เส้นทางขับรถเที่ยวฮอกไกโด
ขับรถเที่ยวฮอกไกโด
          ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นใครๆก็นึกถึง “ฮอกไกโด” จริงหรือไม่..?? เหตุผลที่นิยมเที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนเพราะทุ่งลาเวนเดอร์เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงนี้  จึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะแยะไปหมด นอกจากดอกลาเวนเดอร์ที่เป็นจุดเชิญชวนนักท่องเที่ยวแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ที่ทางเราจัดเป็นเส้นทาง ขับรถเที่ยวฮอกไกโด ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของท่าน ไปดูกันเล๊ย…….

วันที่ 1  ออกจากสนามบิน Chitose

 สนามบิน Chitose >>> ขับรถประมาณ 53 นาที <<< หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ >>>  ขับรถประมาณ 12 นาที  <<< หุบเขานรกจิโงคุดานิ >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 47 นาที <<< นอนพัก Yubari

วันที่ 2 ออกจากที่พักแถว Yubari

ที่พักแถว Yubari >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที <<< โรงงานผลิตชีส >>> ขับรถประมาณ 21 นาที <<< ฟาร์มโทมิตะ >>> ขับรถประมาณ 32 นาที <<< บ่อน้ำสีฟ้า >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 28 นาที <<< นอนพัก Kamikawa

วันที่ 3 ออกจากที่พักแถว Kamikawa 

ที่พักแถว Kamikawa >>> ขับรถประมาณ 6 นาที <<< พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง >>> ขับรถประมาณ 41 นาที <<< สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า >>> ขับรถประมาณ 15 นาที <<< หมู่บ้านราเมน >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 57 นาที <<< หอนาฬิกา >>> ขับรถประมาณ 3 นาที <<<นอนพัก Sapporo

วันที่ 4 ออกจากที่พักแถว Sapporo

ที่พักแถว Sapporo >>> ขับรถประมาณ 43 นาที <<< คลองโอตารุ >>>ขับรถประมาณ 4 นาที <<< นาฬิกาไอน้ำโบราณ >>> เดิน 1 นาที <<< พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี >>> ขับรถประมาณ 45 นาที <<< ย่านทานุกิ >>> ขับรถประมาณ 54 นาที <<< กลับสนามบิน CHITOSE AIRPORT

ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกัน…….😍🚗

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ (Noboribetsu Date Jidaimura)

          พาทุกท่านย้อนไปสู่เมืองโบราณสมัยเอโดะ ภายในหมู่บ้านมีการจัดแสดงโชว์นินจา รวมถึงละครย้อนยุคแนวคอมเมดี้ ให้ทุกท่านได้สนุกเพลิดเพลิน ไปกับโชว์ พร้อมกับซึมซับบรรยากาศการจำลองบ้านเมืองและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสมัยนั้น ซึ่งท่านยังสามารถเช่าชุดกิโมโน หรือชุดนินจาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้คนแต่งตัวเป็นพ่อค้า ซามูไร นินจา เดินไปมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน และมีการแสดงวัฒนธรรมแบบชาวเอโดะให้ทุกท่านได้ชมกัน 

หุบเขานรกจิโงคุดานิ

หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani noboribetsu )

          ถือเป็นแหล่งกำเนิดออนเซนดีที่สุดบนเกาะฮอกไกโด โดยที่นี่มีทั้งบ่อโคลน และ บ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณให้ความรู้สึกเหมือนนรกที่มีควันร้อนๆจากกระทะทองแดงออกมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้หุบเขาเเห่งนี้มีชื่อเรียกกันติดปากในหมู่ชาวญี่ปุ่นว่า “หุบเขานรก” โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่การมีเเร่ธาตุกำมะถันในปริมาณที่มาก เเละทำให้น้ำมีสรรพคุณต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ในช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละช่วยสร้างสีสันให้กับการมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

โรงงานชีสฟูราโน่

โรงงานชีสฟูราโน่ (Furano Cheese Factory)

