสาธารณะ แต่ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้อาจจะทำให้ทุกคนต้องเจอกับปัญหา รถไฟแน่นเอี๊ยด ชินกันเซ็นที่นั่งเต็ม รถโดยสารประจำทางที่ต้องต่อคิวรอนานๆ  ซึ่งทางออกที่ใช้ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็คือ “การเช่ารถ”

การเช่ารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่แสนจะสะดวกสบายมาก ๆ

เทคนิคการเช่ารถยังไงให้ไม่นก!!!

อยากเช่ารถแต่รถเต็ม! อยากเช่ารถแต่รถในพื้นที่ไม่มีเหลือ!

ลูกค้าหลายๆท่านอาจะเคยผิดหวังกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน…ต้องบอกเลยว่าการเช่ารถในญี่ปุ่นช่วงนี้ไม่ได้เช่ากันง่าย ๆ เลยนะคะ รถเช่าในหลาย ๆ พื้นที่มีคิวจองแน่นไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรถเช่าคันเล็กหรือใหญ่ เพราะในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ก็นิยมที่จะเช่ารถขับด้วยเช่นกัน จึงทำให้ปริมาณของรถเช่าในญี่ปุ่นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการ

เทคนิคที่ 1 เช่าในสถานที่ที่คนอื่นไม่เช่า

คนที่ต้องการเช่ารถส่วนใหญ่จะนึกถึงความสะดวกสบายจากการเช่ารถภายในสนามบิน หรือ JR ในเมืองใหญ่ ๆ จนทำให้ปริมาณรถมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ  ดังนั้นการเลือกเช่ารถในสาขาที่อยู่หากจากพื้นที่ที่คนนิยม จะทำให้มีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยเราสามารถจองรถเช่าได้ที่ไทยกับ “EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย มีสาขามากกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ตัวเลือกของสถานที่ในการเช่ารถมีมากกว่าที่คุณคิด

เทคนิคที่ 2 เลือกเช่ารถในวันที่สัมภาระน้อย

รถคันใหญ่จุสัมภาระได้เยอะ = คนใช้เยอะ คนที่เช่ารถส่วนใหญ่จะไม่ได้คิดเผื่อเรื่องสัมภาระในการเดินทาง  ที่ญี่ปุ่นแม้จะมีผู้เดินทางเพียง 4 คน แต่สัมภาระเยอะ ก็ไม่สามารถเช่ารถคันเล็กได้ เพราะกฏหมายด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น กำหนดให้ห้ามวางสัมภาระบริเวณเบาะที่นั่งที่มีบุคคลนั่งอยู่ จึงจำเป็นต้องเช่ารถคันใหญ่ขึ้นเพื่อบรรจุสัมภาระ และทำให้เปอร์เซ็นที่จะได้รถ ลดลงถึง 50%  แต่หากคุณเช่ารถเล็กในวันที่สัมภาระน้อยหรือไม่มีสัมภาระจะทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มถึง 70% เพราะตามสถิติปัจจุบันจำนวนผู้เช่ารถเล็กมีน้อยกว่าจำนวนรถที่มีให้บริการ และหากเช่ารถเล็กแล้วเต็มยังสามารถหารถรุ่นอื่นเทียบเท่าได้ง่ายกว่าอีกด้วย

เทคนิคที่ 3 เช่าแบบไม่ระบุรุ่นรถ (รถแต่ละClass จะมีให้เลือกหลายรุ่น)

การเช่ารถที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเช่ากับ  EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย”  จะมีบริการให้ลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถที่ต้องการเช่าได้ หรือเรียกว่า “การเช่ารถแบบระบุรุ่น” ซึ่งแน่นอนมันจะต้องมีรุ่นที่ได้รับความนิยมในการจองและรุ่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม สำหรับผู้ที่ทำการจองรุ่นที่ได้รับความนิยมก็จะมีโอกาสในการได้รถน้อยลงถึง 40% แต่หากจองแบบไม่ระบุรุ่นอาจจะทำให้คุณมีตัวเลือกมากและมีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 60%

