ขับรถเที่ยวเส้นทางลอยฟ้า คุมาโมโต้ – เขาอะโซะ (Kumamoto – Aso)

Trip with Mickey

วันนี้ Go!Graph จะพาไปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นบนเกาะคิวชู (Kyushu) ที่อยู่ทางตอนใต้ เริ่มต้นจากสถานีฮากาตะ (Hakata) ไปสถานีคุมาโมโต้ (Kumamoto) ด้วยการนั่งชินคันเซ็นซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง จากนั้นเราจะเช่ารถขับไปเที่ยวแถวเขาอะโซะ (Aso) ปกติแล้วการไปเที่ยวแถวเขาอะโซะสามารถไปได้ด้วยรถบัส แต่ถ้าขับรถเที่ยวเองจะสะดวกกว่าเยอะและไปได้หลายที่มากกว่าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา เราเริ่มการเดินทางจากสถานีฮากาตะ (Hakata) ในจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) ด้วยรถไฟชินคันเซนสาย Go! Waku Waku Trip with Mickey ชินคันเซนสายมิกกี้ที่ตกแต่งพิเศษเพื่อฉลองมิกกี้ครบรอบ 90 ปี ภายในขบวนมีขายของที่ระลึกพิเศษลายมิกกี้เม้าส์ชินคันเซนด้วย เราไปลงที่เมืองคุมาโมโต้ (Kumamoto) สามารถใช้ JR North Kyushu Pass เพื่อใช้จอง รถไฟชินคันเซนสาย Go! Waku Waku Trip with Mickey ได้เลย

Trip with Mickey - Ticket
Trip with Mickey - Window
Trip with Mickey - Certain
Trip with Mickey - Seat

มาถึงสถานีจุดหมายแล้ว ก็จะเจอเจ้าหมีคุมะมง รออยู่เลย เป็นมาสคอตประจำจังหวัด ที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักเมืองคุมาโมโต้ เรียกได้ว่าดังจริงๆ

Kumamon Head - In trend
Kumamon Driver - In trend

ไม่ว่าจะไปที่ไหนในเมืองนี้ก็เจอคุมะมงรอทักทายเราอยู่ทุกที่

วิธีการเช่ารถกับ Easy & Save

เรามาเช่ารถออกเดินทางไปเส้นทางเข้าอะโซะกันเถอะ เราจองรถแบบวันเดียวของ Toyota Rent a Car ตั้งแต่จากไทย ผ่านเว็บไซต์  www.easyandsave.com/  ซึ่งทาง Easy & Save (อีซี่ แอนด์ เซฟ) นั้นเป็นตัวแทน Toyota Rent a Car อย่างเป็นทางการแห่งแรกของไทยเลย แถมเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นกับ Easy & Save ราคารวมประกันสูงสุด + NOC ไม่ต้องซื้อเพิ่ม และที่สำคัญฟรีที่นั่งสำหรับเด็ก ” สามารถโทรสอบถามเพิ่มเติมได้เบอร์ 02 676 3377 เรามาพูดถึงข้อดีเลย ทำไมถึงเลือกจองรถเช่าผ่าน เพราะเว็บไซต์ของ Easy & Save ใช้งานง่ายมาก วิธีการจองมีไม่กี่ขั้นตอน โดยเริ่มจากเลือกรถที่จะเช่า ซึ่งก็มีอธิบายรุ่น จำนวนที่นั่งชัดเจน

SEDAN CAR

BOOKING จองรถเช่า...ที่นี่
CHECK CAR ตรวจสอบราคารถเช่า
EASY CARE คุณ X อีซี่ แอนด์ เซฟ = อุ่นใจ
FIRST DRIVE ขับรถครั้งแรก? ต้องอ่าน
INSURANCE ประกันภ้ยกับการขับรถที่ญี่ปุ่น
OPTION ที่นั่งเด็ก ยางลุยหิมะ บัตรทางด่วน

เราไปแค่ 2 คน เลือกรถแบบรุ่น P1 แบบ Compact Car ก็พอ

COMPACT CAR

รถราคาประหยัด 5 ที่นั่ง(ส่วนใหญ่) รถเช่าสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก 2 – 4 ท่าน บรรทุกสัมภาระได้อีกนิดหน่อย(กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 1 ใบ หรือ กลาง 2 ใบ) เหมาะสำหรับขับรถในญี่ปุ่นแบบเดินทางระยะสั้นแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือ ค้างหนึ่งคืน ราคาจะรุ่นเล็กสุดจะถูกสุดในบรรดารถรุ่นต่างๆ

ข้อดีที่เราชอบมากที่สุดของเว็บไซต์ Easy & Save คืออธิบายขนาดของรถเช่าอย่างชัดเจน ปัญหามากที่สุดคือเรื่องกระเป๋าเนี่ยแหละ ทุกคนที่เช่ารถจะมีปัญหาว่า กระเป๋าจะพอใส่ในรถไหม ซึ่งทางเว็บไซต์ก็มีรูปตัวอย่างและขนาดอธิบายอย่างชัดเจน

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น Toyota Passo

PASSO

Drive fun with best friend

เดินทางสะดวก ขับสนุก คล่องตัวยิ่งขึ้น

Model จำนวนที่นั่ง ขนาดเครื่องยนต์ อัตราการเผาผลาญ ยาว กว้าง สูง

PASSO : 5 ที่ : 996 cc : 28 กม./ลิตร : 3.65 เมตร : 1.66 เมตร : 1.52 เมตร

Note 1: รายละเอียดรุ่นรถ (เช่นเครื่องยนต์) อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของแต่ละสาขา Note 2: รุ่นรถที่สาขาอาจแตกต่างจากภาพขึ้นอยู่กับสถานะ / สภาพรถ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น Toyota Passo
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น Toyota Passo
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น Toyota Passo
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น Toyota Passo
รถเช่า Toyota Passo
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น EasyandSave bag

เลือกรุ่นรถเสร็จ ก็กรอกฟอร์ม เลือกสถานที่รับรถ คืนรถให้เรียบร้อย เลือก Option ต่างๆ ให้พร้อมแล้วเช่ารถ ทาง Easy & Save ยังมีประกัน NOC ให้เรียบร้อยแล้วด้วย

GET STARTED

0$

ขอบคุณค่ะ , เราได้รับการจองของท่านแล้ว และจะติดต่อท่านโดยเร็วที่สุดค่ะ

จองรถเช่า

Compact Car [P1]

กรุณาเลือกรายการที่ระบุค่ะ

ถัดไป

ฟอร์มจองรถเช่า

ตัวอย่าง : 7:00

ตัวอย่าง : 7:00

กรุณากรอกภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง: 09012345678

ตัวอย่าง: rentacar@easyandsave.com

ตัวอย่าง : TG622

ตัวอย่าง : TG677

รายการ รายละเอียด Quantity ราคา
ส่วนลด :
รวมสุทธิ (บาท) :

จองรถเช่า

ศูนย์บริการรถเช่า Toyata Rent a Car อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ Kumamoto เลย

Toyata Rent a Car - Kumamoto Station
Welcome to Kumamoto

คุมะมง มีอยู่ทุกที่ 55

เวลามาเช่ารถให้ปริ้นใบเอกสาร คอนเฟิร์มที่ได้รับทางเมลจาก Easy & Save มาให้เรียบร้อย พร้อมใบขับขี่สากล และใบขับขี่ของไทยด้วย (ส่วนมากไม่ตรวจของไทยหรอก แต่พกมาไว้ก็ดี)

brown toyota passo
welcome kumamon

รีวิวการขับรถเที่ยวเขาอะโซะ

เส้นทางขับรถเส้นทาง Kumamoto – Aso ของเราเส้นทางนี้ใช้เวลาขับจริงๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง ของทั้งหมด เทคนิคสำคัญ ดูเส้นทางรถผ่าน Google Map เวลาดูเวลาให้เพิ่มอีก 30% ถึงเป็นเวลาขับจริงนะ ไม่รู้เพราะใช้ความเร็วสูงสุดของไทยเทียบหรือเปล่า เวลาเลยเร็ว

มาเข้าสู่เส้นทาง เส้นนี้ไม่ขึ้นทางด่วนเลย จึงไม่จำเป็นต้องเช่า ETC เราจะเริ่มจากขับรถไปด้านเหนือของอะโซะก่อน ผ่านเส้นทางมิลค์โร้ด (Milk Road) เส้นทางถนนลอยฟ้าที่จะเห็นวิวเมืองอะโซะทั้งหมด ที่เรียกว่า Milk Road เพราะตลอดทางจะมีแต่ฟาร์มวัวนั้นเอง ขับไปเห็นวัวตลอดทาง เสร็จแล้วเราขับรถมาที่ศาลเจ้าอะโซะ (Aso Shrine) แต่น่าเสียดายศาลเจ้าได้พังจากเหตุแผ่นดินไหว ตอนนี้ยังซ่อมไม่เสร็จเลย แต่ถนนหน้าศาลเจ้าน่ารักมากๆ มีร้านอาหาร คาเฟ่ เต็มไปหมด น่าเดิน

แล้วเราก็ขับรถไปที่ภูเขาไฟอะโซะกัน ตอนนี้เขาอะโซะไม่สามารถไปถึงปากปล่องได้เพราะกำลังประทุ แต่ไปได้ถึงทุ่งหญ้าคุซะเซนริ (Kusasenri) ที่ห่างจากปากปล่อง 2 กม. เท่านั้น แล้วก็ขับรถกลับเมืองคุมาโมโต้

Kumamoto - Aso Rout Map

เส้นทางขับรถลอยฟ้า แห่งเขาอะโซะ เป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ขับรถง่ายมาก เป็นถนนเส้นใหญ่ 2 เลน เพราะเส้นนี้จะเป็นเส้นหลักสำหรับคนขับรถจากจังหวัดคุมาโมโต้ (Kumamoto) ไปจังหวัดโออิตะ (Oita) นั้นเอง ขับไปจะเห็นวิวที่ราบของเมืองอะโซะตลอดทาง

Aso Milk Road View
Aso Milk Road

จุดชมวิวดังของเส้นทาง Milk Road

Aso Sky Walk
Aso Milk Road - Beautiful View
Aso - Milk Way
Aso Drop point
Aso - Cow With Cloud

ที่จุดชมวิวมีร้านค้าอยู่ด้วย ไปทางข้าวหน้าเนื้อลอยฟ้ากัน อร่อยมากๆๆๆ เนื้อวัวอะโซะ ของดีขึ้นชื่อของคุมาโมโต้

Beef Meal (Aso Beef) いただきます。....

