ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เราสามารถชมซากุระได้เร็วก่อนใครในญี่ปุ่น แถมแต่ละปียังมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องยกให้ “Kawazuzakura” เมือง Kawazu เขต Kamo จังหวัด Shizuoka สถานที่ที่เต็มไปด้วยซากุระงดงามเรียงราย แนะนำเลยสำหรับใครที่จะไปถ่ายรูป หรือชิมอาหารพื้นเมืองก็มีกิจกรรมสนุกๆให้เลือกทำมากมาย

Kawazuzakura มีซากุระแบบไหนให้ชมกันนะ?

ในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์ซากุระมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “Kawazuzakura” ซากุระที่เราพบเห็นกันบ่อย ทั่วๆไป เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะผลิดอกให้เราได้ชมกันเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไป แต่ Kawazuzakura จะเป็นซากุระที่บานเร็ว โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถผลิดอกอยู่นานได้ถึงประมาณหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ที่ริมแม่น้ำ Kawazu มีซากุระที่ผสมข้ามพันธ์ุกันสองชนิด เกิดเป็นซากุระพันธุ์ “Kawazuzakura” เพราะเป็นพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ เรียงรายไปตามเส้นทางเดิน สวยงามยิ่งนัก

มาชมซากุระที่นี่ ต่างกับที่อื่นยังไง?

จุดเด่นของเทศกาล Kawazuzakuramatsuri ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ก็คือ การเดินชมดอกไม้ไปตามทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่มวลดอกซากุระ สำหรับที่อื่น อาจจะมีการปูเสื่อ ปิกนิก หรือทานอาหารกันใต้ต้นซากุระ แต่สำหรับที่นี่ เราสามารถเดินเลียบไปตามทางแม่น้ำ Kawazu ชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดมาบดบังวิว ทิวทัศน์ ที่สำคัญ เมือง Izu ยังเป็นแหล่งของออนเซน และมีจุดแช่เท้า ที่เราสามารถไปนั่งหย่อนเท้าผ่อนคลายให้หายเมื่อย หลังจากเดินชมซากุระเสร็จแล้วอีกด้วยนะ

ไม่ได้มีแต่ซากุระให้ชม แต่ดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิอื่นๆก็มีนะ

ที่เมือง Kawazu เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้น Field Mustard ที่มีลักษณะคล้ายกับซากุระก็จะเริ่มบานเช่นเดียวกัน ทุ่งดอก Field Mustard สีเหลืองอร่ามริมทางเดิน ตัดกับหมู่มวลดอก Kawazuzakura สีชมพูบนต้นไม้ ถือเป็นทัศนียภาพที่ให้ความรู้สึกสดใส สดชื่น สมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิจริงๆ ถ้าเราเดินไปตามริมทางเลียบแม่น้ำ Kawazu ก็จะพบกับถนนที่มีชื่อว่า “Nanohana Road” (ถนน Field Mustard) ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่เราสามารถมาชมทุ่งดอก  Field Mustard ได้อย่างจุใจ โดยเค้าจะเปิดให้ชมเฉพาะเวลาฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีดอกท้อบานให้ชมอีกด้วยนะ เรียกได้ว่า มาที่เดียวได้ชมดอกไม้ถึงสามชนิดเลยทีเดียว

งานแสดงไฟยามค่ำคืนก็พลาดไม่ได้

การเดินชมซากุระในช่วงกลางวันภายใต้ท้องฟ้าสีสดใส ก็ให้บรรยากาศที่ดีไม่น้อย แต่ทว่า การชมซากุระที่ประดับประดาไฟสวยงาม ในฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีดำสนิทนั้น ก็ให้บรรยากาศและความสวยงามไปอีกแบบเช่นกัน ที่นี่จะเปิดไฟประดับตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. ส่วนบริเวณรอบๆอย่างสะพานข้ามน้ำตก Kawazu เจ็ดชั้น จะมีการประดับไฟ เปิดให้ชมถึง 22.00 น. ได้ชมทั้งซากุระ ทั้งการประดับไฟ น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ

เดินชิมอาหารพื้นเมืองกัน

เทศกาล Kawazumatsuri จะจัดในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนด้วยกัน ในเทศกาลนี้ จะมีการออกร้านขายอาหารพื้นเมืองและยังมีผลไม้ประจำฤดูกาลอย่างส้ม, ปลาสดๆจากทะเล รวมถึงของหวานอย่าง shiruko (ขนมถั่วแดงร้อนใส่แป้งโมจิ) และเหล้าหวานให้เลือกชม ชิม ช็อป กันอย่างไม่อั้น ส่วนใครที่มองหาของฝาก เค้าก็มีจำหน่ายเช่นกัน เดินจับจ่ายกันในช่วงก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็ถือว่ามาที่เดียว ได้ครบเลยก็ว่าได้

ชวนชิมอาหารสีชมพูซากุระ

ในฤดูใบไม้ผลิ ของที่มาคู่กันกับการชมดอกไม้ ก็คือขนมหวานนั่นเอง ช่วงฤดูนี้ จะมีร้านค้ามากมายที่ออกขนมหวานโดยใช้สีหรือกลิ่นที่เกี่ยวกับซากุระ สำหรับที่เทศกาลนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโมจิถั่วแดงปิ้ง, ขนมญี่ปุ่นพื้นเมืองที่ใส่ใบซากุระ, ซากุระโมจิ หรือจะเป็นซากุระซอฟท์ครีม เค้าก็มีให้เลือกชิมกัน และยังมีขนมเซมเบ้ให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับไปด้วยนะ

Spot ที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ เมื่อเราไปเยือน Kawazuzakura

