ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกียวโตเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงนึกถึงอาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama) วันนี้เราจึงนำข้อมูลของกิจกรรมที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเวลาไปเที่ยวที่อาราชิยามะมาฝากค่ะ ซึ่งก็คือการนั่งรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車) นั่นเองค่ะ

รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train

                     รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車)

ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกียวโตหลายๆ คนคงนึดถึงวัดและศาลเจ้า แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าเราสามารถไปยืดเส้นยืดสายกลางแจ้งและเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องออกนอกเมืองเกียวโต และนี่ก็คือเสน่ห์ของรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車) นั่นเองค่ะ

รถไฟสายโรแมนติกที่ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้เห็นวิวสวยๆ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – เมษายน)

  • ฤดูร้อน (พฤษภาคม – สิงหาคม)

  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายาน – พฤศจิกายน)

  • ฤดูหนาว(ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

จุดเด่นอันดับแรกของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ การที่เพื่อนๆ สามารถนั่งรถไฟชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวสดของต้นไม้ในช่วงฤดูร้อน สีส้มแดงของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และวิวสองข้างทางที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว เรียกได้ว่าไม่ว่าเราจะไปเที่ยวช่วงไหนก็มีวิวสวยๆ ให้ได้ชมตลอดปีเลยล่ะค่ะ

รถไฟสายโรแมนติกที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์

จุดเด่นอันดับที่ 2 ของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ การตกแต่งภายในเป็นเอกลักษณ์และยังคงความเป็นดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ไม้ โคมไฟหลอดไส้สไตล์คลาสสิก ทำให้รู้สึกราวกับว่าเรากำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต และรู้สึกผ่อนคลายกับธรรมชาติสวยๆ ของหุบเขาโฮสึกาวะ (保津川渓谷/ Hozugawa Keikoku) ได้ตลอดเส้นทางเลยค่ะ

นั่งรถไฟสายโรแมนติกแล้วต่อด้วยการล่องแม่น้ำโฮสึกาวะ

                                  ล่องเรือตามแม่น้ำโฮสึกาวะ (保津川/ Hozugawa)

จุดเด่นอันดับที่ 3 ของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ หลังจากที่ได้ชมวิวสวยๆ ตลอดสองข้างทางของรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train กันไปแล้ว ในขากลับเพื่อนๆ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศโดยการล่องเรือจากคาเมโอกะ (亀岡/Kameoka) ลงมาตามแม่น้ำโฮสึกาวะ (保津川/ Hozugawa) เป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เพื่อกลับมาที่อาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama) ได้ด้วยค่ะ

การล่องเรือลงมาตามแม่น้ำโฮสึกาวะ เพื่อนๆ จะได้ผ่านบริเวณที่มีกระแสน้ำเชี่ยวให้ได้ตื่นเต้น และอาจจะโดนน้ำกระเด็นให้พอเปียกกันสักเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยนะคะ เพราะผู้ควบคุมเรือทุกคนมีความชำนาญในการล่องเรือตามเส้นทางนี้เป็นอย่างดีค่ะ

                                                 อาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama)

ข้อมูลทั่วไป

                                                 รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車)

การเดินทาง

  • Torokko Saga Station : ตั้งอยู่ตรงหน้า JR Saga Arashiyama Station
  • Rokko Kameoka Station: เดินประมาณ 10 นาที จาก JR Umahori Station

เวลาทำการ

  • Torokko Saga Station : ตั้งแต่ 8:40 – รถไฟขบวนสุดท้าย
  • Torokko Arashiyama Station : ตั้งแต่ 8:50 – รถไฟขบวนสุดท้าย
  • Torokko Kameoka Station : ตั้งแต่ 9:00 – รถไฟขบวนสุดท้าย

การสำรองที่นั่ง

สามารถสำรองตั๋วล่วงหน้าได้ 1 เดือนก่อนวันเดินทางที่ “Green Window/ みどりの窓口” ของสถานีรถไฟ JR West  สำหรับการสำรองตั๋วที่ใช้เดินทางในวันนั้นๆ สามารถซื้อได้จากผู้ควบคุมรถไฟได้เลยค่ะ

ค่าโดยสาร

ค่าโดยสารสำหรับตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว : 620 เยน (ผู้ใหญ่) 310 เยน (เด็ก)

วันหยุดทำการ

อาจมีการงดให้บริการในช่วงฤดูหนาว สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ Website : sagano-kanko.co.jp

——————————————————-

Cr. anngle.org

ห่างจากสนามบินนานาชาติคันไซเพียงหนึ่งสถานี จะมีร้าน Outlet ที่สามารถช๊อปปิ๊งสินค้าแบรนด์เนมได้ในราคาที่พอเหมาะไม่แพงจนเกินไปอยู่ด้วยนะ