ศาลเจ้าอะโซะ (Aso Shrine)

ศาลเจ้าอะโซะ เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นแห่งหนึ่งเลยทีเดียว แต่เสียดาย ได้พังทลายไปหลายส่วนจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ เหลือแค่บางส่วนเท่านั้นกำลังบูรณะซ่อมแซ่มใหม่ ใช้เวลาอีกหลายปีเลยทีเดียว แต่เรามาตรงนี้เพื่อเดินถนนแสนสวยหน้าศาลเจ้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่

Aso Shrine

บรรยากาศถนนศาลเจ้าอะโซะ น่ารักมากๆ มีคาเฟ่แอบอยู่เต็มไปหมด

Aso Shrine's Monzen Shopping Street
Aso Taste
Cafés in Aso
Aso Shoping Steet
Cat - Aso Street Shop

ซอฟครีมข้าวโพดละนมของอะโซะ อร่อยยย

Aso - Sweet Corn Soft Cream

ขอบอกเลยว่าช่วงซากุระสวยสุดๆ บานประมาณต้นเมษาของทุกปี น่ามามากๆ และน่ามาเช่ารถขับเที่ยวอีกด้วย

Aso - Sakura Festival

จากนั้นเราขับรถมาทางภูเขาไฟอะโซะ ตลอดทางจะเต็มไปด้วยฟาร์มวัวและม้าเต็มไปหมด บางช่วงเหมือนฟาร์มที่นี้ลอยฟ้าอยู่เลย

Aso With Toyota PASSO
Aso Farm Land
Aso Unseen Farm Land
Aso House
Aso Sky Farm
Awesome Aso Beef

คุซะเซนริ (Kusasenri)

เมื่อขับรถตามเส้นทางมาเรื่อยๆ จะไปสุดทางที่ทุ่งหญ้าคุซะเซนริ เป็นทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่เห็นไกลสุดลูกหูลูกตา มองแล้วเหมือนใกล้ แต่ความไกลเป็นกิโลเลยทีเดียว ช่วงฤดูร้อนก็จะเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวแบบนี้ แต่ถ้าช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเป็นน้ำตาล ส่วนในฤดูหนาวจะเป็นหิมะปกคลุมทั่วไปเลย มีความสวยงามแตกต่างไปแต่ละฤดูกาล

Aso Volcano

จากตรงนี้เราจะมองเห็นภูเขาไฟอะโซะกำลังประทุอยู่เลย แต่ยังสามารถเที่ยวบริเวณนี้ได้ปกติ

Aso Volcano Drop Point
Aso Volcano View
Aso Volcano Panorama

เป็นวิวทุ่งหญ้าที่สวยงามมากจริงๆ

Aso Meadow
Still Aso Volcano
Aso Meadow - Romantic View
Aso Full of green
Embrace from the meadow

จบแล้วสำหรับทริปเช่ารถขับรถในญี่ปุ่น 1 วันที่เขาอะโซะ (Aso) ในจังหวัดคุมาโมโต้ (Kumamoto) เป็นแผนสบายๆ ไม่เร่งรีบมาก ไปแต่ละที่เที่ยวโดยสามารถชมความงามได้เต็มที่ บางคนอาจไปถึงน้ำตกทาคาจิโฮะ (Takachiho) ในจังหวัดมิยาซะกิ (Miyazaki) เลย แต่ก็ต้องเดินทางเยอะขึ้นหลายชั่วโมง เราเลยแนะนำว่าสำหรับ 1 วันเดินทางประมาณนี้กำลังดีเลย ถ้าใครอยากจะเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำ ผ่าน www.easyandsave.com/ เป็นตัวแทน Toyota Rent a Car อย่างเป็นทางการแห่งแรกของไทยเลย และบริการดีเยี่ยมพร้อมคำแนะนำ แถมเช่ารถกับ Easy & Save “ราคารวมประกันสูงสุด + NOC ไม่ต้องซื้อเพิ่ม” สามารถโทรสอบถามเพิ่มเติมได้เบอร์ 02 676 3377

Kumamoto - Asa Trip
ขอบคุณข้อมูลจาก
Cr. GoGraph Japan

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ต้องทำอย่างไร❓

          “การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น” กับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ง่ายไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับลูกค้าท่านที่มีแพลนการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น ในการเดินทางออกไปต่างเมืองต่างจังหวัดเยอะๆ เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมีผู้สูงอายุเดินทางไปด้วย หากคำนวนแล้วการเช่ารถอาจจะเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเลยก็ว่าได้ ซึ่งการเช่ารถที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากหากคุณจองกับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ เพราะเราสามารถจัดการรายละเอียดในการจองรถให้คุณได้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น การเปลี่ยนแปลงวันเดินทาง เปลี่ยนสถานที่รับ-คืนรถ ฯลฯ ที่สำคัญการเลือกจองรถเช่ากับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ สามารถคอนเฟิร์มรถให้คุณได้ 100% ก่อนออกเดินทางอย่างแน่นอน ซึ่งคุณสามารถระบุรุ่นรถได้ด้วยตัวคุณเองอีกด้วย รวมถึงมีสตาฟคนไทยค่อยให้บริการตลอดหากคุณมีปัญหาเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นฟรี

ขั้นตอน..การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น

1. เอกสารการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น ➕     การเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น

หมายเหตุ: ใบขับขี่สากลมีอายุ 1 ปี ณ วันที่ออกบัตร กรุณาตรวจสอบวันหมดอายุก่อนเดินทาง

**หากคุณยังไม่เคยทำใบขับขี่สากล คลิกเลยเพื่อดูข้อมูลการทำจากกรมขนส่ง

2. ข้อมูลการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ 

  • ชื่อ-นามสกุล ผู้ขับขี่เป็นภาษาอังกฤษ (ตรงตามหน้า Passport และ ใบขับขี่สากล)
  • วันที่/เวลาและสถานที่รับรถ
  • วันที่/เวลาและสถานที่คืนรถ 
  • เที่ยวบิน พร้อมวันและเวลาเดินทาง
  • รุ่นรถที่ต้องการ (สามารถเลือกได้ 2 รุ่น เพื่อเป็นหลักและสำรอง)
  • แจ้งจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ (หากผู้โดยสารเป็นเด็กเล็กกรุณาแจ้งล่วงหน้าหากต้องการใช้ car seats หรือ ที่นั่งสำหรับเด็ก)

3. ชำระค่าบริการกับอีซี่ แอนด์ เซฟ 

  • คอนเฟิร์มรายละเอียดรถเช่า พร้อมจัดส่งเอกสารเรียกชำระเงิน(invoice) เพื่อชำระค่าบริการ
  • ชำระค่าบริการ (โอนผ่านบัญชีธนาคาร/เครดิต)
  • จัดส่งเอกสารรับรถ (voucher) ทางอีเมล เพื่อใช้ในการรับรถเช่า

หมายเหตุ: หากต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการจองกรุณาแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วันทำการ

4. เอกสารประกอบการรับรถ ณ สถานที่รับรถประเทศที่ปุ่น

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น ➕การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น➕    การเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น ➕  การเช่ารถขับเที่ยวที่ญี่ปุ่น

เอกสารรับรถ       +            พาสปอร์ต                  +           ใบขับขี่สากล          +      ใบขับขี่ตัวจริง

เมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุ💢 ที่ประเทศญี่ปุ่น

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น

หมายเหตุ: ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือไม่ ต้องแจ้งเหตุให้ทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ ทราบเพื่อประโยชน์ในการเครมประกัน 

คำเตือน!!!..กรุณาแจ้งทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยก็ตาม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

          ขั้นตอนการจองรถเช่า ดูแล้วไม่ซับซ้อนและไม่ยากเลยใช่ไหมคะ การให้บริการของ อีซี่ แอนด์ เซฟ นอกเหนือจากการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นแล้ว ยังมีสตาฟคอยให้คำปรึกษาและดูแลเรื่องเส้นทาง การขับรถ  การค้นหา Map Code การใช้ GPS กับลูกค้าที่เข้ามาเช่ารถ หากคุณยังไม่มั่นใจในการเช่ารถขับเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ลองเดินทางเข้ามาปรึกษาและสอบถามกับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ ซึ่งทางเรายินดีให้บริการก่อนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และในกรณีฉุกเฉินจะมีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาไทยอำนวยความสะดวกเมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