นอกจากเดินชมซากุระสวยๆแล้ว ยังมีน้ำตกให้เราได้เที่ยวอีกด้วย ที่น้ำตก “Kawazu nanadaru” น้ำตกเจ็ดชั้นที่มีการประดับไฟยามค่ำคืน ที่น้ำตกมีออนเซนให้เราได้แช่เท้า ผ่อนคลายอิริยาบถ มีทั้งน้ำตก ทั้งออนเซน สมบูรณ์แบบมากๆ บริเวณสะพานแขวน เรายังมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “Izu no odiriko” หรือ “The dancing girl of Izu” เรียกได้ว่าเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ และผ่อนคลายไปในทีเดียว

ชายหาดเค้าก็มีเหมือนกันนะ

ที่ทางตอนใต้ของเมือง Kawazu จะมีอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวนั่นก็คือ ชายหาด เป็นชายหาดทะเลสวย น้ำใส สามารถลงไปเล่นน้ำได้ในหน้าร้อน ส่วนในช่วงฤดูชมดอกไม้ก็สามารถเดินลงไปชมชายหาดได้เช่นกัน เป็นที่ที่สงบ เหมาะสำหรับไปนั่งชมธรรมชาติเงียบๆ โดยอยู่ห่างจากสถานี Kawazu เพียงแค่สองนาทีเท่านั้น  ในบริเวณนี้มีที่พัก โรงแรมให้เลือกเพียบ หลังจากที่เราเดินชมซากุระจนพอใจแล้ว ก็มาเช็คอินที่โรงแรม ตอนกลางคืนก็ออกมาชมแสงไฟก็ดีเหมือนกันนะคะ

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยว

เทศกาล Kawazumatasuri จะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์และจัดต่อไปอีกประมาณหนึ่งเดือน วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมามากมาย บริเวณสถานีรถไฟ และลานจอดรถจะค่อนข้างแน่น ส่วนในวันธรรมดา มีบ้างที่มีทัวร์จากนักท่องเที่ยวมาลง แต่ก็ยังคล่องตัวกว่าวันสุดสัปดาห์ แนะนำให้หาที่พักสักคืนเพื่อชมบรรยากาศขอเทศกาลได้ครบถ้วนแบบไม่เร่งรีบ

สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆสีสันรับฤดูใบไม้ผลิได้เลย

ช่วงเวลาที่ไปดูซากุระที่ Izu นั้น ยังถือเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น เราก็แค่สวมใส่เสื้อโค้ทไว้กันลมหนาว แต่พอช่วงเวลากลางวันที่อากาศอบอุ่นขึ้น เราก็สามารถถอดเสื้อโค้ทออกแล้วสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสไว้ข้างในก็ย่อมได้ เพื่อให้สีสันของเสื้อผ้าเข้ากับการชมซากุระ นอกจากเสื้อผ้าสีสันสดใสแล้ว อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่ทะมัดทะแมงที่เหมาะกับการเดินไกล รวมถึงเป้สะพายข้างหรือสะพายหลังที่พร้อมจะลุยกับเราไปได้ทุกที่ สำหรับคนที่อยากจะไปแช่เท้าที่ออนเซน ก็อย่าลืมใส่รองเท้าที่ถอดง่ายๆไปก็จะดีกว่าค่ะ แล้วก็อย่าลืมพกผ้าขนหนูซับหน้าซับเหงื่อไปสักผืนนะคะ แค่นี้ก็พร้อมจะไปเที่ยวกันแล้ว

การเดินทาง

สำหรับที่งานเทศกาลมีที่จอดรถรับรอง (มีค่าใช้จ่าย) แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ก็จะเต็มเร็วตั้งแต่เช้าๆแล้ว สำหรับคนที่พักค้างคืนในที่พักของทางศูนย์ท่องเที่ยว ก็จะมี Shuttle bus ไว้คอยบริการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปโดยรถไฟจะสะดวกที่สุด โดยนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียว จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนถ้ามาจากนาโกย่า หรือโอซาก้า ให้นั่งชินคันเซนมาลงที่สถานี Atami จากนั้นก็ต่อรถสาย Odoriko นั่งต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ผลิได้ก่อนใคร

สำหรับใครที่มีแพลนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงต้นปีนี้ แต่ก็อยากชมซากุระแบบบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิด้วย ที่ Kawazu ก็ถือเป็นอีกที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์การท่องเที่ยวได้เลย kawazu-onzen

—————————————————————————————

ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org/th

เมื่อเอ่ยถึงการท่องเที่ยวเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิแล้วจะต้องนึกถึง “การชมซากุระ” กันอย่างแน่นอน บรรยากาศที่ซากุระปกคลุมวัดวาอารามและเมืองอันแสนงดงามนับเป็นทัศนียภาพเฉพาะของเกียวโตเลยก็ว่าได้ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตกันค่ะ

การชมซากุระ ในเมืองเก่าอย่างเกียวโตนับเป็นกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิเลยก็ว่าได้ ดอกซากุระบานสวยงามในเมืองเก่าที่มีประวัติยาวนาน ทัศนียภาพของสวนญี่ปุ่นอันงดงามในวัดโคไดจิที่บานสะพรั่งไปด้วยซากุระและวิวซากุระที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเก่า อย่างเมืองกิออนและ โทเกสึเคียวในอาราชิยามะ ดูงดงามชวนฝันราวกับภาพวาด ทำให้เราสามารถสัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ช่วงชมซากุระตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายนก็ยังมีการจัดไลท์อัพตามสถานที่ต่างๆอีกด้วย ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแหล่งชมซากุระห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิและข้อควรรรู้เพื่อให้สามารถชมซากุระได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินมากขึ้นกว่าที่เคยกันค่ะ 