         แหล่งผลิตชีสคุณภาพชั้นยอดอันขึ้นชื่อของเมืองฟูราโน่  ชีสที่ถือเป็นไฮไลต์ที่แปลกแบบสุดๆของที่นี่ก็คือ ชีสดำ ซึ่งถือว่าเป็นชีสพิเศษที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เป็นสีดำก็ไม่ได้มาจากสารปรุงแต่งที่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด แต่เป็นสีจากสีหมึกดำของปลาหมึกนี่เอง นอกจากนี้ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปชมขั้นตอนการผลิตชีส ตลอดจนลองชมรสชาติของชีสคุณภาพชนิดต่างๆ และได้ประสบการณ์การทำไอศครีมหรือเนย เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากนมผ่านมุมต่างๆ ภายในอาคารยังมีคาเฟ่ไอศครีมไขมันต่ำ และยังสามารถทานพิซซ่าที่อบจากเตาเผาหินได้อีกด้วย

ฟาร์มโทมิตะ

ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)

          สัมผัสความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ เมือง ฟุราโน ไฮไลท์อยู่ที่ทุ่งดอกไม้หลากสีสัน เรียงสีสวยงามราวกับสายรุ้ง จนได้ชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมืองฮอกไกโด”  เนื่องจากมีวิวทิวทัศที่สวยงามมีฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ (Tokachi mountain) นอกจากนี้ในฟาร์มโทมิตะยังมีโรงงานเล็กๆ สาธิตกระบวนการเอาดอกลาเวนเดอร์มาสกัดเป็นหัวน้ำหอม หรือการนำไปแต่งกลิ่นอาหาร เช่น ไอศครีมลาเวนเดอร์ (ต้องลอง!!) และสามารถเลือกซื้อสินค้าจากลาเวนเดอร์กลับเป็นของฝากได้อีกด้วย

บ่อน้ำสีฟ้า

บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond)

         ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำที่มีความสวยแตกต่างจากบ่อน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ เนื่องจากความงามของน้ำที่บ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไป เพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา และยังมีตอไม้สูงต่ำที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้บ่อน้ำแห่งนี้โดดเด่นน่าไปเที่ยวชม ความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ (Kamikawa Ice Pavilion)

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ความหนาวเย็นแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเหมือนเป็นโลกน้ำแข็งแสนสวย โดยทางเดินอุโมงค์น้ำแข็งที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม รวมถึงบาร์น้ำแข็ง และถ้ำจำลองหินงอกหินย้อย เป็นประกายวิ้งวับราวกับกากเพชร นอกจากนั้นยังมีสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ใต้น้ำแข็ง เช่น คลิโอเนะ (Clione) หรือที่รู้จักกันในชื่อผีเสื้อทะเลให้ชมกันอีกด้วย จุดที่เป็นไฮไลท์ที่คนอยากทดสอบความหนาว หรืออยากลิ้มลองความหนาวระดับโหดต้องลองก็คือ ห้องที่จำลองเป็นโลกน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิภายในต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าหนาวสุดๆ

สวนสัตย์อาวาฮิยาม่า

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo)

          สัมผัสการชมสวนสัตว์รูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใครในเมือง อะซาฮิกาว่า ด้วยการออกแบบพื้นที่จัดแสดง ทำให้สามารถมองเห็นสัตว์น้อยใหญ่ได้ในทุกอิริยาบถ นอกจากนี้ยังสามารถชมการให้อาหารสัตว์ในช่วง “Mogu Mogu Time” อีกด้วย ไฮไลท์เด็ดของที่นี่นั่นก็คือ “อุโมงค์แก้วเพนกวิน” ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ที่จะผ่านบริเวณสระว่ายน้ำของเจ้าฝูงเพนกวินทั้งหลาย ทำความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใกล้ชิดกับเจ้าเพนกวิน อีกส่วนหนึ่งที่ดีงามไม่แพ้กันก็คือ “โดมแก้วขนาดเล็ก” ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงกลางของโซนหมีขั้วโลกและหมาป่า จึงทำให้เราเห็นเจ้าสัตว์ไม่ได้ง่ายๆอย่างหมีขั้นโลกและหมาป่ากันแบบระยะใกล้ๆ

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาวา

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village)

        ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนเมือง Asahikawa สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลย คือการทานราเมนต้นตำรับแท้สไตล์ของฮอกไกโดที่ “หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า” ราเมนของที่นี่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมายาวนานกว่าทศวรรษ โดยหมู่บ้านนี้จะรวมร้านราเมงเด็ดๆของเมืองภายใต้หลังคาเดียวกันไว้ถึง 8 ร้าน นอกจากนี้ราเมนยังมีวัฒนธรรมการทานที่เราควรรู้ไว้ คือ ต้องใช้ตะเกียบคีบเส้นและเครื่องเคียงแล้วเอาเข้าปากเลย ช้อนมีไว้สำหรับซดน้ำซุปเท่านั้น และถ้าราเมนร้านไหนอร่อยมากๆจะนิยมยกชามขึ้นมากซู้ด….เสียงดังเป็นการให้สัญญาณกับพ่อครัวว่า “ราเมนอร่อยมากกก” ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งอร่อยมากเท่านั้น

หอนาฬิกาซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)

          ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองซัปโปโร และรูปแบบอาคารสไตล์ตะวันตกที่ถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในเมือง ปัจจุบันตัวอาคารได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราว ผ่านการจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณที่หาชมได้ยาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองซัปโปโรเลยที่เดียว นอกจากนี้นาฬิกาซัปโปโรยังถูกยกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกทางวิศวกรรมเครื่องกลของญี่ปุ่นในปีพ. ศ.2552  

คลองโอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal)

          แลนมาร์คที่สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่เดินทางมาถึงเมืองโอตารุ นั่นคือ คลองโอตารุ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ขนถ่ายสินค้าจากเรือจำนวนมาก สร้างขึ้นเมื่อปี 1923 ปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของคลองถูกถม และปรับเปลี่ยนเป็นทางเดินที่มีโคมไฟแก๊ส  มีคลังสินค้าจำนวนมาก ซึ่งทำจากอิฐและหินซัปโปโร เหลืออยู่ทั้งสองฝั่งของคลองโอตารุ ทำให้นึกถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อน บริเวณรอบๆคลองที่มีโกดังเป็นฉากหลัง เป็นวิวถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในตอนกลางคืนจะมีไฟเปิดรอบๆคลอง ทำให้ได้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

นาฬิกาไอน้ำโบราณ

นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Otaru Clock Tower)

          เมืองโอตารุมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีของโอตารุ นั่นก็คือ “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ ประเทศญี่ปุ่น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum)

          พิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นแหล่งรวบรวมกล่องดนตรีหลากหลายสไตล์ ลักษณะเป็นอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดง และโครงสร้างภายในทำด้วยไม้ สร้างขึ้นในปี 1910 โดยได้รับอิทธิพลจากชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยก่อน จนในปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งผลิตกล่องดนตรีที่มีอายุร้อยกว่าปีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นเลย

ชั้น 1 มีพื้นที่มากที่สุด เป็นโซนจำหน่ายของที่ระลึกและกล่องดนตรีสำเร็จรูปหลากสไตล์ให้เลือกตามความสนใจ

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของการแสดงประวัติความเป็นมาของกล่องดนตรีแต่ละยุคสมัย รวมทั้งมีกล่องดนตรีที่มีความหรูหราเป็นแบบฉบับดั้งเดิมให้เลือก

ชั้น 3 นักท่องเที่ยวสามารถมาประดิษฐ์กล่องดนตรีได้ด้วยตัวเองที่ชั้นนี้ เพียงแค่เลือกเพลงจากรายการเพลงทั้งหมด นำมาใส่กล่องและเลือกตุ๊กตาเซรามิกซึ่งก็มีหลากหลายแบบ จากนั้นนำมาประกอบเป็นกล่องดนตรีของตัวเอง

ย่านทานุกิ

ย่านทานุกิ (Tanuki Koji)

          ย่านทานุกิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก เหมาะสำหรับจับจ่ายซื้อหาของฝากจากฮอกไกโด ซึ่งแหล่งชอปปิ้งที่อยู่ภายใต้หลังคาคลุมยาวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านขนม อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart หรือแม้แต่ร้าน Don Quijote และที่นี่ยังเป็นที่จัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น เทศกาลทะนุกิ ในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งเป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

นี่…!! เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการขับรถเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูร้อนเท่านั้นะคะ ที่จริงแล้วฮอกไกโดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย และแต่ละฤดูกาลก็จะมีเอกลักษญ์ของสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปค่ะ  💛💜🧡

ใครที่ต้องการรถเช่าไปขับช่วงฤดูร้อนนี้ที่ฮอกไกโด สามารถ ติดต่อ จองรถเช่าได้ที่ EASY AND SAVE นะคะ ที่ปรึกษาและตัวแทนโตโยต้าแห่งแรกในไทยคร้าาาๅๅๅๅ 🚗

Comments

Leave a Reply