สามารถดูข้อมูลการตัดสินใจเพิ่มเติมได้ที่…. คลิกเลย >> ความแตกต่างระหว่างจองผ่านตัวแทนและออนไลน์

หากคุณสนใจดูรายละเอียดรถเช่า www.easyandsave.com หรือ สอบถามได้ 📲 02-676-3377

ความแตกต่างระหว่าง

ตัวแทนจองรถเช่าในไทย กับ จองออนไลน์ …. 🚗🚕 

จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ 

ค่าบริการ

อีซี่ แอนด์ เซฟ

✔ ประกันภัยครอบคลุมสูงสุด ไม่ต้องซื้อเพิ่มจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ

ฟรี ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองสูงสุด 30,000,000 เยน

ฟรี ประกัน NOC ค่าชดเชยความเสียหายทางธุรกิจ

 อุปกรณ์เสริมต่างๆ จองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ

ฟรี ที่นั่งสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี

ฟรี ยางหิมะ (ในบางพื้นที่)

สำหรับบัตรทางด่วนเหมาจ่ายทุกประเภทสามารถจองผ่านเราได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง

ตัวอย่างบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย เช่น HEP CARD,  KEP CARD, CEP CARDTEP CARD , SEP CARDJEP CARD เป็นต้น

✔ ที่ปรึกษาด้านการขับรถเที่ยว จองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ

ยินดี ให้คำปรึกษาเส้นทางการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

แนะนำ รุ่นรถ + สัมภาระ เหมาะสมกับผู้เดินทาง

อุ่นใจ ทีมช่วยเหลือฉุกเฉินโดยเจ้าหน้าที่คนไทย

เว็บออนไลน์

⭕ ซื้อเพิ่ม ค่าประกันอุบัติเหตุพื้นฐาน

⭕ ซื้อเพิ่ม ประกัน NOC 

⭕ ซื้อเพิ่ม ค่าอุปกรณ์เสริมต่างๆ 

ความสะดวกในการจองรถเช่า

อีซี่ แอนด์ เซฟ

🔵 จองรถเช่าได้ที่ไทย เราเป็นตัวแทน TOYOTA Rent a Car แห่งแรกในไทย ติดต่อได้หลายช่องทาง : โทรศัพท์ อีเมล ไลน์ หรือมาที่ออฟฟิศอยู่ใจกลางเมือง 

🔵 สามารถทดลองใช้ GPS ของจริงที่ออฟฟิศในไทย

เว็บออนไลน์

🔴 ต้องจองผ่านระบบที่หน้าเว็บไซต์

🔴 หาข้อมูลตัดสินใจเองไม่มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ 

  กรณีจองรถไม่ได้ตามที่ต้องการ

🔵 เราสามารถตรวจสอบรุ่นรถ หรือสาขาที่อยู่ใกล้เคียงให้ได้ 

  กรณีจองรถไม่ได้ตามที่ต้องการ

🔴 ต้องโทรเช็คต่างประเทศ หรือทำการจองใหม่

การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการจอง

อีซี่ แอนด์ เซฟ

🔵 เปลี่ยนแปลงได้ 7 วัน ก่อนเดินทาง โดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ชาวไทย ทางโทรศัพท์ อีเมล หรือไลน์

จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ 

เว็บออนไลน์

🔴 ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ CALL CENTER ชาวต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

———————————————————————————————————————————————————-

หากคุณต้องการเปิดประสบการณ์เดินทางแบบใหม่ ที่อิสระและสนุก : อีซี่ แอนด์ เซฟ ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับคนที่หลงใหลการขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น

สอบถามได้ที่ EASY&SAVE : 02 676 3377

ขับรถเที่ยวเอง VS นั่งรถไฟเที่ยว

ขับรถเที่ยวเองขับรถเที่ยวเอง

ทางเลือกเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง หากคุณเดินทางเป็นหมู่คณะ(ไม่เกิน 8 ท่าน) ต้องการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าไม่ถึง มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กที่ไม่สามารถเดินเท้าในระยะทางไกลๆได้ มีสัมภาระที่จำเป็นต้องพกติดตัวจำนวนมาก คุณเหมาะมากในการเลือกใช้บริการ “ขับรถเที่ยวเอง” ในญี่ปุ่น   

หลายๆท่านคงคิดว่า การขับรถเที่ยวในต่างประเทศเป็นเรื่องไกลตัวและน่ากังวล ซึ่งจริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่คุณมีใบขับขี่รถยนต์ คุณก็สามารถเช่ารถขับเที่ยวในต่างประเทศได้สบายๆ เพียงแค่ยื่นขอใบขับขี่สากล ซึ่งขั้นตอนการทำง่ายๆเพียง 1 วันเท่านั้น และในเรื่องของการกังวลเรื่องเส้นทางสมัยนี้รถทุกคันก็จะมี GPS ไว้อำนวยความสะดวกอยู่แล้วจึงหมดห่วงไปได้เลย  ความง่ายอีกหนึ่งอย่างในการขับรถที่ประเทศญี่ปุ่นก็คือด้านของพวงมาลัยรถอยู่ฝั่งด้านขวาเหมือนประเทศไทยทำให้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องความเคยชินในการขับรถพวงมาลัยซ้ายหรือขวา และเพียงทำตามกฎจราจรก็ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน ที่สำคัญจุดรับ-คืนรถมีสาขากระจายอยู่เยอะมากทั่วประเทศญี่ปุ่น กว่า 1,200 สาขา ทำให้สะดวกในการเลือกจุดรับ-คืนรถได้ตามที่ต้องการ ทั้งบริเวณสนามบิน โรงแรมและสถานีรถไฟในแทบทุกพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น 

***สำหรับคณะ 10 ท่านขึ้นไปที่สนใจการเช่ารถต้องมีใบขับขี่ ประเภทใบขับขี่สาธารณะเท่านั้น

 

นั่งรถไฟ นั่งรถไฟ

สำหรับการนั่งรถไฟเที่ยว ทางเลือกอันแสนสะดวกสบายสำหรับคนที่ชอบผจญภัย และอยากไปสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคุณญี่ปุ่นแบบจัดหนักจัดเต็ม เหมาะสำหรับคนที่เดินทางไปกับกลุ่มเพื่อนจำนวนไม่มาก สัมภาระไม่เยอะหรือเที่ยวแบบ Backpacker และมีจุดหมายการเดินทางเป็นสถานที่ที่มีรถไฟเข้าถึงอย่างบริเวณใจกลางเมืองใหญ่ต่างๆเป็นต้น

ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีสายรถไฟที่ค่อนข้างจะครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่มองดูว่ายากอาจจะเป็นการที่คุณจะต้องทำความเข้าใจในเส้นทางต่างๆก่อนเดินทางและศึกษาเส้นทางแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อป้องการความผิดพลาดในการเดินทาง และการวางแผนในการใช้ตั๋วรถไฟให้คุ้มค่า ประเภทของรถไฟต่างๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะมีทั้ง JR, Metro, Nankai, Shinkansen ฯลฯ ซึ่งในแต่ละเส้นทางที่เลือกไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่แพลนไว้หรือไม่อย่างไรเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะรถไฟประเทศญี่ปุ่นจะค่อนข้างแม่นยำเรื่องเวลามาก ขึ้นขบวนผิดชีวิตเปลี่ยนก็ว่าได้ แต่รถไฟก็ยังเป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนมักจะเลือกใช้

***การนั่งรถไฟควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน 7.00-8.00 น. และ 17.00 – 19.00 น. เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง

เปรียบเทียบการเดินทางทั้ง 2 ประเภท

ก่อนตัดสินใจ

อัตราค่าเดินทาง

ขับรถ

🔵 ราคาผันแปรตามจำนวนคน คนเยอะขึ้น ราคาเฉลี่ยจะถูกลง

นั่งรถไฟ

🔴 ราคาคงที่ต่อคนตามเที่ยวของการเดินทาง  ไม่สามารถหารเฉลี่ยได้

การเข้าถึงสถานที่เที่ยว

ขับรถ

🔵 ครอบคลุมทุกจุดที่รถสามารถเข้าถึงได้  เหมาะสำหรับเดินทางต่างจังหวัด หรือสถานที่เที่ยวไกลสถานี

นั่งรถไฟ

🔴 ครอบคลุมบริเวณพื้นที่เที่ยว ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เหมาะสำหรับที่รถไฟเข้าถึงอย่างตัวเมือง 

เวลา

ขับรถ

🔵 บริหารเวลาได้อิสระ

นั่งรถไฟ

🔴 อิงตามรอบเวลาอย่างชัดเจน

สัมภาระ

ขับรถ

🔵 สามารถวางสัมภาระที่ไม่จำเป็นไว้ในรถได้ในระหว่างท่องเที่ยว

นั่งรถไฟ

🔴 ต้องหิ้วสัมภาระติดตัวตลอด 

ความสะดวกสบาย

ขับรถ

🔵 สามารถพาคุณไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลา เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปตามต่างจังหวัด แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจอดรถเพิ่มเติมในบางพื้นที่

นั่งรถไฟ

🔵  จำเป็นต้องเดินทางตามเส้นทางเดินรถไฟ เหมาะกับผู้ที่เน้นเที่ยวในเมือง หรือสถานที่ที่รถไฟเข้าถึง