ฤดูกาลชมซากุระในเกียวโต

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

ช่วงเวลาชมซากุระในเกียวโตคือตั้งแต่ต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพอากาศในแต่ละปี ช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีจะมีการประกาศเกี่ยวกับช่วงเวลาการบานสะพรั่งของดอกซากุระ ส่วนตั้งแต่ช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น แต่สายพันธุ์ของซากุระบ้างก็บานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม บ้างก็บานช่วงกลางเดือนเมษายน เนื่องจากถ้าเกิดฝนตกอาจทำให้ซากุระร่วงโรยได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เช็คสถานการณ์จากเว็บไซต์หลักของแต่ละสถานที่ก่อนไปเที่ยวจริงเสมอ

แหล่งชมซากุระแนะนำ

ในเกียวโตเต็มไปด้วยแหล่งชมซากุระขึ้นชื่อมากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราจึงสามารถเลือกแหล่งชมซากุระได้ตามเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็น “อยากชมซากุระพลางเดินเล่นเลียบแม่น้ำ” “อยากชมซากุระโดยมีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมวัดวาอารามสวยๆ” หรือ “อยากชมซากุระตามแหล่งมรดกโลก” เป็นต้น นอกจากนี้ เนื่องจากบางแห่งก็มีการจัดไลท์อัพตอนกลางคืนด้วย กิจกรรมชมซากุระยามค่ำคืนจึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยเราจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศชวนฝันแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง

1. Maruyama Park (สวนมารุยามะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Maruyama Park (สวนมารุยามะ) คือ สวนสาธารณะซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้คนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจชั้นแนวหน้าในเมืองเกียวโต ภายในสวนมีต้นซากุระกว่า 680 ต้น ทำให้ในช่วงชมซากุระมักจะคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินทางมาชมซากุระอยู่เป็นประจำทั้งกลางวันและกลางคืน โดยปกติแล้วปลายเดือนมีนาคม “ชิดาเระซากุระ” จะบานสะพรั่งก่อนใครเพื่อนและตามมาด้วย “โซเมโยชิโนะซากุระ”, “ยามะซากุระ” และ “ยาเอชิดาเระซากุระ” ตามลำดับไปจนถึงกลางเดือนเมษายน บอกเลยว่าเพลินตากันยาวๆเลยจ้า… และสัญลักษณ์ของสวนมารุยามะแห่งนี้เลยก็คือ “ชิดาเระซากุระ” อายุกว่า 80 ปีตามภาพนั่นเอง โดยคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า「ซากุระยามค่ำคืนแห่งกิอง」หลังจากพระอาทิตย์ตกดินจะมีการจัดไลท์อัพขึ้นอย่างสวยงาม 

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 680 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ และยาเอชิดาเระซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (กลางเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนในระหว่างช่วงพระอาทิตย์ตกดิน~ตี 1 ของวันถัดไป)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Maruyamacho, Higashiyama Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.city.kyoto.lg.jp/kensetu/page/0000083282.html

2. Heian Shrine (ศาลเจ้าเฮอัน)

Heian Shrine (ศาลเจ้าเฮอัน) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1895 แห่งนี้ปลูกต้นซากุระเอาไว้มากกว่า 20 สายพันธุ์รวม 300 ต้น โดยกว่าครึ่งเป็น “เบนิชิดาเระซากุระ” บรรยากาศของซากุระที่ปกคลุมศาลเจ้าอันแสนงดงามจากการตัดกันระหว่างสีแดงและสีเขียวเป็นอะไรที่ชวนฝันสุดๆ ช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัด「งานดื่มน้ำชาชมซากุระ」ที่สามารถเพลิดเพลินกับชาเขียวญี่ปุ่นของแท้ได้และ「คอนเสิร์ตเบนิชิดาเระ」พลางชมซากุระที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงาม เนื่องจากบริเวณโดยรอบศาลเจ้าเฮอันเป็นที่ตั้งของแหล่งชมซากุระขึ้นชื่ออย่าง ถนนสายนักปราชญ์ และ วัดคงไคโคเมียวจิ ด้วย จึงขอแนะนำให้ลองแวะไปชมกันสักเล็กน้อยดูค่ะ ^^

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 300 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, เบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ฮิกันซากุระ, ยามะซากุระ, ซาโตะซากุระ และคันฮิซากุระ
เวลาทำการ:8:30~18:00 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดคอนเสิร์ตเบนิชิดาเระหลังปิดสวนเป็นเวลาหลายวันในช่วงต้นเดือนเมษายน (18:15~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน・เด็กเล็ก 300 เยน ※ ไม่รวมค่าเข้าชมคอนเสิร์ตเบนิชิดาเระ
ที่อยู่:97 Okazaki Nishitennōchō, Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.heianjingu.or.jp/

3. Arashiyama (อาราชิยาม่า)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

อาราชิยาม่า เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามขึ้นชื่อของเกียวโตที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ โดยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นแหล่งชมซากุระมาตั้งแต่ในอดีต ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น เราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามที่ภูเขาทั้งลูกย้อมไปด้วยสีชมพูอ่อนได้ บริเวณสะพานโทเก็ตสึเคียวเลียบ แม่น้ำคัตสึระ มีต้นซากุระกว่า 1500 ต้น เราจึงสามารถเดินเล่นพลางชมวิวซากุระที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงามได้อย่างชิลล์ๆในตอนกลางคืน นอกจากนี้ การชมซากุระจากบน รถไฟตัดภูเขา และ เรือล่องแม่น้ำ ก็นับเป็นอีกหนึ่งความสนุกสนานเฉพาะของอาราชิยาม่าเลยทีเดียว

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:มากกว่า 1500 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยามะซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอะซากุระ และชิดาเระซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Arashiyama, Ukyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.arashiyamahoshokai.com/