เทคนิคที่ 4 จองรถล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนขึ้นไป

การจองรถแบบกระชั้นชิดคือสิ่งที่หลาย ๆ คนมักทำ อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นผู้ใช้รถเช่าไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองก็มีการเช่ารถขับเที่ยวเองเป็นจำนวนมากเช่นกัน และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มีการวางแผนและเช่ารถล่วงหน้ากันมากซะด้วย ดังนั้นการจองรถล่วงหน้าจึงทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มกว่า 90% เลยทีเดียว

นี่!! ก็คือเทคนิคดี ๆ ง่าย ๆ ที่ทางเราสรุปมาให้สั้น ๆ เพื่อแนะนำทุกท่านในการเช่ารถนะคะ สามารถสอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมกับเรา EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย ยินดีให้คำปรึกษาลูกค้าทุกท่านค่ะ ???

เกาะคิวชูมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายครบทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ เพราะสามารถเช่ารถขับเที่ยวไปทั่วๆเกาะได้อีกด้วย

รวม Map Code สถานที่เที่ยวเกาะคิวชู

          คิวชูเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัด อันได้แก่ Fukuoka , Saga , Nagasaki , Kumamoto , Oita , Miyazaki และ Kagoshima ซึ่งมีจุดเด่นคือความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งประวัติศาสตร์เมืองโบราณ แหล่งน้ำพุร้อน และอาหารพื้นเมืองที่หลากหลายน่าลิ้มลอง

ทางเราจึงยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในฮอกไกโดมาให้ทุกท่านเพื่อความสะดวกในการค้นหามากยิ่งขึ้น หรือท่านใดที่ไม่ได้ไปคิวชูทางเราแนะนำให้ค้นหาที่นี่เลย>>  คลิ๊กที่ลิ้ง 