Rinku Premium Outlet

เพียงสถานีเดียวจากสนามบินคันไซ

จากสนามบินนานาชาติคันไซ นั่งรถไฟประมาณ 6 นาที ก็จะถึงสถานีที่ใกล้ที่สุดจากย่าน Outlet ก็คือ สถานีรินคูทาวน์

ที่สถานีนี้จะนั่งรถไฟของ JR หรือรถไฟนันไคมาก็ได้ นอกจากนี้ยังมีรถ Shuttle Bus (เที่ยวละ 100 เยน จุได้ 50 คน)วิ่งจากสนามบินมาที่นี่อีกด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที สามารถเดินทางมาได้ทั้งสองวิธีแบบนี้สะดวกสุดๆไปเลยเนอะ

สะพานยาวที่มองเห็นจากทางฝั่งที่จอดรถเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างสนามบินไปสู่ย่าน Outlet

ข้อดีก็คือจำนวนร้านที่มากมาย!

ที่นี่มีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมตั้งอยู่ประมาณ 200 ร้าน และยังมีสินค้ามากมายหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ของเล่น อุปกรณ์ในครัวเรือน
เสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี และอุปกรณ์กีฬาต่างๆ สามารถเดินช๊อปปิ๊งได้ทั้งวันจะมาเดินคนเดียวได้หรือจะมากันทั้งครอบครัวก็ได้ รับรองว่าไม่มีเบื่อ

และเนื่องจากสิ่งก่อสร้างต่างๆที่มีการออกแบบให้ดูเหมือนกับรีสอร์ทโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองท่าชาร์ลสตันอันมีประวัติศาสตร์ของอเมริกา
ทำให้ที่นี่ทั้งสวยงามและดูเป็นระเบียบอีกด้วย

การบริการต่างๆก็จัดเต็ม

ตู้ล๊อกเกอร์แบบหยอดเหรียญ

ตู้ล๊อกเกอร์แบบหยอดเหรียญที่มีมากมายหลายขนาดถูกติดตั้งไว้อย่างพร้อมเพรียง
และยังมีตู้ล๊อกเกอร์แบบหยอดเหรียญไซต์ใหญ่พิเศษ แนวตั้ง 113cm แนวนอน 35cm และลึก 64cm อยู่ด้วย

โทรศัพท์สาธารณะ

โทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรระหว่างประเทศได้ก็ถูกติดตั้งอยู่ด้วย

บริการ Lan ไร้สายสาธารณะ

สามารถใช้บริการ Lan ไร้สายสาธารณะ(au/Wi2 หรือ FREE SPOT)ได้ทุกหนแห่งภายในอาคาร ส่วนจุดบริการฟรีจะสามารถใช้ได้ที่ชั้น 1ของศูนย์อาหารริมทะเล

บริการเช่าเบบี้คาร์

มีบริการให้เช่าเบบี้คาร์ฟรีสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 100 cm
ไม่เพียงแต่การเดินทางที่สะดวกสบายห่างจากสนามบินเพียงหนึ่งสถานีเท่านั้น
แต่ยังเป็นย่านช๊อปปิ๊งครบวงจรที่มีพื้นที่กว้างขวางและเรียงรายไปด้วยสินค้านานาชนิดอีกด้วย ก่อนเดินทางกลับหรือก่อนไปเที่ยวโอซาก้าลองแวะช๊อปปิ๊งดูก็เข้าท่าดีนะ

Information

Rinku Premium Outlet

ที่อยู่ : Osaka Izumisano-Shi Rinkuoraiminami 3-28
เวลาทำการ : 10:00~20:00 น.
วันหยุดประจำ : หนึ่งครั้งต่อปี (วันพฤหัสที่สามของเดือนกุมภาพันธ์)
บริการ Wi-Fi : มี
บริการรับบัตรเครดิตการ์ด : มี
รองรับภาษา : ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ
การเดินทาง: รถไฟสายนันไคคูโค สายJR คันไซคูโค ลงที่「สถานีรินคูทาวน์」แล้วเดินต่อหกนาที/Shuttle Bus จากสนามบินคันไซ
ประมาณ 20 นาที (เที่ยวละ 100 เยน จุได้ 50 คน)
โทรศัพท์: 072-458-4600
HP:http://www.premiumoutlets.co.jp/rinku/