4. Tō-ji (วัดโทจิ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Tou-Ji (วัดโทจิ) แห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เคียวโอโกะโคคุจิ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก เนื่องจากเราสามารถเพลิดเพลินกับวิวซากุระซึ่งมีฉากหลังเป็น เจดีย์ห้าชั้น ได้ จึงนับเป็นจุดถ่ายรูปที่ระลึกแนะนำเลยจ้า… บรรยากาศการไลท์อัพหลังพระอาทิตย์ตกดินดูงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว และไฮไลท์ขึ้นชื่อประจำวัดโทจิเลยก็คือ「ฟูจิซากุระ」อายุกว่า 130 ปีนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีซากุระสายพันธุ์ คาวาสึซากุระ ซึ่งบานเร็วกว่าชาวบ้านเค้าด้วยนะเออ… เราจึงสามารถดื่มด่ำกับซากุระได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 200 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:คาวาสึซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ และชิดาเระซากุระ
เวลาทำการ:8:00~17:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มี (กลาง-ปลายเดือนมีนาคมในระหว่างเวลา 18:30~22:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 500 เยน・นักเรียนม.ปลาย 400 เยน・ต่ำกว่านักเรียนม.ต้น 300 เยน
ที่อยู่:1 Kujōchō, Minami-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.toji.or.jp/

5. Nijō Castle (ปราสาทนิโจ)

Nijō Castle (ปราสาทนิโจ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ โทกุกาวะ อิเอยาสึ ในเกียวโตมาก่อน จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่แฟนๆประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ภายในพื้นที่ปราสาทเต็มไปด้วยซากุระมากมายกว่า 50 สายพันธุ์ที่บานสะพรั่งในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ, โอชิมะซากุระ, คันฮิซากุระ และซาโตะซากุระ เป็นต้น เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนเมษายนกันอย่างจุใจ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 400 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ, โอชิมะซากุระ, คันฮิซากุระ และซาโตะซากุระรวมกว่า 50 สายพันธุ์
เวลาทำการ:8:45~17:00 น. ช่วงเวลาไลท์อัพเปิดทำการ 18:00~21:30 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนในระหว่างเวลา 18:00~21:30 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน・นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย 350 เยน・นักเรียนประถม 200 เยน ช่วงเวลาไลท์อัพผู้ใหญ่ 400 เยน・นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย 200 เยน
ที่อยู่:541 Nijojocho, Nakagyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.city.kyoto.jp/bunshi/nijojo/

6. Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก แห่งนี้เป็นวัดยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากมายอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี ภายในพื้นที่วัดมีต้นซากุระกว่า 1500 ต้น「ระเบียงคิโยมิสึ」ที่ปกคลุมไปด้วยซากุระนับเป็นทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดเลยก็ว่าได้ หลังพระอาทิตย์ตกดินขอแนะนำให้อยู่รอชมซากุระยามค่ำคืนพลางชมระเบียงคิโยมิสึและ เจดีย์สามชั้น ที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงามกันด้วยเนอะ เส้นทางเดินเล่นกินลมชมวิวจากวัดคิโยมิสึผ่าน สวนมารุยามะ ไปทาง กิองชิราคาวะ เป็นเส้นทางชมซากุระที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งตอนกลางวันและบรรยากาศการไลท์อัพในตอนกลางคืนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไปทางวัดจะเริ่มทำการบูรณปฏิสังขรณ์ในระยะยาว โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2020 ดังนั้น ในช่วงนี้เราจะยังไม่สามารถชมทัศนียภาพของซากุระ, วัดคิโยมิสึ และอาคารบ้านเมืองของเกียวโตได้อย่างเต็มที่ ยังไงก็ระวังกันให้ดีด้วยนะจ๊ะ…

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม ~ ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1500 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โซเมโยชิโนะซากุระและยามะซากุระ
เวลาทำการ:6:00~18:00 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างช่วงเวลา 18:00~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 400 เยน・เด็ก 200 เยน
ที่อยู่:Kiyomizu 1-chome, Higashiyama Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.kiyomizudera.or.jp

7. Kamo Shrine (ศาลเจ้าคาโมะ)

Kamo Shrine (ศาลเจ้าคาโมะ) ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตแห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า「คาโมะวาเคคัตสึจิจินจะ」โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก และไฮไลท์เด่นประจำศาลเจ้าคาโมะแห่งนี้เลยก็คือชิดาเระซากุระอันแสนงดงามอย่าง「ไซโอซากุระ」และ「โกโฉะซากุระ」นั่นเอง “ไซโอ” หมายถึง เจ้าหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานสำหรับรับใช้เทพเจ้าภายในราชวัง ส่วน “โกโฉะ” หมายถึง จักรพรรดิ ต้นซากุระทั้งคู่ต่างเป็นไม้ชั้นดีกิ่งก้านโออ่าสง่างามดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาชมกันมากมาย

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน ~ กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 300 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:เบนิชิดาเระซากุระ, ชิโระชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ และยามะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี・เปิดให้เข้าสักการะพิเศษ 10:00~16:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี・ค่าเข้าสักการะพิเศษ 500 เยน
ที่อยู่:339 Kamigamo Motoyama, Kita-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu 6
เว็บไซต์หลัก:http://www.kamigamojinja.jp/