ATTRACTIONS MAP CODE TELEPHONE
FUKUOKA
Fukuoka Tower 福岡タワー 13 312 703*44 092-823-0234
Momochi Seaside Park シーサイドももち海浜公園 13 312 889*85 092-822-8141
Hawks Town Mall site ホークスタウンモール 跡地 13 313 689*82 092-844-8111
Shofukuji Zen Temple 安国山 聖福寺 13 350 240*28 092-291-0775
Ohori Park 大濠公園 13 285 823*66 092-741-2004
Fukuoka Castle 福岡城跡 13 286 698*82
Canal City Hakata キャナルシティ 博多 13 319 319*25 092-282-2525
Tochoji Temple 東長寺 13 349 029*22 092-291-4459
Dazaifu 太宰府市 55 333 124*60 092-918-2807
Itoshima 糸島市 224 789 390
Mojiko Retro 門司港レトロ 16 715 143 093-321-4151
OITA
Harmony Land ハーモニーランド 46 830 567*82 0977-73-1111
Beppu 別府市 46 404 667*82
Yufuin floral Village 湯布院フローラルビレッジ 269 359 604*33 0977-85-5132
Ashihikiyama Futago Temple 足曳山 両子寺 265 552 440*63 0978-65-0253
Kitsuki Castle 杵築城 878 570 348*66 0978-62-4532
Usa Jingu 宇佐神宮 459 360 637*03 0978-37-0001
Jigoku Meguri Beppu べっぷ地獄めぐり 46 521 439*41 0977-66-1577
SAGA
Tosu Premium Outlets 鳥栖プレミアム・アウトレット 37 856 350 0942-87-7370
Saga Castle 佐賀城跡 87 291 075*47 0952-41-7550
Karatsu Castle 唐津城 182 432 019*44 0955-72-5697
Yobuko Morning Market 呼子朝市 182 722 050*06 0955-53-7129
Yoshinogari Historical Park 吉野ヶ里歴史公園 37 541 522*14 0952-55-9333
Yutoku Inari Shrine 祐徳稲荷神社 461 568 367*11 0954-62-2151
Mifune yama Rakuen 御船山楽園 104 347 310*22 0954-23-3131
KUMAMOTO
Kumamoto Castle 熊本城 29 489 329*60 096-352-5900
Aso 阿蘇市 256 459 156
Josaien 桜の馬場 城彩苑 29 489 021*63 096-288-5600
Hosokawa Mansion 旧細川刑部邸 29 489 637*88 096-352-6522
Suizenji Jojuen 水前寺成趣園 29 433 434*36
Reigando 岩殿山 雲厳禅寺 29 510 840*06 096-329-8854
Kikuchi Valley 菊池渓谷 618 279 645*82 0968-25-7223
Greenland (amusement park) グリーンランド(遊園地) 69 251 003*00 0968-66-1112
Daikanbo 大観峰 256 878 190*52
NAGASAKI
Huis Ten Bosch ハウステンボス 307 320 515 0570-064-110
Dejima 出島 44 240 570*30 095-829-1194
Nagasaki Chinatown 長崎新地中華街 44 240 519*52 095-822-6540
Peace Park 平和公園 262 088 656*00 095-829-1164
Suwa Shrine 諏訪神社 44 301 093*85 095-824-0445
Inasayama Park 稲佐山公園 262 026 629*28 095-861-7742
Megane Bridge 眼鏡橋 44 270 236*03 095-829-1162
Siebold Memorial Museum シーボルト記念館 44 302 250*22 095-823-0707
KAGOSHIMA
Sakurajima 桜島 393 588 518*85
Shiroyama Park 城山公園 42 036 186*77 0942-72-2111
Sengan-en 仙巌園 42 099 585*41 099-247-1551
Kagoshima Castle 鶴丸城跡 42 036 354*58 099-222-5100
Ishibashi Park 石橋記念公園 42 068 071*06 099-248-6661
Museum of the Meiji Restoration 鹿児島市維新ふるさと館 393 576 660*58 099-239-7700
Kagoshima City Aquarium かごしま水族館 42 038 091*52 099-226-2233
Kaimondake volcano 開聞岳 285 033 251*52
Takachiho Farm 高千穂牧場 227 000 524*58 0986-33-2102
Uchinoura Space Center  内之浦宇宙空間観測所 670 594 642*25 050-3362-3111
MIYASAKI
Takachiho Gorge 高千穂峡 330 711 470
Udo Jingu Shrine 鵜戸神宮 274 536 578*55 0987-29-1001
Obi-jo 飫肥城 274 462 014*88 0987-25-4533
Sun Messe Nichinan サンメッセ日南 274 595 078*03 0987-29-1900
Takachiho Shrine 高千穂神社 330 741 345*77 0982-72-2413
Aoshima 青島 843 192 160*14
Ayanoteruhaotsuri Bridge 綾の照葉大吊橋 600 098 018*36 0985-77-2055

ฮอกไกโดเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตของนักเที่ยวต่างชาติ และเป็นอีกเส้นทางยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเปิดประสบการณ์ใหม่ในการขับรถเที่ยวเอง

รวม Map Code สถานที่เที่ยวฮอกไกโด

          ฮอกไกโด เป็นเกาะอยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี และยังมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม อีกทั้งยังมีอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองอีกด้วย ทางเราจึงยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในฮอกไกโดมาให้ทุกท่านเพื่อความสะดวกในการค้นหามากยิ่งขึ้น หรือท่านใดที่ไม่ได้ไปฮอกไกโดทางเราแนะนำให้ค้นหาที่นี่เลย>>  คลิ๊กที่ลิ้ง 