——————————————————–

Cr. Matcha-jp.com

นักท่องเที่ยวคนไหนที่วางแผนจะมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ก็คงหวังที่จะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิหรือฟูจิซังสักครั้งเป็นบุญตา อย่าว่าแต่ชาวต่างชาติเลยค่ะ คนญี่ปุ่นเองเขาก็อยากเห็นกันเหมือนกัน เพราะไม่ใช่ว่าฟูจังซังจะมองเห็นได้จากทุกจังหวัดของประเทศ อีกหนึ่งอย่างที่เป็น wish list ในการมาญี่ปุ่นก็คือ การได้นั่งชินคันเซ็น หนึ่งในรถไฟความเร็วสูงที่เร็วที่สุดในโลกสักครั้ง แต่รู้หรือเปล่าว่าเพื่อนๆสามารถทำทั้งสองอย่างให้เป็นจริงๆพร้อมๆกันได้ด้วยนะ วันนี้เราเลยจะมาบอกเทคนิคให้ฟังว่าต้องนั่งชินคันเซ็นสายไหน นั่งตรงไหน แล้วจะถ่ายรูปฟูจิซังให้ออกมาสวยเป๊ะได้จากตรงไหนกันดี

นั่งตรงไหนถึงจะเห็นภูเขาไฟฟูจิ

รถไฟชินคันเซ็นที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ก็คือ รถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido ส่วนที่นั่งที่สามารถมองเห็นได้จะเริ่มตั้งแต่ ที่นั่งแถวที่ 2  โดยที่นั่งจะไล่จากที่นั่ง A, B, C, D, E ที่นั่งทีที่อยู่ริมหน้าต่างก็คือ  A และ E แต่ถ้าใครอยากมองเห็นฟูจิซังละก็ ต้องเลือกจองที่นั่ง E เลยค่ะ ที่นั่งในรถไฟชินคันเซ็นนั้นมักจะเริ่มเต็มจากที่นั่งฝั่งหน้าต่างก่อนเสมอ ถ้าใครไม่อยากพลาดก็แนะนำให้จองกันตั้งแต่เนิ่นๆเลย ถ้าเป็นที่นั่งเบาะ E ละก็ เพื่อนๆจะนั่งแถวไหนก็ไม่มีปัญหาค่ะ ชินคันเซ็นสาย Tokaido ขาขึ้นจะวิ่งจาก (Shin Osaka→Tokyo) ส่วนขาลงจะวิ่งจาก (Tokyo→Shin Osaka) แต่ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงที่นั่งที่จะเห็นได้ชัดสุดก็คือ E เหมือนกันค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าการจองที่นั่งได้ก็คือ อากาศต้องดีท้องฟ้าต้องเปิด! เพราะรถไฟชินคันเซ็นจะวิ่งด้วยความเร็วที่สูงมาก ดังนั้นถ้าหากมีเมฆ ทัศนวิสัยไม่ดี หรือมีฝนตกเพียงแค่เล็กน้อยก็จะทำให้มองเห็นฟูจิซังได้ยากขึ้นแล้ว ส่วนถ้าใครอยากเห็นฟูจิซังที่มีหิมะปกคลุมอยู่ด้านบน ก็ต้องเลือกมาตอนช่วงฤดูหนาวถึงใบไม้ผลิของญี่ปุ่นนะคะ

แล้วจะเห็นภูเขาไฟฟูจิตอนไหน

หากอากาศดีละก็จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ทั้งจากขาขึ้นและขาลง แต่หากอยากจะถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิให้ออกมาสวยๆแล้วละก็ แนะนำให้เลือกถ่ายจากตอนขาขึ้น (Shin Osaka→Tokyo) จะได้รูปออกมาสวยกว่า แถมยังไม่มีอะไรมาบังอีกต่างหาก มองเห็นได้ตั้งแต่ยอดเขาจนถึงตีนเขาเลยละ แต่บอกไว้ก่อนว่าโอกาสที่จะเห็นภาพฟูจิซังสวยๆแบบนี้จะมีเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น!! เพื่อนๆจะต้องเตรียมกล้องให้พร้อม และศึกษาช่วงเวลาในการถ่ายให้ดีกันตั้งแต่ตอนขึ้นรถเลยนะคะ ในกรณีของรถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido รุ่น Nozomi จะเริ่มมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้หลังจากออกจากสถานี Shin Osaka มาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ตอนผ่านสถานี Shizuoka พอออกจากสถานี Shizuoka มาแล้ว หลังจากลอดผ่านอุโมงค์ ก็ให้เอาหน้าแนบหน้าต่างรอไว้ได้เลยละ เพราะตอนนี้เราจะผ่านแม่น้ำฟูจิ ซึ่งตรงนี้จะสามารถมองเห็นฟูจิซังได้สวยพอสมควรเลย