8. Hirano Shrine (ศาลเจ้าฮิราโนะ)

Hirano Shrine (ศาลเจ้าฮิราโนะ) เป็นแหล่งชมซากุระขึ้นชื่อชั้นแนวหน้าในเกียวโต โดยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็น「ซากุระยามค่ำคืนแห่งฮิราโนะ」มาตั้งแต่ในสมัยเอโดะ ในตอนกลางคืนจะมีการจัดไลท์อัพขึ้นอย่างงดงาม ภายในศาลเจ้าปลูกต้นซากุระเอาไว้ 50 – 60 สายพันธุ์รวมถึงสายพันธุ์สุดแปลกที่ไม่ค่อยได้เห็นกันด้วย โมโมะซากุระ จะบานสะพรั่งไปในช่วงต้นเดือนมีนาคมตามมาด้วยซากุระสายพันธุ์อื่นๆอีกมากมายอย่าง ซากิกาเคะซากุระเนซาเมะซากุระฮิราโนะอิโมเสะ และโซเมโยชิโนะซากุระเรียงแถวกันบานสะพรั่งจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระได้ตลอดทั้งเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 400 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โมโมะซากุระ, ซากิกาเคะซากุระ, เนซาเมะซากุระ, ฮิราโนะอิโมเสะ และโซเมโยชิโนะซากุระรวมกว่า 60 สายพันธุ์
เวลาทำการ:6:00~17:00 น. (ช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่เปิดทำการถึงเวลา 21:00 น.)・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนระหว่างช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:1 Hirano Miyamotochō, Kita-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.hiranojinja.com/

9. Philosopher’s Walk (ถนนสายนักปราชญ์)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Philosopher’s Walk (ถนนสายนักปราชญ์) คือ ถนนที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน「100 ถนนของญี่ปุ่น」โดยชื่อมีที่มาจากการที่เคยมีนักเขียนมาเดินเล่นนั่นเอง บรรยากาศของซากุระกว่า 500 ต้นที่ตั้งเรียงรายกันบนถนนเส้นเล็กๆยาว 2 กิโลเมตรเลียบคลองเป็นอะไรที่สุดยอดเกินคำบรรยาย ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น เราจะได้เพลิดเพลินกับอุโมงค์ซากุระงดงามมากค่ะ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 500 ต้น
สายพันธ์:โซเมโยชิโนะซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Tetsugaku-no-michi, Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:-

10. Kyoto Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต)

Kyoto Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต) แห่งนี้เต็มไปด้วยซากุระกว่า 130 สายพันธุ์ เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับซากุระหลากหลายสายพันธุ์ได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนเมษายนเลยทีเดียว ภายในสวนมีการจัดแสดงพืชพรรณกว่า 120,000 ต้น แถมยังมี ห้องเรือนกระจก ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อีกต่างหาก จึงบอกเลยว่าแฟนๆผู้ชื่นชอบพืชพรรณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! ส่วนทางตอนเหนือของห้องเรือนกระจกเป็นป่าซากุระอันแสนกว้างใหญ่ให้ได้เดินชมซากุระกันอย่างชิลล์ๆ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:450 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:คันฮิซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอเบนิชิดาเระ และคิคุซากุระรวมกว่า 130 สายพันธุ์
เวลาทำการ:9:00~17:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างช่วงพระอาทิตย์ตกดิน~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 200 เยน・นักเรียนม.ปลาย 150 เยน
ที่อยู่:Shimogamo Hangicho, Sakyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.pref.kyoto.jp/plant/

11. Takase River (แม่น้ำทาคาเสะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

เลียบ Takase River (แม่น้ำทาคาเสะ) ที่ไหลผ่านถนนคิยามาจิเป็นแหล่งเพลิดเพลินกับซากุระอันงดงามและอาคารบ้านเมืองดั้งเดิมของเกียวโต โดยเรียงรายไปด้วยซากุระกว่า 200 ต้นบนถนนยาวกว่า 1 กิโลเมตร เนื่องจากมีการจัดไลท์อัพด้วย จึงขอแนะนำให้อยู่รอชมตอนกลางคืนกันอีกนิด

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 200 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โซเมโยชิโนะซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างเวลา 18:00~23:00 น.)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Nakagyō-ku, Kyoto (เลียบถนนคิยามาจิ)
เว็บไซต์หลัก:-

12. Kōdai-ji (วัดโคไดจิ)

Kōdai-ji (วัดโคไดจิ) แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องชิดาเระซากุระภายในสวนของวัดมาตั้งแต่ในสมัยก่อน ในช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่จะมีการจัดไลท์อัพและฉายภาพ 3 มิติแบบ Projection Mapping ไคซันโดและวัดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคู่กับซากุระอย่างงดงามน่าประทับใจ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 50 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โคไดจิซากุระ, ชิดาเระซากุระ และยามะซากุระ
เวลาทำการ:9:00~17:00 น. (กลางเดือนมีนาคม~ต้นเดือนพฤษภาคมระหว่างช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะพิเศษตอนกลางคืนเปิดทำการถึงเวลา 22.00 น.) ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (พระอาทิตย์ตกดิน~22.00 น.ระหว่างช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะพิเศษตอนกลางคืน)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กเล็ก 250 เยน
ที่อยู่:Kyōto-fu, Kyōto-shi, Higashiyama-ku, Shimokawarachō, 526
เว็บไซต์หลัก:http://www.kodaiji.com

13. Kyoto Gyoen National Garden (สวนเกียวโตเกียวเอ็น)

Kyoto Gyoen National Garden (สวนเกียวโตเกียวเอ็น) ซึ่งเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าเซ็นทรัลพาร์คแห่งเกียวโตแห่งนี้เป็นแหล่งชมซากุระอันแสนงดงามอย่างชิลล์ๆภายในพื้นที่กว้างกว่า 4 กิโลเมตร โดยเราจะได้เพลิดเพลินกับซากุระมากมายหลากหลายสายพันธุ์ เช่น “ชิดาเระซากุระ” บริเวณร่องรอยคฤหาสน์ตระกูลโคโนเอะและ “ซาโตะซากุระ” บริเวณลำธารในเดมิสึ เป็นต้น

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1000 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ชิดาเระซากุระ, อิโตะซากุระ, ซาโตะซากุระ และเกียวอิโค
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Kyotogyoen, Kamigyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://fng.or.jp/kyoto/