ATTRACTIONS MAP CODE TELEPHONE
HAKODATE
Mount Hakodate 函館山 86 009 717*30
Goryokaku 特別史跡五稜郭跡 86 166 307*03 0138-21-3456
Goryokaku Tower 五稜郭タワー 86 165 057*33 0138-51-4785
Hakodate Asaichi (Morning Market) 函館朝市 86 072 374*58 0138-22-7981
Old Public Hall of Hakodate Ward 旧函館区公会堂 86 040 435*28 0138-22-1001
Hakodate Orthodox Church 函館ハリストス正教会 86 040 206*41 0138-23-7387
Motomachi Park 元町公園 86 040 497*82 0138-27-3333
Hakodate Magistrate’s Office 箱館奉行所 86 166 277*41 0138-51-2864
Catholic Church Hakodate Motomachi カトリック 函館 元町教会 86 040 299*06 0138-22-6877
Cape Tachimachi 立待岬 951 296 089*28 0138-21-3323
Hakodate Christmas Fantasy はこだてクリスマスファンタジ 86 041 643*22 0138-27-3535
Ferry Memorial Ship Mashu-maru 函館市青函連絡船記念館摩周丸 86 072 392*82 0138-27-2500
Trappistine Monastery トラピスチヌ修道院 86 144 213*82 0138-57-3331
Former British Consulate of Hakodate 函館市 旧イギリス領事館 86 040 561*58 0138-27-8159
Matsumae Castle 松前城 862 058 252*74 0139-42-2216
Hachiman-saka Slope 八幡坂   86 040 324*11 0138-21-3453
Miharashi Park (Hakodate City) 函館市見晴公園管理事務所 86 141 652*44 0138-57-7210
Hakodate City Forest 函館市 市民の森 86 143 144*28 0138-59-4472
South Hokkaido Shiki no Mori Prefectural Park 道南四季の杜公園 86 347 380*22 0138-34-3888
Hakodate Hachiman Shrine 函館八幡宮 86 010 139*47 0138-22-3636
Yunokawa Hot Spring 湯の川温泉   86 109 130*58 0138-23-5440
Kanemori Red Brick Warehouse 金森赤レンガ倉庫   86 041 579*06 0138-27-5530
SAPPORO
Odori Park 大通公園 9 492 785*28 011-251-0438
Sapporo TV Tower さっぽろテレビ塔 9 523 036*60 011-241-1131
Mt. Moiwa 藻岩山 9 369 273*14
Former Hokkaidō Government Office 北海道庁 9 522 361*47 011-231-4111
Sapporo Beer Museum  サッポロビール博物館 9 554 261*03 011-748-1876
Shiroi Koibito Park  白い恋人パーク 9 602 235*82 011-666-1481
Moerenuma Park モエレ沼公園 9 742 365*85 011-790-1231
Sapporo Clock Tower 札幌市時計台 9 522 206*06 011-231-0838
Maruyama Park 円山公園 7 619 061*06 011-621-0453
Nakajima Park 中島公園 9 433 871*30 011-511-3924
Sapporo Maruyama Zoo  札幌市円山動物園 9 457 791*00 011-621-1426
Hitsujigaoka Observation Hill さっぽろ羊ヶ丘展望台 9 287 533*30 011-851-3080
Okurayama Ski Jump Stadium 大倉山ジャンプ競技場 9 455 759*60 011-641-8585
Historical Village of Hokkaido  北海道開拓の村 139 150 452*77 011-898-2692
Takino Suzuran Hillside Park 国営滝野すずらん丘陵公園 867 571 061*14 011-592-3333
Sapporo Kokusai Ski Resort 札幌国際スキー場 493 250 406*85 011-598-4511
Sapporo Community Dome つどーむ 9 705 553*60 11-784-2106
Hoheikyo Hot Spring 豊平峡温泉 708 694 574*33 011-598-2410
Sapporo Satoland サッポロさとらんど 9 740 039*00 011-787-0223
Hiraoka Park 平岡公園 9 296 760*33 011-881-7924
Bankei ski area さっぽろばんけいスキー場 9 393 324*22 11-641-0071
OTARU
 Otaru Canal 小樽運河 493 690 589*33 0134-32-4111
 Otaru Aquarium おたる水族館 493 841 146*52 0134-33-1400
 TAISHO GLASS 正硝子館 本店 493 690 262*30 0134-32-5101
The Bank of Japan Otaru Museum 日本銀行旧小樽支店金融資料館 493 690 224*47 0134-21-1111
Yoichi distillery 蒸溜所 164 635 876*44 0135-23-3131
Otaru snow light path Temiya Line venue 小樽雪あかりの路 手宮線会場 493 690 370*00 0134-32-4111
Tenguyama 天狗山 164 596 745*25
Bank of Japan Otaru Museum 小樽市総合博物館運河 493 690 734*77 0134-22-1258
Otaru City General Museum Canal Museum 日本銀行旧小樽支店金融資料館 493 690 224*47 0134-21-1111
Mount Tengu 天狗岳 493 365 715*63
Tanaka Sake Brewery Kikkougura 田中酒造亀甲蔵 493 662 031*00 0134-21-2390
Otaru Kihinkan にしん御殿 小樽 貴賓館 (旧青山別邸) 493 811 461*00 134-24-0024
Nataru Market 南樽市場 493 631 528*14 0134-23-0722
Otaru Music Box Museum 小樽オルゴール堂 493 661 521*88 0134-22-1108
NISEKO
Mount Yotei 羊蹄山 385 547 834*58
Niseko Mt. Resort Grand Hirafu ニセコマウンテンリゾートグラン・ヒラフ 398 414 331*17