*************************************************************************

การไปท่องเที่ยวใครๆก็อยากได้ทั้งความสะดวกสบายและความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปทั้งนั้น การเลือกวิธีการเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำหรับการเที่ยวที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณพบว่าการเช่ารถขับเที่ยวเองเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณแล้วหละก็ อย่ารอช้าค่ะ …..คุณสามารถติดต่อสอบถามเรื่องการเช่ารถกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาเรื่องการเช่ารถขับในญี่ปุ่นกับคุณไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เส้นทางการเดินทาง วิธีการขับรถ กฏจราจรในญี่ปุ่น อุปกรณ์ภายในรถหรือรุ่นรถต่างๆที่เหมาะกับการใช้งานของคุณกับทางสตาฟของ อีซี่ แอนด์ เซฟ บริษัทที่ให้บริการเช่ารถขับในประเทศญี่ปุ่น ได้ง่ายๆ ในราคาเซฟๆ โดยไม่ยุ่งยากเลยสักนิด

เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณ อ่านรีวิวการเช่ารถขับได้ที่ด้านล่าง

คลิก >>>> Kumamoto Aso ขับรถเส้นทางลอยฟ้า คุมาโมโต้ เขาอะโซะ

คลิก >>>> แชร์ประสบการณ์การทำงาน ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง แบบหนาวจับใจที่ HOKKAIDO  

**ต้องขอขอบคุณ2 เพจนี้ ที่ใช้บริการรถเช่ากับเราและลงรีวิวให้ด้วยนะคะ

อีซี่ แอนด์ เซฟ ตัวแทนโตโยต้าอย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย

สนใจจองรถเช่าขับเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ติดต่อ:  www.easyandsave.com // สอบถาม: 02-676-3377

 

ทำไมต้องจองกับอีซี่ แอด์ เซฟ  // เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ ดีอย่างไร? 

ขับรถฤดูหนาวด้วยยางหิมะ

          การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวนั้นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเลยคือการขับรถลุยหิมะนั่นเอง ปัญหามากมายสำหรับการขับรถทั้งรถติดหิมะจนวิ่งต่อไปไม่ได้ ถนนลื่นเหมือนลานสเก็ต ฯลฯ สาระพัดปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกหิมะปกคลุมในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ดังนั้นการขับรถเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวจึงจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์เสริมนั่นก็คือ ยางรถยนต์สำหรับวิ่งบนหิมะ หรือที่เราเรียกกันว่ายางหิมะ นั่นเอง ถึงแม้ว่าจุดเริ่มเดินทางจะไม่มีหิมะตกก็ตาม แต่ในระหว่างเดินทางหรือจุดหมายปลายทางอาจมีหิมะตกก็ได้ ดังนั้นก่อนเดินทางจึงต้องศึกษาสภาพอากาศให้ดี และควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เพิ่มขึ้นหากขับรถบนถนนที่มีหิมะ ควรใจเย็นและขับขี่อย่างปลอดภัยถึงแม้จะใส่ยางหิมะแล้วก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นของการเดินทาง

ทำความรู้จักกับยางหิมะ

************************************************************************

จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ

เราเชื่อว่า…หลายคนสงสัยว่ายางหิมะ และโซ่พันล้อ คืออะไร? วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลดีๆก่อนไปขับรถกัน…. 🚕

ยางหิมะ คือ ยางรถยนต์ที่มีดอกยางพิเศษกว่ายางรถยนต์ทั่วๆไปและยึดเกาะบนถนนได้ดีกว่ายางธรรมดา ทำให้ขับเคลื่อนบนหิมะแล้วไม่ลื่น สามารถขับได้ทั้งถนนปกติและถนนที่มีหิมะปกคลุมได้นั่นเอง ส่วนโซ่เป็นเพียงโซ่ที่นำมาพันล้อรถให้ขับเคลื่อนลุยหิมะไปได้ แต่ถ้าไปถึงถนนที่ไม่มีหิมะแล้วก็ไม่สามารถขับต่อได้ จึงทำให้ต้องเสียเวลาในการไปศูนย์รถยนต์เพื่อใส่และถอดโซ่ออก คนส่วนใหญ่จึงจะไม่ค่อยนิยมเลือกใช้โซ่แต่จะเลือกใช้ยางหิมะเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างเต็มที่

สิ่งที่จะต้องเจอ…เมื่อหิมะตก!!!

ยางหิมะ

ถนนลื่น

ถนนลื่นเพราะ “หิมะ” ทำให้พื้นถนนมีความหนาและรวมไปถึงการขับเคลื่อนของพาหนะที่ไปกดทับหิมะบนถนน ทำให้ถนนเกิดเป็นน้ำแข็งขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นการขับรถช่วงนี้จึงมีความอันตรายสูงจากการลื่นและการละลายของน้ำแข็ง ถึงรถของเราจะใช้ยางหิมะแล้วก็ตาม หากไม่ระมัดระวังก็สามารถทำให้รถไหลแบบควบคุมรถไม่ได้เช่นกัน 

น้ำแข็งสีดำบนพื้นถนนที่หลอกตา (ลานสเก็ตน้ำแข็ง)

สิ่งที่แย่ที่สุดบนถนน พื้นที่เป็นน้ำแข็งหลังจากเกิดการละลายจากฝนตก แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นน้ำแข็งหรือรอยถนนเปียกน้ำมันสามารถทำให้รถลื่นไถลได้ ดังนั้นควรจะขับรถด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง

มองไม่เห็น

ทั้งหิมะตกอย่างหนักทั้งหิมะที่ถูกพัดขึ้นมาจากถนนทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้ขับขี่ควรที่จะขับรถให้ช้าลงมากๆ

รถติดไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

ถ้าคุณขับรถในขณะที่หิมะหนาคุณอาจจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถไปไหนได้เลย เท่าที่เป็นไปได้ควรจะมองหาถนนที่โล่งๆ หรือขับไปตามรอยล้อรถคันอื่น

เคล็ดลับการขับรถช่วงฤดูหนาว

     1. ยางหิมะ

     ฤดูหนาวหิมะตก ควรเลือกใช้ยางหิมะในทุกเส้นทางที่คุณจะไป ถึงจะเจอหิมะแค่บางวันหรือ

     บางเส้นทางท่องเที่ยวก็ตาม เพื่อความปลอดภัย

     2. ตรวจสอบที่ปัดน้ำฝน ไม่ปล่อยให้เป็นน้ำแข็ง

     เมื่อน้ำแข็งเกาะติดอยู่กับที่ปัดน้ำฝน อย่ายกด้ามปัดขึ้นในทันทีเพราะจำทำให้หักและชำรุดโดยง่าย

     ควรถอดออกมาทำความสะอาดเลยจะดีกว่า 

     3. เปิดไฟหน้ารถ

     ขับรถในขณะที่มีหิมะตกเป็นไปได้เปิดไฟขณะขับจะดีที่สุด ในกรณีที่หิมะตกหนักจนมองทางไม่เห็น

     การเปิดไฟหน้ารถจะทำให้รถคันที่สวนมาสามารถมองเห็นเราได้

     4. พกแว่นกันแดดป้องกันแสง

     ถ้าช่วงฤดูหนาวมีแสงแดดเมื่อไหร่ แสงสะท้อนมันที่ตกกระทบกับพื้นจะทำให้ปวดตาได้

     ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านก็ควรที่จะพกแว่นกันแดดติดมือออกมาด้วย

     5. กำจัดกองหิมะบนหลังคารถ

     ก่อนขับรถคุณต้องเช็ครถก่อนว่าได้กำจัดกองหิมะบนหลังคารถคุณแล้วหรือยัง

     ไม่เช่นนั้นมันอาจจะไหลลงมาโดนที่ปัดน้ำฝน และบังกระจกทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางได้

     6. ฝึกควบคุมรถหากต้องเจอถนนลื่น

     ถ้าคุณต้องการที่จะทดลองเบรค หรือกะความเร็วในช่วงขับรถบนถนนลื่น

     ให้ใช้ความเร็วต่ำ และควรจะหาที่ปลอดภัย ไม่ควรที่จะทำในขณะที่มีรถอยู่ข้างหน้าหรือตามหลัง

     คุณ 

     7. รักษาความเร็วอย่างสม่ำเสมอ และไม่ขับรถเร็ว

     เมื่อเกิดเหตุพายุหิมะขึ้น จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ และยิ่งเมื่อมีรถคันใหญ่

     (รถบรรทุก) ขับผ่านจะพัดหิมะที่อยู่บนพื้นขึ้นมายิ่งทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถยิ่งต่ำลง

     ในสถานการณ์นี้ควรที่จะลดความเร็วลงและขับไปช้าๆ เพื่อความปลอดภัย

 

4 สิ่งสำคัญสำหรับการขับรถลุยหิมะ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาว

1. ใช้ยางหิมะ ควรเปลี่ยนใช้ยางหิมะเมื่อรู้ว่าจะต้องเจอหิมะแน่นอนในเส้นทางขับรถของคุณ 

2. ขับช้าๆ รักษาความเร็วการขับช้าๆ อาจจะใช้เวลานาน แต่สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้

3. รักษาระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันการรักษาระยะห่างระหว่างตัวคุณและรถคันข้างหน้าให้พอดีเผื่อเวลาเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. เข้าใจสภาพจราจรข้างหน้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งในฤดูหนาว ดังนั้นผู้ขับขี่จะต้องใส่ใจกับสัญญาณเตือน ไฟเบรคและรถรอบๆตัว

ถ้าคุณติดหิมะอยู่……      ยางหิมะ

1. อย่าทิ้งยานพาหนะ เพราะเสี่ยงเกิดรถหาย

2. เปิดไฟฉุกเฉิน ให้ผู้อื่นรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