14. Yamashina Canal (คลองยามาชินะ)

Yamashina Canal (คลองยามาชินะ) เป็นส่วนหนึ่งของคลองบิวาโกะซึ่งไหลจาก ทะเลสาบบิวาโกะ จ.ชิกะมาสู่เกียวโต เราสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นยามะซากุระได้อย่างชิลล์ๆ นอกจากนี้ Bishamon-dō Temple (วัดบิชามอนโด) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีต้นซากุระอันแสนงดงามที่เรียกกันว่า「บิชามอนชิดาเระ」ด้วย จึงขอแนะนำให้แวะไปชมกันด้วยเลยจ้า…

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 650 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยามะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Shinomiyashinkaibata, Yamashina Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:-

15. บริเวณโดยรอบ Kamogawa (แม่น้ำคาโมกาวะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

ตั้งแต่สะพานคาโมกาวะไปจนถึงสะพานชิโจเรียงรายไปด้วยต้นซากุระมากมายไม่ว่าจะเป็นโซเมโยชิโนะซากุระและชิดาเระซากุระ ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่ เราสามารถเดินเล่นลอดอุโมงค์ซากุระได้ด้วยนะเออ… เนื่องจากเลียบแม่น้ำเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย จึงขอแนะนำให้ซื้ออาหารมาทานพลางชมซากุระไปด้วยจะยิ่งฟินสุดๆ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1000 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:เบนิชิดาเระซากุระและโซเมโยชิโนะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:-
เว็บไซต์หลัก::http://www.pref.kyoto.jp/kamogawa/1205475129577.html

อุณหภูมิและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการชมซากุระในเกียวโต

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงชมซากุระปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนอยู่ที่ 10 – 12 องศา โดยช่วงกลางวันและกลางคืนจะมีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิเป็นอย่างมาก โดยในตอนกลางวันขอแนะนำให้สวมเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อโค้ทบางๆก็เพียงพอแล้ว แต่เมื่อตกกลางคืนอุณหภูมิอาจลดต่ำลงไปถึงประมาณ 5 องศา ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวอย่างเสื้อสเวตเตอร์หรือผ้าพันคอมาให้พร้อม นอกจากนี้ก็อย่าลืมแวะซื้อไคโระสำหรับให้ความอบอุ่นตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตกันด้วยเนอะ

มารยาทในการชมซากุระ

ส่วนใหญ่แล้วตามสวนสาธารณะที่เปิดให้เข้าชมฟรีจะมีธรรมเนียมการจองที่ชมซากุระกันเป็นเรื่องปกติ แต่เนื่องจากสวนสาธารณะบางแห่งก็จะมีการกำหนดพื้นที่ที่สามารถจับจองได้และพื้นที่ต้องห้ามเอาไว้ด้วย จึงควรเช็คล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเสมอ 

นอกจากนี้ก็ยังมีกฎให้นำขยะของตัวเองกลับไปทิ้งหลังชมซากุระหรือกำหนดพื้นที่ทิ้งขยะเอาไว้ด้วย ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆเพลิดเพลินกับการชมซากุระโดยรักษากฎระเบียบที่กำหนดไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก www.matcha-jp.com

เมืองคานาซาว่า จ.อิชิคาว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่อง 3 สวนขึ้นชื่อในญี่ปุ่นและเมืองรอบปราสาท โดยซากุระนับเป็นสิ่งที่น่าเพลิดเพลินคู่กับทัศนียภาพดั้งเดิมในคานาซาว่าเลยก็ว่าได้ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแหล่งชมซากุระในคานาซาว่ากันค่ะ

ฤดูชมซากุระในคานาซาว่า

歴史ある街石川県・金沢市で桜を堪能しよう。金沢の桜スポットまとめ

เมืองคานาซาว่า จ.อิชิคาว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่อง 3 สวนขึ้นชื่อในญี่ปุ่นและเมืองรอบปราสาท โดยมีเสน่ห์อยู่ที่อาคารบ้านเมืองที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายใน สมัยเอโดะ เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เราจะสามารถเพลิดเพลินกับปราสาท, เมืองรอบปราสาท และทัศนียภาพอันงดงามของซากุระได้ในแห่งเดียว ฤดูกาลชมซากุระของปีที่ผ่านๆมาคือตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงกลางเดือนเมษายน จึงเรียกได้ว่าช่วงเวลาการบานสะพรั่งของซากุระในคานาซาว่ามาช้ากว่าโตเกียวซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนเลยค่ะ

แหล่งชมซากุระแนะนำในคานาซาว่า

1. Kenroku-en (สวนเค็นโรคุเอ็น)

Kenroku-en (สวนเค็นโรคุเอ็น) อันแสนกว้างใหญ่แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะขึ้นชื่อที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 สวนของญี่ปุ่นคู่กับ Kōraku-en (สวนโคราคุเอ็น) เมืองโอกายาม่า จ.โอกายาม่า และ Kairaku-en (สวนไคราคุเอ็น) เมืองมิโตะ จ.อิบารากิ ที่นี่เป็นแหล่งชมซากุระยอดนิยมชั้นแนวหน้าของจ.อิชิคาว่าซึ่งจะบานสะพรั่งไปด้วยซากุระกว่า 20 สายพันธุ์รวม 420 ต้นในฤดูใบไม้ผลิ โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ต้นคิคุซากุระเลยจ้า… เพราะว่าเป็นซากุระสายพันธุ์สุดแปลกที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แถมยังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆตลอดทั้งฤดูกาลอีกต่างหาก