Fukidashi park ふきだし公園 385 674 628*82 0136-42-2111
Nisekomoiwa Ski Area ニセコモイワスキー場 398 346 420*33 0136-59-2511
Mt. Niseko-Annupuri ニセコアンヌプリ 398 439 644*74
Chisenupuri チセヌプリ 398 492 240*03
Mt. Konbu 昆布岳 662 739 841*36
FURANO
Farm Tomita ファーム富田 349 276 804*00 0167-39-3939
Mount Tokachi 十勝岳 901 877 634*71
Furano ski resort 富良野スキー場 919 550 899*00 0167-22-1111
Shikisai no Oka 四季彩の 349 701 188*52 0166-95-2758
Ningle Terrace ニングルテラス 919 553 426*33 0167-22-1111
Wind Garden 風のガーデン 919 553 602*52 0167-22-1111
Hokuseiyama 北星山 349 275 129*77
Mount Furano 富良野岳 901 781 860*52
Saika no Sato Lavender Farm ラベンダー園彩香の里佐々木ファーム  349 244 385*85 090-3773-3574
Hot water of Fukiage open-air 吹上露天の湯 796 031 238*22 0167-45-4126
Rokugo Viewing Platform 麓郷展望台 550 774 846*71 0167-29-2233
Mount Kamihorokamettoku 上ホロカメットク山 901 846 242*00
ASAHIKAWA
Asahikawa Doubutuen 旭川市旭山動物園 79 358 812*82 0166-36-1104
Snow museum 雪の美術館 79 367 227*74 0166-73-7017
Tokiwa Par 常磐公園 79 373 668*11 0166-52-1934
Asahiyama Park 旭山公園 79 358 591*25 0166-52-1934
Takasago Shuzo Sake Brewery 高砂酒造(株) 79 315 875*30 0166-23-2251
Hokuchin Memorial Museum 北鎮記念館 79 434 277*82 0166-51-6111
Santa Present Park サンタプレゼントパーク 79 336 023*25 0166-63-3232
Arashiyama Park Asahikawa 北邦野草園 79 427 642*33 0166-52-1541
Kaguraoka Park 神楽岡公園 79 284 703*52 0166-65-4139
Kamikawa Shrine 上川神社社務所 79 373 676*63 0166-65-3151
BIEI
Farm Tomita ファーム富田 349 276 804*00 0167-39-3939
Blue Pond 青い池 349 569 814*88 0166-94-3355
Shikisai no oka 四季彩の丘 349 701 188*52 0166-95-2758
Patchwork no Michi パッチワークの路 389 069 116*36 0166-92-4378
Guided Cycling Tour Biei 389 010 594*82 0 90-5956-4567
Tokachidake Observatory 十勝岳望岳台 796 093 224*66 0166-92-4378
Shirahige Falls しらひげの滝 796 182 575*30 0166-92-4321
Daisetsuzan National Park 大雪山国立公園 623 019 609*77 011-299-1950
Miyamatoge Art Park 深山峠アートパーク 349 639 763*85 0167-45-6667
Roller Coaster Road ジェットコースターの路 349 636 064*00  
Mild Seven Hills マイルドセブンの丘 389 036 417*36  
Hokusei-no-oka Observatory Park  北西の丘 展望公園 389 070 277*33  
Seven Stars Tree セブンスターの 389 157 156*22 0166-92-4378
Hinode Park 日の出公園 349 463 342*77 0167-39-4200
Trick Art Museum トリックアート美術館 349 639 701*63 0167-45-6667
CHITOSE
Lake Shikotsu 708 024 491*06  
DORAEMON WAKUWAKU SKY PARK 113 741 172*66 0123-46-3355
The Birthplace of Salmon CHITOSE AQUARIUM 113 889 556*22 0123-42-3001
Shikotsuko Hot Spring 867 063 535*58  
Mount Tarumae 545 675 499*63  
Mount Eniwa 708 139 826*55  
Shikotsuko Visitor Center 867 063 418*82 0 123-25-2404
Chitose Aoba Park 113 827 679*33 0123-24-1366
Lake Shikotsu Ice Festival Site 867 063 268*06 0123-23-8288
LAKE TOYA
Mount Usu 有珠山 321 430 247*06  
Showa-shinzan 321 404 643*55  
Lake Toya Hot Spring 洞爺湖温泉 321 518 339*52 0142-75-2446
Shikotsu Toya National Park silo observatory サイロ展望台 321 726 732*66 0142-87-2221
Toyako Visitor Center 洞爺湖ビジターセンター・火山科学館 321 518 339*60 0142-75-2555
Showa Shinzan Bear Ranch 昭和新山熊牧場 321 433 323*36 0142-75-2290
Toyakoguruttochokoku Park とうや湖ぐるっと彫刻公園 321 518 599*28 0142-75-4400
Usuzenkoji 有珠善光寺 321 364 181*82 0142-38-2007
Lake Toya Ranch レイクトーヤランチ 321 603 809*30 0142-73-2455
Ukimido Park 浮見堂公園 321 789 343*22 0142-82-5111
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เราสามารถชมซากุระได้เร็วก่อนใครในญี่ปุ่น แถมแต่ละปียังมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องยกให้ “Kawazuzakura” เมือง Kawazu เขต Kamo จังหวัด Shizuoka สถานที่ที่เต็มไปด้วยซากุระงดงามเรียงราย แนะนำเลยสำหรับใครที่จะไปถ่ายรูป หรือชิมอาหารพื้นเมืองก็มีกิจกรรมสนุกๆให้เลือกทำมากมาย