3. โทรหาตำรวจ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ที่คุณทำการจองรถด้วย

4. อย่าให้หิมะอุดติดท่อไอเสีย เพราะอาจจะเกิดอันตรายจากสารพิษคาร์บอนมอนอกไซด์จากการอุดตันของท่อ

ขอบคุณรีวิวการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวกับเรานะคะ

อ่านรายละเอียดเพิ่ม คลิก

หากรถคันใดไม่ได้ใช้ยางหิมะแล้วพยายามจะขับเข้าไปในพื้นที่ที่มีหิมะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ดังนั้นที่ญี่ปุ่นจึงมีการตั้งด่านตรวจเข้มในระหว่างทางที่มีหิมะ

 เพื่อตรวจสอบรถยนต์และจะไม่อนุญาตให้ใช้เส้นทางหรือขับต่อไปได้  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ จึงควรเลือกใช้รถที่มี ยางหิมะ

หากมีโปรแกรมเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ หรือฤดูหนาวประเทศญี่ปุ่น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หากท่านใดกำลังวางแผนตัดสินใจขับรถเที่ยวในฤดูหนาวนี้ สามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ที่ 👉  www.easyandsave.com  หรือ 📲 ติดต่อ: 02-676-3377

เราสามารถช่วยคุณจองยางหิมะและเช็คเส้นทางล่วงหน้าได้  ….

โปรโมชั่นพิเศษ ฟรี!.. “ยางหิมะ” (เฉพาะบางพื้นที่)

[ 🌞ฤดูร้อนประเทศญี่ปุ่น ]

              พูดถึงฤดูร้อน อากาศก็ร้อนราวกับประเทศไทยบ้านเราเลยค่ะ ส่วนใหญ่คนจะนิยมเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าฤดูร้อนก็มีความน่าตื่นตาตื่นใจและไม่ควรพลาดเหมือนกัน ก็คือเทศกาลฤดูร้อน ที่เป็นเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่แพ้ฤดูอื่นๆ ให้ความคึกคักและเต็มไปด้วยความบันเทิงของเทศกาลต่างๆที่คนไทยอย่างเราต้องไปดูให้ได้ ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆค่ะ

11 เทศกาลฤดูร้อน🌞
มาดูกันเร็ว…!! กับเทศกาลที่น่าสนใจในประเทศญี่ปุ่น

เทศกาลทานาบาตะ

เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata Festival)

เทศกาลสำคัญของคนญี่ปุ่นที่มีตำนานเล่าขานถึงความโรแมนติก หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลดวงดาว” ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือนกรกฏาคมของทุกปี เป็นวันแห่งความรักและความสุขสมหวังของดวงดาว 2 ดวงจะได้มีโอกาสกลับมาพบกันสมดังใจที่คิดถึงและปรารถนา คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเจ้าหญิงทอผ้าและชายเลี้ยงวัวจะได้พบกันเพียงปีละครั้ง และเป็นวันที่ทางช้างเผือกจะออกมาปรากฏบนท้องฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถมองเห็นกันได้ในทุกๆ ปี และยังมีการเขียนคำอธิษฐานต่างๆ บนกระดาษแผ่นเล็กๆ หลากสีสันที่เรียกว่า ทังซะกุ (Tanzaku) จากนั้นก็จะนำไปแขวนประดับกับกิ่งไผ่ เพื่ออธิษฐานขอพรจากดวงดาวโอริฮิเมะ (Orihime) ที่เชื่อว่าจะทำให้สมหวังตามปรารถนา

ช่วงเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม รวมทั้งยังมีการจัดงานวัด ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอย่างมากมาย โดยจะมีการจัดเทศกาลนี้ทั่วทั้งญี่ปุ่น แต่จะมีอยู่ 3 เมืองที่มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ คือ เมืองเซนได จังหวัดมิยางิ (Sendai, Miyagi) ซึ่งจัดในวันที่ 6 – 8 สิงหาคม 2019 ต่อมาคือเมืองโชนัน ฮิราสึกะ จังหวัดคะนะงะวะ (Shonan Hiratsuka, Kanagawa)  ปกติจะจัดช่วงอาทิตย์แรกและอาทิตย์สองของเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะจัดขึ้น 3-4 วันเท่านั้น และสุดท้ายคือเมืองอันโจ จังหวัดไอจิ (Anjo, Aichi) จะจัดขึ้นในช่วงหนึ่งอาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคม (วันศุกร์ – วันอาทิตย์)

เทศกาลชินจูกุ เออิสะ(Shinjuku Eisa Festival)

เทศกาลเออิซา เป็นเทศกาลที่มีการบวงสรวงวิญญาณบรรพบุรุษและสวดภาวนาเพื่อขอให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุขและกิจการเจริญรุ่งเรือง เหล่าบรรดานักแสดงทั้งชายและหญิงจะร่ายรำแบบโอกินาว่าและพร้อมกับเคลื่อนขบวนและเต้นรำตามจังหวะของเสียงกลองไทโกะผ่านไปยังส่วนต่างๆ ของเมือง ประเพณีที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศจากโอกินาว่านี้ได้แพร่หลายมาสู่ชินจูกุ โตเกียว และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนของชินจูกุ ซึ่งงานจะเริ่มปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว (Harajuku, Tokyo)

เทศกาลคังเก็นไซ

เทศกาลคังเก็นไซ (Kangen Sai Festival)

เทศกาลที่สำคัญของพิธีกรรมทางเรือที่ญี่ปุ่น จัดโดยศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima) ตั้งอยู่ในจังหวัดฮิโรชิม่า ภูมิภาค ชูโกคุ ซึ่งเป็นการผสมผสานพิธีกรรมทางศาสนากับดนตรีดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน โดยการนำเรือที่จุดไฟสว่างไสวล่องไปยังศาลเจ้าบริเวณรอบๆ และระหว่างนั้นนักบวชที่อยู่ภายในเรือจะมีการบรรเลงดนตรีแบบคังเก็ง (Kangen Music) ซึ่งนอกจากการแสดงแล้วนั้นยังมีการแสดงรำประกอบดนตรีราชสำนักด้วยเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น อย่าง ขลุ่ย กลอง และเครื่องสาย ที่ล้วนเป็นการแสดงที่สวยงามและหาชมยากจากที่อื่น

.เทศกาลเนบุตะ มัตสึริ

เทศกาลเนบุตะ มัตสึริ (Aomori Nebuta Matsuri)

เทศกาลหุ่นโคมไฟสืบสานกันมายาวนานกว่า 300 ปี เป็นเทศกาลฤดูร้อนที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลทานาบาตะ (Tanabata) จัดขึ้นตามเมืองต่างๆ ของจังหวัดอะโอะโมะริ (Aomori,Tohoku) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ไฮไลท์ของเทศกาลคือขบวนพาเหรดโคมไฟขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีการสร้างสรรค์จำลองตัวละครจากละครคะบุกิ เรื่องเล่าตามวัฒนธรรม หรือละคร อิงประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยม การแสดงกลองอันสนุกสนาน วันสุดท้ายของงานจะมีการแสดงดอกไม้ไฟริมแม่น้ำตระการตาเพื่อเป็นการปิดท้ายงานเทศกาลอย่างยิ่งใหญ ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 2-7 สิงหาคมของทุกปี

เทศกาลยามางาตะ-ฮานะกาสะ

เทศกาลยามางาตะฮานะกาสะ (Yamagata Hanagasa Matsuri)

เทศกาลที่ติดอันดับ 1 ใน 4 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตลอดระยะเวลาที่จัดงานจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 1 ล้านคน ซึ่งจัดขึ้นที่จัดหวัดยางานาตะ โดยจะมีขบวนแห่การร่ายรำหลากหลายรูปแบบของชาวเมืองกว่า 10,000 คน ที่แต่งกายอย่างสวยงามตามฉบับของญี่ปุ่นและสวมหมวกฟางติดดอกไม้เทียม (Hanagasa) ท่ามกลางจังหวะกลองของกลองฮานากาสะไดโกะ (Hanagasa-Daiko) และเสียงตะโกน ซึ่งผู้เข้าร่วมชมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างสนุกสนาน ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 5 – 7 สิงหาคมของทุกปี

เทศกาลโอบ้ง

เทศกาลโอบ้ง (Obon Festival)

เทศกาลโคมไฟที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปไหว้บรรพบุรุษ เชื่อกันว่าในช่วงเวลานี้วิญญาณจะได้รับอนุญาติให้กลับมายังโลกได้ชั่วคราว ซึ่งจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่กลับมายังบ้านเกิด เพื่อให้เกิดความครื้นเครงในช่วงที่ได้กลับมาที่บ้านของตน โดยเป็นความเชื่อทางศาสนา ซึ่งจะมีพิธีการจุดตะเกียงต้อนรับดวงวิญญาณที่ไว้หน้าประตูบ้านในแต่ละบ้าน ซึ่งเรียกว่า มุคาเอะบิ (Mukaebi) และยังมีการถวายผักบูชา อีกทั้งมีการจัดงานงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการละเล่นรื่นเริง การเต้นโอบ้ง และมีการบรรเลงเพลงด้วยกลองหรือเครื่องดนตรีอื่นๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน และในวันสุดท้ายจะมีการจุดไฟโอคุริบิ (Okuribi) ซึ่งเป็นตะเกียงแล้วลอยลงแม่น้ำเป็นการส่งวิญญาณบรรพบุรุษกลับไปยังปรโลก ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ วันที่ 13 -15  สิงหาคมของทุกปี และเขตคันโตวันที่ 13 – 15 กรกฎาคมของทุกปี