歴史ある街石川県・金沢市で桜を堪能しよう。金沢の桜スポットまとめ

ต้นคิคุซากุระในสวนเค็นโรคุเอ็น

18:00~21:00 น. ในช่วงฤดูชมซากุระต้นเดือนเมษายนจะมีการจัดไลท์อัพภายในปราสาทคานาซาว่าและสวนเค็นโรคุเอ็น โดยจะมีการเปิดสวนเค็นโรคุเอ็นให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี โดยทั่วไปแล้วที่นี่จะเปิดทำการจนถึงเวลา 18:00 น. แต่ระหว่างช่วงเวลาเปิดสวนเค็นโรคุเอ็นในฤดูกาลชมซากุระจะยืดเวลาเปิดทำการจนถึงเวลา 21:00 เลยทีเดียว

แต่ควรระวังเอาไว้นิดนึงว่าภายในสวนเค็นโรคุเอ็นไม่มีพื้นที่สำหรับปูเสื่อกินเลี้ยงนะจ๊ะ… จึงขอแนะนำให้เดินเล่นกินลมชมวิวภายในสวนชิลล์ๆก็พอเนอะ

※ ช่วงเวลาไลท์อัพประจำปี 2016 ตรงกับวันที่ 2 – 10 เมษายน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละปี

ที่อยู่:Kenrokumachi, Kanazawa, Ishikawa Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.pref.ishikawa.jp/siro-niwa/kenrokuen/

2. Kanazawa Castle (ปราสาทคานาซาว่า)

เมื่อเอ่ยถึงปราสาทญี่ปุ่นแล้วก็ต้องนึกถึง “เท็นชุคาคุ” (※1) ที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่ตรงใจกลางปราสาทอย่างแน่นอน แต่สำหรับ Kanazawa Castle (ปราสาทคานาซาว่า) แห่งนี้ขึ้นชื่อในฐานะที่เป็นปราสาทที่ไม่มีเท็นชุคาคุ โดยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อประจำจ.อิชิคาว่าพอๆกับสวนเค็นโรคุเอ็นที่ตั้งอยู่ติดกันเลยก็ว่าได้ เราจึงสามารถสัมผัสได้ถึงทั้งธรรมชาติ, ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของคานาซาว่าในแห่งเดียว

ปราสาทคานาซาว่ามีหลากหลายวิธีการเพลิดเพลินขึ้นอยู่กับสถานที่ยิบย่อยภายในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นประตูอิชิคาว่าและสวนปราสาทคานาซาว่า เป็นต้น

※1:เท็นชุคาคุ……ป้อมปราการใจกลางปราสาทซึ่งเป็นฐานที่มั่นในการยิงธนูและยิงปืนในระหว่างสงคราม

歴史ある街石川県・金沢市で桜を堪能しよう。金沢の桜スポットまとめ

ในช่วงนี้ภายในปราสาทจะบานสะพรั่งไปด้วยซากุระกว่า 400 ต้น เนื่องจากจะมีการจัดไลท์อัพซากุระระหว่างช่วงเวลา 19:00~21:30 น.ตอนต้น-กลางเดือนเมษายนเหมือนกับสวนเค็นโรคุเอ็น เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระอันงดงามในบรรยากาศที่แตกต่างจากตอนกลางวันได้อย่างชิลล์ๆ 

※ ช่วงเวลาไลท์อัพประจำปี 2016 ตรงกับวันที่ 4 – 12 เมษายน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละปี

ที่อยู่:1-1 Marunouchi, Kanazawa-shi, Ishikawa-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.pref.ishikawa.jp/siro-niwa/kanazawajou/index.html

3. Saigawa Riverbed (ที่ราบลุ่มแม่น้ำไซกาวะ)

歴史ある街石川県・金沢市で桜を堪能しよう。金沢の桜スポットまとめ

Saigawa River (แม่น้ำไซกาวะ) ซึ่งเรียกกันว่า “โอโตโกะกาวะ(แม่น้ำชาย)” จากกระแสน้ำไหลแรงแห่งนี้เป็นแม่น้ำที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีคานาซาว่าประมาณนั่งรถยนต์ 30 นาที บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไซกาวะในฤดูใบไม้ผลิจะเรียงรายไปด้วยต้นซากุระมากมายเหมาะกับการชมซากุระสุดๆ แถมในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มต้นก็ยังมีการไลท์อัพซากุระบริเวณสะพานไซกาวะอีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีไฮไลท์อยู่ที่สะพานไซกาวะซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติอีกต่างหาก

ที่อยู่:11-8 Hōshimamachi, Kanazawa-shi, Ishikawa-ken

4. Okuu tatsuyama kenmin Park (สวนโอคุอุทัตสึยามะเค็นมิน)

Okuutatsuyamakenmin Park (สวนโอคุอุทัตสึยามะเค็นมิน) คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างสวนกุหลาบ, ปาร์ตี้บาร์บีคิว และสนามกอล์ฟได้อย่างชิลล์ๆ สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวฤดูชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิก็อย่าลืมสังเกตต้นซากุระที่ย้อยลงไปในบ่อน้ำกว้างใหญ่กันด้วยน้า… เงาของต้นซากุระสะท้อนลงบนผิวน้ำ ทำให้ทั่วทั้งบริเวณย้อมไปด้วยสีชมพูงดงามสุดๆ!