Kawazuzakura มีซากุระแบบไหนให้ชมกันนะ?

ในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์ซากุระมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “Kawazuzakura” ซากุระที่เราพบเห็นกันบ่อย ทั่วๆไป เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะผลิดอกให้เราได้ชมกันเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไป แต่ Kawazuzakura จะเป็นซากุระที่บานเร็ว โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถผลิดอกอยู่นานได้ถึงประมาณหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ที่ริมแม่น้ำ Kawazu มีซากุระที่ผสมข้ามพันธ์ุกันสองชนิด เกิดเป็นซากุระพันธุ์ “Kawazuzakura” เพราะเป็นพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ เรียงรายไปตามเส้นทางเดิน สวยงามยิ่งนัก

มาชมซากุระที่นี่ ต่างกับที่อื่นยังไง?

จุดเด่นของเทศกาล Kawazuzakuramatsuri ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ก็คือ การเดินชมดอกไม้ไปตามทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่มวลดอกซากุระ สำหรับที่อื่น อาจจะมีการปูเสื่อ ปิกนิก หรือทานอาหารกันใต้ต้นซากุระ แต่สำหรับที่นี่ เราสามารถเดินเลียบไปตามทางแม่น้ำ Kawazu ชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาบดบังวิว ทิวทัศน์ ที่สำคัญ เมือง Izu ยังเป็นแหล่งของออนเซน และมีจุดแช่เท้า ที่เราสามารถไปนั่งหย่อนเท้าผ่อนคลายให้หายเมื่อย หลังจากเดินชมซากุระเสร็จแล้วอีกด้วยนะ