เทศกาลฟุกะงะวะฮาจิมังมัตสึริ

เทศกาลฟุกะงะวะฮาจิมังมัตสึริ (Fukagawa Hachiman Matsuri)

เทศกาลขบวนแห่ศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่เกือบ 400 ปี และยิ่งใหญ่ที่สุดของโตเกียวของศาลเจ้าโทมิโอกะฮาจิมังงูในเขตโคโต (Koto) เมืองโตเกียว เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ. 1642 โดยจะมีการแห่ศาลเจ้าจำลองไปรอบๆ บริเวณ อีกไฮไลท์หนึ่งคือการสาดน้ำแบบชาวญี่ปุ่นสมัย เอโดะ ผู้ร่วมขบวนแห่ไปตลอดทาง ที่เชื่อว่าเป็นการทำให้ผู้แห่บริสุทธิ์ ทำให้บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง ซึ่งงานนี้มีศาลเจ้าเข้าร่วมขบวนแห่มากถึง 180 แห่ง ที่สำคัญงานมี 3 ปีครั้ง

เทศกาลฮาราจูกุ โยซาโกอิ (Harajuku Omotesando Genki Matsuri Super Yosakoi)

เทศกาลเต้นรำแบบดั้งเดิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จัดที่ถนนโอโมเตะซันโดในย่านฮาราจูกุของกรุงโตเกียว ภายในงานมีการแข่งขันการเต้นรำโยซาโกอิ ได้นำการเต้นรำโยซาโคอิมาจากเมืองโคจิซึ่งเป็นต้นกำเนิดมาสู่ฮาราจูกุโอโมเทะซันโดศูนย์กลางของแฟชั่นล้ำสมัย ทำให้มีนักแสดงร่วมงานกว่า 6,000 คนและมีกว่า 100 ทีมทั่วญี่ปุ่นเข้าร่วมแข่งขันจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ไฮไลท์ของงานคือขบวนพาเหรดของนักแสดงที่สร้างสีสันเป็นอย่างมากไปตามถนนโอโมเตะซันโด อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้มีความสุขกับอาหารเลิศรสในขณะที่ชมเทศกาลงานเต้นรำไปพร้อมๆ กัน ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ ปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี

เทศกาลโคเอนจิ อะวะ โอโดริ

เทศกาลโคเอนจิ อะวะ โอโดริ (Koenji Awa Odori)

เทศกาลเต้นรำโคเอนจิ อะวะ โอโดริ ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมการเต้นรำพื้นเมืองของชาวจังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima) ที่มีสืบเนื่องกันมาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว จัดขึ้นที่ย่านโคเอนจิของกรุงโตเกียว ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลโอบ้ง (Obon Matsuri) พอดี ในเทศกาลจะมีขบวนนักเต้นและนักดนตรีกว่า 10,000 คน ซึ่งจะมีการแสดงท่าร่ายรำในขบวนกันอย่างสนุกสนานที่เรียกว่า อะวะโดริ (Awa Odori) ประกอบเสียงเพลงที่ครึกครื้นตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเวลาค่ำๆ โดยนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเต้นรำไปกับขบวนได้อย่างสนุกสนาน การแต่งกายก็จะเน้นเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดเป็นหลัก นอกจากนี้ในเมืองอื่นๆก็ยังมีการจัดเทศกาลนี้อีกด้วย ช่วงระยะเวลาจัดงานคือ ปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ (Miyajima Water Fireworks Festival)

เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งมิยะจิมะ (Miyajima Water Fireworks Festival) คือหนึ่งในเทศกาลใหญ่ที่สร้างสีสันให้กับฤดูร้อนของเกาะมิยะจิมะ (Miyajima Island) จังหวัดฮิโรชิมะ (Hiroshima) สถานที่จัดจะอยู่หลังประตูศาลเจ้าอิทสึ คุชิมะ (Itsukushima Shrine) ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมมากถึงปีละ 300,000 กว่าคน โดยมีการแสดงดอกไม้ไฟมากถึง 5,000 นัด และยังมีการแสดงดอกไม้ไฟกลางน้ำ (Water Fireworks) สุดงดงามถึง 200 นัด โดยจะจัดไว้บนเรือแล้วลอยลำอยู่กลางทะเล ซึ่งดอกไม้ไฟที่ระเบิดปะทุขึ้นจากท้องทะเลยิ่งทำให้ประตูโทริอิสีแดงที่ตั้งอยู่กลางทะเลนี้ทวีความงามขึ้นจนดูราวกับภาพในความฝันเลยทีเดียว

เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ (Sumida Fireworks Festival) 

เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ (Sumida Fireworks Festival) จัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคมเป็นประจำทุกปี ผู้มาเยือนสามารถชมดอกไม้ไฟรวม 22,000 ลูก ได้จากสถานที่สองแห่งที่อยู่ตามแนวแม่น้ำสุมิดะ ในจำนวนนี้ยังรวมถึงดอกไม้ไฟ 200 ลูก ในการประกวดดอกไม้ไฟระหว่างบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่แข่งขันกันสร้างผลงานที่มีความสวยงามด้วยชั้นเชิงทางด้านเทคนิค และยังเป็นงานเทศกาลที่มีผู้เข้าชมนับล้านคนในทุกปี

เห็นแล้วใช่ไหมคะ แต่ละเทศกาลของฤดูร้อนน่าไปสุดๆ ฤดูร้อนญี่ปุ่นก็มีดีไม่ควรพลาดกันนะคะทุกคน……….. 😍

ใครที่กำลังมองหารถเช่าขับไปเที่ยวเทศกาลฤดูร้อน สามารถสอบถามได้ที่ EASY AND SAVE  หรือ ติดต่อ ได้เลยนะคะ

| รวมรีวิวขับรถเที่ยวญี่ปุ่น | รถเช่าที่ญี่ปุ่น

          ตอบปัญหากังวลใจก่อนการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ? ที่ใครหลายๆ คน อาจจะยังไม่กล้าตัดสินใจทันที หรือเลือกอยู่ระหว่าง ทัวร์ และ เที่ยวด้วยตัวเอง…. สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เคยเดินทางไปทัวร์มาก่อน การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็เป็นอีกเทรนหนึ่งที่เริ่มจะได้รับความนิยมเป็นมากกว่า แต่จะว่าไปแล้วการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น มันก็ต้องเก็บข้อมูลกันหน่อย!!! เราเลยรวบรวมเหล่าข้อมูลการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น และเหล่ารีวิวต่างๆ มาเล่าให้ฟังเผื่อใครที่กำลังตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองและอยากจะหรือมีแพลนเริ่มต้นจะเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าเห็นรีวิวที่เรารวบรวมมาแล้วอาจจะลองเปลี่ยนใจมาใช้รถเช่าขับเที่ยวญี่ปุ่นในการเดินทางเที่ยวด้วยตัวเองก็ได้ และจะทำให้การเดินทางครั้งถัดไปของคุณเป็นการเดินทางที่ง่ายขึ้น และเปิดประสบการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกให้สนุกกว่าที่คิด… ?
            EasyandSave ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตัวแทน “โตโยต้าเร้นท์อะคาร์” แห่งแรกในไทย ยินดีให้คำปรึกษาการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น สามารถจองรถเช่าก่อนใครได้ที่ไทย อุ่นใจทีมช่วยเหลือฉุกเฉิน Easy Care ให้บริการเกือบ 24 ชม. ฟรีครอบคลุมประกันภัยสูงสุด มีบริการรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น มากถึง 1,200 สาขา มีรุ่นรถให้เลือกกว่า 40 รุ่น เริ่มต้นที่รถขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้เดินทางคู่รัก ?‍❤‍?‍? แก๊งเพื่อน ?? หรือครอบครัวขนาดเล็ก พ่อ แม่ ลูก ?‍?‍? และ รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 8 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ มีสัมภาระเยอะ รวมไปถึงมีรถตู้ 10 ที่นั่ง แต่..❗❗ ต้องใช้ใบขับขี่สากลประเภท D เท่านั้น นอกจากรถเช่าที่ญี่ปุ่นแล้วยังมีบริการอื่นๆ สำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอีกด้วย  

**สามารถอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้…

จิริฮามะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ (Chirihama Nagisa Driveway) อยู่ในเมืองฮะคุอิ (Hakui City) จังหวัดอิชิคะวะ (Ishikawa)

          เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่ไม่ได้ขับรถเที่ยวบนถนนแต่สามารถขับรถเที่ยวบนชายหาดกันเลยทีเดียว !!!!  ?? ท่านสามารถขับรถใกล้ทะเลพร้อมชมบรรยากาศแบบฟินๆ ลองเปลี่ยนจากการเดินเล่นบนชายหาดมาเป็นขับรถเที่ยวด้วยตัวเองบนชายหาดกันดีกว่า  ที่นี่สามารถขับรถบนชายหาดได้เพราะทรายจะแตกต่างจากที่อื่น ลักษณะของทรายจะเป็นเม็ดเล็กละเอียดดูดซับน้ำทะเลได้อย่างดี ทำให้พื้นทรายจับตัวกันได้แน่นหนามาก จึงสามารถขับรถด้วยตัวเองแบบเคลื่อนที่ไปมาได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตรายใด ๆ เพราะเขาขับรถเที่ยวชิลชิล พร้อมกับอัพรูปชิคๆกันมาเยอะแล้วค่ะ??? ในระหว่างทางสามารถจอดรถเพื่อแวะลงเล่นน้ำหรือนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อีกด้วย

          แนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะกับการขับรถเที่ยวที่นี่ก็คือช่วงก่อนฟ้าสาง หากโชคดีก็อาจจะได้เห็นวิวสวยๆ ดูลึกลับของหมอกงามยามเช้า หรือ ช่วงยามเย็นพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าสีส้มสะท้อนลงทะเล วิวสวยไม่แพ้ช่วงก่อนฟ้าสางเหมือนกันค่ะ ที่นี่ไม่ได้ขับได้แต่รถยนต์นะคะ  ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์? และรถจักรยาน? ก็สามารถขับขี่ได้เช่นกัน อีกทั้งบริเวณสุดทางไดรฟ์เวย์เป็นที่ตั้งของ  “จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)”  ที่มีทั้งร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก และยังมีบริการเช่ารถจักรยานให้บริการนักท่องเที่ยวทุกท่าน หากท่านใดอยากลองขับรถเที่ยวบริเวณชายหาดแห่งนี้ สามารถจองรถเช่ากับ EASY AND SAVE  ได้นะคะจิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

  • สิ่งที่ต้องควรคำนึงถึงในการขับรถเที่ยวที่นี่ ❗

เนื่องจากที่หาดนี้จะไม่มีการกำหนดเลนขับรถหรือช่องทางเดินรถ จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง คอยดูผู้คนที่เดินไปมาและรถที่วิ่งสวนมาให้ดี อีกข้อควรระวังคือ หากขับรถไปบนพื้นทรายแห้งก็อาจทำให้ล้อติดหล่มได้

  • วิธีการเดินทาง ?

ท่านใดที่เดินทางมาลงสนามบินนาโกย่า (CHUBU CENTRAIR INTL. AIRPORT) สามารถเช่ารถขับเที่ยวด้วยตัวเองได้ที่สนามบินเลยค่ะ ระยะทางจากสนามบินนาโกย่ามาจิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 323 กม 4 ชม.)

https://goo.gl/maps/nZUPWvKp39zTLaZe8 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง

หรือในเมืองนาโกย่าก็มีจุดรับรถนะคะ ส่วนมากจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟต่างๆ เช่น Nagoya station มีจุดเช่ารถระแวกใกล้เคียงมากถึง 6 สาขา

ส่วนสาขาที่ใกล้จิริฮามะมากที่สุด จะอยู่ในเมืองทากาโอกะ มีสาขาเช่ารถใกล้สถานีรถไฟชินทากาโอกะ จากสถานีรถไฟชินทากาโอกะระยะทางมาที่ จิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 38 กม. 1 ชม. )

https://goo.gl/maps/9n9W8ocGRkH2NHVb7 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง


EasyandSave บริการรถเช่าที่ญี่ปุ่น ตัวแทน Toyota Rent a car แห่งแรกในไทย : คลิ๊กจองรถเช่า <<

รีวิวเช่ารถขับเที่ยว Ishikawa กับ EasyandSave : คลิ๊กลิงค์ <<

เช่ารถ วันหยุดยาว...ยังไงไม่นก! ?

วันหยุดยาวของญี่ปุ่น (Golden Week Japan) ในปี 2019 นี้ พิเศษมากตรงที่มีวันหยุดรวมกันถึง 10 วัน! ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 27 เมษายน – วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2019

เช่ารถ วันหยุดยาว ยังไงไม่นก

สำหรับคนที่มีแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษาภาคมนี้  โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ต้องวางแผนการเดินทางอย่างดีและละเอียดรอบครอบเป็นพิเศษเลยนะคะ สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ง่ายและสะดวกสบายอยู่แล้ว เพราะที่ญี่ปุ่นมีการบริการครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ชินคันเซ็น รถโดยสารสาธารณะ แต่ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้อาจจะทำให้ทุกคนต้องเจอกับปัญหา รถไฟแน่นเอี๊ยด ชินกันเซ็นที่นั่งเต็ม รถโดยสารประจำทางที่ต้องต่อคิวรอนานๆ  ซึ่งทางออกที่ใช้ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็คือ “การเช่ารถ”

การเช่ารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่แสนจะสะดวกสบายมาก ๆ

เทคนิคการเช่ารถยังไงให้ไม่นก!!!

อยากเช่ารถแต่รถเต็ม! อยากเช่ารถแต่รถในพื้นที่ไม่มีเหลือ!

ลูกค้าหลายๆท่านอาจะเคยผิดหวังกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน…ต้องบอกเลยว่าการเช่ารถในญี่ปุ่นช่วงนี้ไม่ได้เช่ากันง่าย ๆ เลยนะคะ รถเช่าในหลาย ๆ พื้นที่มีคิวจองแน่นไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรถเช่าคันเล็กหรือใหญ่ เพราะในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ก็นิยมที่จะเช่ารถขับด้วยเช่นกัน จึงทำให้ปริมาณของรถเช่าในญี่ปุ่นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการ

เทคนิคที่ 1 เช่าในสถานที่ที่คนอื่นไม่เช่า

คนที่ต้องการเช่ารถส่วนใหญ่จะนึกถึงความสะดวกสบายจากการเช่ารถภายในสนามบิน หรือ JR ในเมืองใหญ่ ๆ จนทำให้ปริมาณรถมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ  ดังนั้นการเลือกเช่ารถในสาขาที่อยู่หากจากพื้นที่ที่คนนิยม จะทำให้มีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยเราสามารถจองรถเช่าได้ที่ไทยกับ “EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย มีสาขามากกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ตัวเลือกของสถานที่ในการเช่ารถมีมากกว่าที่คุณคิด

เทคนิคที่ 2 เลือกเช่ารถในวันที่สัมภาระน้อย

รถคันใหญ่จุสัมภาระได้เยอะ = คนใช้เยอะ คนที่เช่ารถส่วนใหญ่จะไม่ได้คิดเผื่อเรื่องสัมภาระในการเดินทาง  ที่ญี่ปุ่นแม้จะมีผู้เดินทางเพียง 4 คน แต่สัมภาระเยอะ ก็ไม่สามารถเช่ารถคันเล็กได้ เพราะกฏหมายด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น กำหนดให้ห้ามวางสัมภาระบริเวณเบาะที่นั่งที่มีบุคคลนั่งอยู่ จึงจำเป็นต้องเช่ารถคันใหญ่ขึ้นเพื่อบรรจุสัมภาระ และทำให้เปอร์เซ็นที่จะได้รถ ลดลงถึง 50%  แต่หากคุณเช่ารถเล็กในวันที่สัมภาระน้อยหรือไม่มีสัมภาระจะทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มถึง 70% เพราะตามสถิติปัจจุบันจำนวนผู้เช่ารถเล็กมีน้อยกว่าจำนวนรถที่มีให้บริการ และหากเช่ารถเล็กแล้วเต็มยังสามารถหารถรุ่นอื่นเทียบเท่าได้ง่ายกว่าอีกด้วย

เทคนิคที่ 3 เช่าแบบไม่ระบุรุ่นรถ (รถแต่ละClass จะมีให้เลือกหลายรุ่น)

การเช่ารถที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเช่ากับ  EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย”  จะมีบริการให้ลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถที่ต้องการเช่าได้ หรือเรียกว่า “การเช่ารถแบบระบุรุ่น” ซึ่งแน่นอนมันจะต้องมีรุ่นที่ได้รับความนิยมในการจองและรุ่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม สำหรับผู้ที่ทำการจองรุ่นที่ได้รับความนิยมก็จะมีโอกาสในการได้รถน้อยลงถึง 40% แต่หากจองแบบไม่ระบุรุ่นอาจจะทำให้คุณมีตัวเลือกมากและมีโอกาสได้รถเพิ่มขึ้นถึง 60%

เทคนิคที่ 4 จองรถล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนขึ้นไป

การจองรถแบบกระชั้นชิดคือสิ่งที่หลาย ๆ คนมักทำ อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นผู้ใช้รถเช่าไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองก็มีการเช่ารถขับเที่ยวเองเป็นจำนวนมากเช่นกัน และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มีการวางแผนและเช่ารถล่วงหน้ากันมากซะด้วย ดังนั้นการจองรถล่วงหน้าจึงทำให้มีโอกาสในการได้รถเพิ่มกว่า 90% เลยทีเดียว

นี่!! ก็คือเทคนิคดี ๆ ง่าย ๆ ที่ทางเราสรุปมาให้สั้น ๆ เพื่อแนะนำทุกท่านในการเช่ารถนะคะ สามารถสอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมกับเรา EasyandSave” เป็นตัวแทน  “TOYOTA RENT A CAR” แห่งแรกในไทย ยินดีให้คำปรึกษาลูกค้าทุกท่านค่ะ ???

ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เราสามารถชมซากุระได้เร็วก่อนใครในญี่ปุ่น แถมแต่ละปียังมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องยกให้ “Kawazuzakura” เมือง Kawazu เขต Kamo จังหวัด Shizuoka สถานที่ที่เต็มไปด้วยซากุระงดงามเรียงราย แนะนำเลยสำหรับใครที่จะไปถ่ายรูป หรือชิมอาหารพื้นเมืองก็มีกิจกรรมสนุกๆให้เลือกทำมากมาย

Kawazuzakura มีซากุระแบบไหนให้ชมกันนะ?

ในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์ซากุระมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “Kawazuzakura” ซากุระที่เราพบเห็นกันบ่อย ทั่วๆไป เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะผลิดอกให้เราได้ชมกันเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไป แต่ Kawazuzakura จะเป็นซากุระที่บานเร็ว โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถผลิดอกอยู่นานได้ถึงประมาณหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ที่ริมแม่น้ำ Kawazu มีซากุระที่ผสมข้ามพันธ์ุกันสองชนิด เกิดเป็นซากุระพันธุ์ “Kawazuzakura” เพราะเป็นพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ เรียงรายไปตามเส้นทางเดิน สวยงามยิ่งนัก

มาชมซากุระที่นี่ ต่างกับที่อื่นยังไง?

จุดเด่นของเทศกาล Kawazuzakuramatsuri ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ก็คือ การเดินชมดอกไม้ไปตามทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่มวลดอกซากุระ สำหรับที่อื่น อาจจะมีการปูเสื่อ ปิกนิก หรือทานอาหารกันใต้ต้นซากุระ แต่สำหรับที่นี่ เราสามารถเดินเลียบไปตามทางแม่น้ำ Kawazu ชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาบดบังวิว ทิวทัศน์ ที่สำคัญ เมือง Izu ยังเป็นแหล่งของออนเซน และมีจุดแช่เท้า ที่เราสามารถไปนั่งหย่อนเท้าผ่อนคลายให้หายเมื่อย หลังจากเดินชมซากุระเสร็จแล้วอีกด้วยนะ

ไม่ได้มีแต่ซากุระให้ชม แต่ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิอื่นๆก็มีนะ

ที่เมือง Kawazu เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้น Field Mustard ที่มีลักษณะคล้ายกับซากุระก็จะเริ่มบานเช่นเดียวกัน ทุ่งดอก Field Mustard สีเหลืองอร่ามริมทางเดิน ตัดกับหมู่มวลดอก Kawazuzakura สีชมพูบนต้นไม้ ถือเป็นทัศนียภาพที่ให้ความรู้สึกสดใส สดชื่น สมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ถ้าเราเดินไปตามริมทางเลียบแม่น้ำ Kawazu ก็จะพบกับถนนที่มีชื่อว่า “Nanohana Road” (ถนน Field Mustard) ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่เราสามารถมาชมทุ่งดอก  Field Mustard ได้อย่างจุใจ โดยเค้าจะเปิดให้ชมเฉพาะเวลาฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีดอกท้อบานให้ชมอีกด้วยนะ เรียกได้ว่า มาที่เดียวได้ชมดอกไม้ถึงสามชนิดเลยทีเดียว

งานแสดงไฟยามค่ำคืนก็พลาดไม่ได้

การเดินชมซากุระในช่วงกลางวันภายใต้ท้องฟ้าสีสดใส ก็ให้บรรยากาศที่ดีไม่น้อย แต่ทว่า การชมซากุระที่ประดับประดาไฟสวยงาม ในฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีดำสนิทนั้น ก็ให้บรรยากาศและความสวยงามไปอีกแบบเช่นกัน ที่นี่จะเปิดไฟประดับตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. ส่วนบริเวณรอบๆอย่างสะพานข้ามน้ำตก Kawazu เจ็ดชั้น จะมีการประดับไฟ เปิดให้ชมถึง 22.00 น. ได้ชมทั้งซากุระ ทั้งการประดับไฟ น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ

เดินชิมอาหารพื้นเมืองกัน

เทศกาล Kawazumatsuri จะจัดในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนด้วยกัน ในเทศกาลนี้ จะมีการออกร้านขายอาหารพื้นเมืองและยังมีผลไม้ประจำฤดูกาลอย่างส้ม, ปลาสดๆจากทะเล รวมถึงของหวานอย่าง shiruko (ขนมถั่วแดงร้อนใส่แป้งโมจิ) และเหล้าหวานให้เลือกชม ชิม ช็อป กันอย่างไม่อั้น ส่วนใครที่มองหาของฝาก เค้าก็มีจำหน่ายเช่นกัน เดินจับจ่ายกันในช่วงก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็ถือว่ามาที่เดียว ได้ครบเลยก็ว่าได้

ชวนชิมอาหารสีชมพูซากุระ

ในฤดูใบไม้ผลิ ของที่มาคู่กันกับการชมดอกไม้ ก็คือขนมหวานนั่นเอง ช่วงฤดูนี้ จะมีร้านค้ามากมายที่ออกขนมหวานโดยใช้สีหรือกลิ่นที่เกี่ยวกับซากุระ สำหรับที่เทศกาลนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโมจิถั่วแดงปิ้ง, ขนมญี่ปุ่นพื้นเมืองที่ใส่ใบซากุระ, ซากุระโมจิ หรือจะเป็นซากุระซอฟท์ครีม เค้าก็มีให้เลือกชิมกัน และยังมีขนมเซมเบ้ให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับไปด้วยนะ

Spot ที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ เมื่อเราไปเยือน Kawazuzakura

นอกจากเดินชมซากุระสวยๆแล้ว ยังมีน้ำตกให้เราได้เที่ยวอีกด้วย ที่น้ำตก “Kawazu nanadaru” น้ำตกเจ็ดชั้นที่มีการประดับไฟยามค่ำคืน ที่น้ำตกมีออนเซนให้เราได้แช่เท้า ผ่อนคลายอิริยาบถ มีทั้งน้ำตก ทั้งออนเซน สมบูรณ์แบบมากๆ บริเวณสะพานแขวน เรายังมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “Izu no odiriko” หรือ “The dancing girl of Izu” เรียกได้ว่าเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ และผ่อนคลายไปในทีเดียว

ชายหาดเค้าก็มีเหมือนกันนะ

ที่ทางตอนใต้ของเมือง Kawazu จะมีอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวนั่นก็คือ ชายหาด เป็นชายหาดทะเลสวย น้ำใส สามารถลงไปเล่นน้ำได้ในหน้าร้อน ส่วนในช่วงฤดูชมดอกไม้ก็สามารถเดินลงไปชมชายหาดได้เช่นกัน เป็นที่ที่สงบ เหมาะสำหรับไปนั่งชมธรรมชาติเงียบๆ โดยอยู่ห่างจากสถานี Kawazu เพียงแค่สองนาทีเท่านั้น  ในบริเวณนี้มีที่พัก โรงแรมให้เลือกเพียบ หลังจากที่เราเดินชมซากุระจนพอใจแล้ว ก็มาเช็คอินที่โรงแรม ตอนกลางคืนก็ออกมาชมแสงไฟก็ดีเหมือนกันนะคะ

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยว

เทศกาล Kawazumatasuri จะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์และจัดต่อไปอีกประมาณหนึ่งเดือน วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมามากมาย บริเวณสถานีรถไฟ และลานจอดรถจะค่อนข้างแน่น ส่วนในวันธรรมดา มีบ้างที่มีทัวร์จากนักท่องเที่ยวมาลง แต่ก็ยังคล่องตัวกว่าวันสุดสัปดาห์ แนะนำให้หาที่พักสักคืนเพื่อชมบรรยากาศขอเทศกาลได้ครบถ้วนแบบไม่เร่งรีบ

สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆสีสันรับฤดูใบไม้ผลิได้เลย

ช่วงเวลาที่ไปดูซากุระที่ Izu นั้น ยังถือเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น เราก็แค่สวมใส่เสื้อโค้ทไว้กันลมหนาว แต่พอช่วงเวลากลางวันที่อากาศอบอุ่นขึ้น เราก็สามารถถอดเสื้อโค้ทออกแล้วสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสไว้ข้างในก็ย่อมได้ เพื่อให้สีสันของเสื้อผ้าเข้ากับการชมซากุระ นอกจากเสื้อผ้าสีสันสดใสแล้ว อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่ทะมัดทะแมงที่เหมาะกับการเดินไกล รวมถึงเป้สะพายข้างหรือสะพายหลังที่พร้อมจะลุยกับเราไปได้ทุกที่ สำหรับคนที่อยากจะไปแช่เท้าที่ออนเซน ก็อย่าลืมใส่รองเท้าที่ถอดง่ายๆไปก็จะดีกว่าค่ะ แล้วก็อย่าลืมพกผ้าขนหนูซับหน้าซับเหงื่อไปสักผืนนะคะ แค่นี้ก็พร้อมจะไปเที่ยวกันแล้ว

การเดินทาง

สำหรับที่งานเทศกาลมีที่จอดรถรับรอง (มีค่าใช้จ่าย) แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ก็จะเต็มเร็วตั้งแต่เช้าๆแล้ว สำหรับคนที่พักค้างคืนในที่พักของทางศูนย์ท่องเที่ยว ก็จะมี Shuttle bus ไว้คอยบริการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปโดยรถไฟจะสะดวกที่สุด โดยนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียว จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนถ้ามาจากนาโกย่า หรือโอซาก้า ให้นั่งชินคันเซนมาลงที่สถานี Atami จากนั้นก็ต่อรถสาย Odoriko นั่งต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ผลิได้ก่อนใคร

สำหรับใครที่มีแพลนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงต้นปีนี้ แต่ก็อยากชมซากุระแบบบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิด้วย ที่ Kawazu ก็ถือเป็นอีกที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การท่องเที่ยวได้เลย kawazu-onzen

—————————————————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org/th