แต่บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บ่อน้ำอันแสนกว้างใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีไฮไลท์อยู่ที่ซากุระพันธ์ยาเอะโนะซากุระและโซเมโยชิโนะซากุระอีกด้วย โฆษณากันถึงขนาดนี้แล้วห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

ที่อยู่:Wakamatsumachi, Kanazawa, Ishikawa Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://kgs-okuutatu.com/

อุณหภูมิในช่วงชมซากุระและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมในการชมซากุระในคานาซาว่า

ช่วงเวลาชมซากุระในปีที่ผ่านๆมาของคานาซาว่าคือตั้งแต่ต้น-กลางเดือนเมษายน เนื่องจากอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของคานาซาว่าในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 14~15℃ (※ อ้างอิงจากกรมอุตุนิยมวิทยา) สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาชมซากุระที่นี่จึงจำเป็นต้องเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตและเสื้อสเวตเตอร์กันมาให้พร้อม นอกจากนี้ เมื่อตกกลางคืนอากาศก็จะยิ่งหนาวเย็นขึ้นไปอีก จึงขอแนะนำให้สวมเป็นเสื้อโค้ทถึงจะเอาอยู่

มารยาทในการชมซากุระ

แน่นอนว่าฤดูกาลชมซากุระมาพร้อมกับดอกซากุระที่บานสะพรั่งเต็มต้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะมีผู้คนเดินทางมายังแหล่งชมซากุระเพื่อสัมผัสความงดงามอันไม่แน่นอนของดอกซากุระที่บานสะพรั่งและพร้อมจะร่วงโรยได้ทุกเมื่อกันมากมายขนาดนี้

โดยสิ่งสำคัญในการชมซากุระเลยก็คือ “มารยาท” นั่นเองค่ะ ต่อไปเราจะมาแนะนำมารยาทพื้นฐานในการชมซากุระเพื่อให้ทุกคนสามารถชมซากุระได้อย่างสบายใจทุกฝ่ายกันค่ะ

1)นำขยะกลับไปทิ้งที่บ้านและเก็บกวาดสถานที่ให้เรียบร้อยหลังจากชมซากุระ

แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับการชมซากุระมากขึ้นก็คือข้าวกล่อง, ขนม และเครื่องดื่มอย่างเหล้าและเบียร์นั่นเอง เมื่อรับประทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมนำขยะของตัวเองกลับไปทิ้งกันด้วยเนอะ

2)ห้ามส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย!

歴史ある街石川県・金沢市で桜を堪能しよう。金沢の桜スポットまとめ

หนึ่งในความฟินสุดยอดของการชมซากุระอยู่ที่การได้พูดคุยพลางชมซากุระไปด้วยนี่แหละ ถึงแม้จะไม่มีกฎตั้งเอาไว้ว่าห้ามส่งเสียงดังก็จริง แต่การกระทำที่อาจจะเป็นการรบกวนต่อผู้คนรอบข้างนั้นถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

และตัวการที่มักจะทำให้เกิดเสียงดังเอะอะเจี๊ยวจ๊าวก็คือ “เหล้า” นั่นเอง เรามักจะพบเห็นผู้คนที่มาชมซากุระกันเป็นกลุ่มใหญ่และดื่มเหล้าจนเมาทำให้เกิดเสียงเอะอะโวยวายอยู่บ่อยครั้ง แต่ขอให้ตั้งสติและพึงระลึกเอาไว้เสมอว่าควรดื่มแต่พอดีห้ามรบกวนผู้คนรอบข้างเด็ดขาด ใช้คำว่าเอาใจเขามาใส่ใจเราน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว 

3)จองพื้นที่แต่พอดีและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น

การจองพื้นที่นับเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการชมซากุระเลยทีเดียว ไม่ว่าใครก็อยากจะได้ที่นั่งทำเลดีๆอยู่ใต้ต้นซากุระพร้อมกับจิบเหล้าอร่อยๆใช่ไหมล่ะคะ? แต่ว่าการจองพื้นที่ควรจองแต่พอดีสำหรับกลุ่มตัวเองเท่านั้น ไม่ควรจองเกินความจำเป็นเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการเบียดเบียนพื้นที่ของคนอื่นและเป็นการแบ่งปันความสนุกให้กับผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน

4)ห้ามจับต้นซากุระเด็ดขาด!

ซากุระเองก็เป็นต้นไม้ที่มีชีวิต ห้ามเด็ดกลีบซากุระเล่นหรือแม้แต่ปีนต้นซากุระเพื่อตัดกิ่งไม้ด้วยความคึกคะนองเด็ดขาด ส่วนใหญ่ตามจุดชมซากุระต่างๆมักจะมีรั้วล้อมรอบต้นซากุระเอาไว้ซึ่งหมายถึงห้ามเข้านั่นเองจ้า…

ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆสนุกกับการชมซากุระโดยรักษามารยาทและพึงระลึกถึงผู้อื่นกันด้วยนะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.matcha-jp.com

ซากุระฤดูหนาวใครว่าไม่มี อะไรนะ…. ซากุระจะบานฤดูหนาว????? มันควรจะออกดอกกันช่วงใบไม้ผลิกันไม่ใช่เหรอ??

ใช่แล้วค่ะ…ที่จังหวัดอาโอโมริทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จะมีซากุระให้เห็นกันแต่ที่ว่าเป็นซากุระฤดูหนาวนั้นไม่ได้เป็นดอกไม้นะคะ แต่เกิดจากหิมะที่ตกลงมาสะสมกันตามต้นไม้

          ด้วยความคิดของ Ryuichi Yoneyama เกิดจากความบังเอิญที่ชายหนุ่มคนนี้ได้ไปปฏิบัติงานเป็นสมาชิกกลุ่มส่งเสริมกระตุ้นชุมชนที่เมืองฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่แล้ว เขาได้ไปถ่ายภาพที่สวนสาธารณะฮิโรซากิในตอนกลางคืน ซึ่งภาพหิมะที่ทับถมกันอยู่บนต้นซากุระ ทำให้เขานึกถึงภาพดอกซากุระที่กำลังบานอยู่บนต้นขึ้นมา จนเป็นที่มาของการทำโปรเจ็ค “Light up ดอกซากุระบานในฤดูหนาว” ???
 
          งานแสดง Light up นี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม เวลา 16:00 น. ที่บริเวณลาน Otemon พร้อมกับงาน Hirosaki Finland Christmas Market และจะจัดไปเรื่อยๆจนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2018