ไม่ได้มีแต่ซากุระให้ชม แต่ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิอื่นๆก็มีนะ

ที่เมือง Kawazu เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้น Field Mustard ที่มีลักษณะคล้ายกับซากุระก็จะเริ่มบานเช่นเดียวกัน ทุ่งดอก Field Mustard สีเหลืองอร่ามริมทางเดิน ตัดกับหมู่มวลดอก Kawazuzakura สีชมพูบนต้นไม้ ถือเป็นทัศนียภาพที่ให้ความรู้สึกสดใส สดชื่น สมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ถ้าเราเดินไปตามริมทางเลียบแม่น้ำ Kawazu ก็จะพบกับถนนที่มีชื่อว่า “Nanohana Road” (ถนน Field Mustard) ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่เราสามารถมาชมทุ่งดอก  Field Mustard ได้อย่างจุใจ โดยเค้าจะเปิดให้ชมเฉพาะเวลาฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีดอกท้อบานให้ชมอีกด้วยนะ เรียกได้ว่า มาที่เดียวได้ชมดอกไม้ถึงสามชนิดเลยทีเดียว

งานแสดงไฟยามค่ำคืนก็พลาดไม่ได้

การเดินชมซากุระในช่วงกลางวันภายใต้ท้องฟ้าสีสดใส ก็ให้บรรยากาศที่ดีไม่น้อย แต่ทว่า การชมซากุระที่ประดับประดาไฟสวยงาม ในฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีดำสนิทนั้น ก็ให้บรรยากาศและความสวยงามไปอีกแบบเช่นกัน ที่นี่จะเปิดไฟประดับตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. ส่วนบริเวณรอบๆอย่างสะพานข้ามน้ำตก Kawazu เจ็ดชั้น จะมีการประดับไฟ เปิดให้ชมถึง 22.00 น. ได้ชมทั้งซากุระ ทั้งการประดับไฟ น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ

เดินชิมอาหารพื้นเมืองกัน

เทศกาล Kawazumatsuri จะจัดในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนด้วยกัน ในเทศกาลนี้ จะมีการออกร้านขายอาหารพื้นเมืองและยังมีผลไม้ประจำฤดูกาลอย่างส้ม, ปลาสดๆจากทะเล รวมถึงของหวานอย่าง shiruko (ขนมถั่วแดงร้อนใส่แป้งโมจิ) และเหล้าหวานให้เลือกชม ชิม ช็อป กันอย่างไม่อั้น ส่วนใครที่มองหาของฝาก เค้าก็มีจำหน่ายเช่นกัน เดินจับจ่ายกันในช่วงก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็ถือว่ามาที่เดียว ได้ครบเลยก็ว่าได้

ชวนชิมอาหารสีชมพูซากุระ

ในฤดูใบไม้ผลิ ของที่มาคู่กันกับการชมดอกไม้ ก็คือขนมหวานนั่นเอง ช่วงฤดูนี้ จะมีร้านค้ามากมายที่ออกขนมหวานโดยใช้สีหรือกลิ่นที่เกี่ยวกับซากุระ สำหรับที่เทศกาลนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโมจิถั่วแดงปิ้ง, ขนมญี่ปุ่นพื้นเมืองที่ใส่ใบซากุระ, ซากุระโมจิ หรือจะเป็นซากุระซอฟท์ครีม เค้าก็มีให้เลือกชิมกัน และยังมีขนมเซมเบ้ให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับไปด้วยนะ

Spot ที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ เมื่อเราไปเยือน Kawazuzakura

นอกจากเดินชมซากุระสวยๆแล้ว ยังมีน้ำตกให้เราได้เที่ยวอีกด้วย ที่น้ำตก “Kawazu nanadaru” น้ำตกเจ็ดชั้นที่มีการประดับไฟยามค่ำคืน ที่น้ำตกมีออนเซนให้เราได้แช่เท้า ผ่อนคลายอิริยาบถ มีทั้งน้ำตก ทั้งออนเซน สมบูรณ์แบบมากๆ บริเวณสะพานแขวน เรายังมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “Izu no odiriko” หรือ “The dancing girl of Izu” เรียกได้ว่าเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ และผ่อนคลายไปในทีเดียว

ชายหาดเค้าก็มีเหมือนกันนะ

ที่ทางตอนใต้ของเมือง Kawazu จะมีอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวนั่นก็คือ ชายหาด เป็นชายหาดทะเลสวย น้ำใส สามารถลงไปเล่นน้ำได้ในหน้าร้อน ส่วนในช่วงฤดูชมดอกไม้ก็สามารถเดินลงไปชมชายหาดได้เช่นกัน เป็นที่ที่สงบ เหมาะสำหรับไปนั่งชมธรรมชาติเงียบๆ โดยอยู่ห่างจากสถานี Kawazu เพียงแค่สองนาทีเท่านั้น  ในบริเวณนี้มีที่พัก โรงแรมให้เลือกเพียบ หลังจากที่เราเดินชมซากุระจนพอใจแล้ว ก็มาเช็คอินที่โรงแรม ตอนกลางคืนก็ออกมาชมแสงไฟก็ดีเหมือนกันนะคะ

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยว

เทศกาล Kawazumatasuri จะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์และจัดต่อไปอีกประมาณหนึ่งเดือน วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมามากมาย บริเวณสถานีรถไฟ และลานจอดรถจะค่อนข้างแน่น ส่วนในวันธรรมดา มีบ้างที่มีทัวร์จากนักท่องเที่ยวมาลง แต่ก็ยังคล่องตัวกว่าวันสุดสัปดาห์ แนะนำให้หาที่พักสักคืนเพื่อชมบรรยากาศขอเทศกาลได้ครบถ้วนแบบไม่เร่งรีบ

สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆสีสันรับฤดูใบไม้ผลิได้เลย

ช่วงเวลาที่ไปดูซากุระที่ Izu นั้น ยังถือเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น เราก็แค่สวมใส่เสื้อโค้ทไว้กันลมหนาว แต่พอช่วงเวลากลางวันที่อากาศอบอุ่นขึ้น เราก็สามารถถอดเสื้อโค้ทออกแล้วสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสไว้ข้างในก็ย่อมได้ เพื่อให้สีสันของเสื้อผ้าเข้ากับการชมซากุระ นอกจากเสื้อผ้าสีสันสดใสแล้ว อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่ทะมัดทะแมงที่เหมาะกับการเดินไกล รวมถึงเป้สะพายข้างหรือสะพายหลังที่พร้อมจะลุยกับเราไปได้ทุกที่ สำหรับคนที่อยากจะไปแช่เท้าที่ออนเซน ก็อย่าลืมใส่รองเท้าที่ถอดง่ายๆไปก็จะดีกว่าค่ะ แล้วก็อย่าลืมพกผ้าขนหนูซับหน้าซับเหงื่อไปสักผืนนะคะ แค่นี้ก็พร้อมจะไปเที่ยวกันแล้ว

การเดินทาง

สำหรับที่งานเทศกาลมีที่จอดรถรับรอง (มีค่าใช้จ่าย) แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ก็จะเต็มเร็วตั้งแต่เช้าๆแล้ว สำหรับคนที่พักค้างคืนในที่พักของทางศูนย์ท่องเที่ยว ก็จะมี Shuttle bus ไว้คอยบริการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปโดยรถไฟจะสะดวกที่สุด โดยนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียว จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนถ้ามาจากนาโกย่า หรือโอซาก้า ให้นั่งชินคันเซนมาลงที่สถานี Atami จากนั้นก็ต่อรถสาย Odoriko นั่งต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ผลิได้ก่อนใคร

สำหรับใครที่มีแพลนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงต้นปีนี้ แต่ก็อยากชมซากุระแบบบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิด้วย ที่ Kawazu ก็ถือเป็นอีกที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การท่องเที่ยวได้เลย kawazu-onzen

—————————————————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org/th