แต่หลังจากออกจากสถานี Shin Osaka มาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที แถวๆสถานี Shin Fuji ตรงนี้แหละจะเป็นจุดที่เหมาะกับการกดชัตเตอร์ที่สุด!! ตรงบริเวณสถานี Shin Fuji จะมีผนังกันเสียงและโซนโรงงานอยู่ซึ่งจะบังสายตาทำให้มองไม่เห็นทิวทัศน์ของฟูจิซังอยู่ แต่จะมีเพียงแค่แว็บเดียวเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นฟูจิซังได้แบบชัดๆเต็มๆ ซึ่งก็คือช่วงเวลาหลังจากออกจากสถานี Shin Osaka มาแล้วได้ประมาณ1 ชั่วโมง 40-45 นาที ต้องบอกเลยว่าต้องจับตามองเตรียมตัวกันให้พร้อมจริงๆ เพราะช่วงเวลาที่จะมองเห็นได้เต็มๆแบบไม่มีอะไรมากั้นนั้นมีเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

จะเตรียมตัวได้โดยดูจากอะไรละ?

ตอนขาลง (Tokyo→Shin Osaka) ถ้าเพื่อนๆอยากเห็นฟูจิซังแล้วละก็ หลังจากออกจากสถานีโตเกียวมาได้ประมาณ 35 นาที จะเป็นช่วงที่จะผ่านสถานี Atami พอถึงตอนนี้เพื่อนๆก็เตรียมสแตนบายด์ไว้ได้เลย ตรงหัวและท้ายขบวนจะมีป้ายไฟแนะนำสถานีถัดไปใช่มั้ยละคะ

เพื่อนๆสามารถเตรียมตัวได้โดยดูจากป้ายไฟแนะนำนี้เลยค่ะ เมื่อเราเริ่มมองเห็นฟูจิซังจากด้านหน้าก็ให้เลยเตรียมกล้องพร้อมถ่ายได้เลย หลังจากออกจากสถานีโตเกียวมาได้ประมาณ 45 นาที ก็จะเป็นช่วงที่จะผ่านสถานี Shin Fuji รถไฟขาลงนี้มีที่กั้นต่างๆเยอะมาก หาจังหวะถ่ายรูปได้ยากกว่าขาขึ้นเสียอีก ยังไงก็เตรียมกล้องรอกันให้ดีนะคะ

ใช้มือถือก็ถ่ายได้เหมือนกัน

.ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR กล้องคอมแพ็ค หรือกล้องจากมือถือก็สามารถถ่ายรูปฟูจิซังได้เหมือนกัน เพียงแต่มีเคล็ดลับอยู่ที่จะต้องถ่ายโดยเอาเลนส์แนบไปที่กระจกให้แนบสนิท หากมีช่องว่างระหว่างตัวเลนส์กับกระจกเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้รูปของเพื่อนๆมีเงาสะท้อนของกระจกติดมาด้วยนั่นเอง อีกหนึ่งเคล็ดลับก็คือ ให้ใช้โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องในการถ่าย เพราะช่วงเวลาที่จะเห็นฟูจิซังได้นั้นมีแค่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ถ่ายมาหลายๆรูปไว้เลย รับรองว่ามันต้องมีสักรูปแล้วที่ออกมาสวยถูกใจ และถ้าหากกล้องใครสามารถเซ็ต exposure ได้ ก็ให้ปรับให้ต่ำไว้สักเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่อากาศดี ถ้าหากไม่ปรับกล้องไว้ให้มืดสักนิดนึง ภาพที่ได้จะออกมาสว่างขาวจนเกินไป

แนะนำกันไปแบบละเอียดยิบเลยนะคะสำหรับเทคนิคที่จะทำให้ได้ภาพภูเขาไฟฟูจิจากรถไฟชินคันเซ็น ที่ผ่านมาคงมีเพื่อนๆหลายคนที่พอนั่งรถไฟปุ๊บก็หลับปั๊บใช่มั้ยละ ไหนๆก็จะได้เห็นฟูจิซังจากรถไฟชินคันเซ็นทั้งที ถ้าวันนั้นเป็นวันอากาศดีก็อย่าลืมหาจังหวะถ่ายรูปฟูจิซังจากชินคันเซ็นให้ได้กันนะคะ แล้วอย่าลืมเอามาโพสในโซเชียลฯอวดกันบ้างนะ

ขอบคุณข้อมูลขา : japan-guide, annge.or

JR Kansai Wide Pass สำหรับเที่ยวเมืองโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ เป็นพาสรถไฟที่เหมาะสำหรับเดินทางข้ามเมืองบอกเลยคุ้มค่ามาก !!

ภูมิภาคคันไซ แถวโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนไทยเหมือนกัน หากใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมหาข้อมูลก็คือ.. วิธีเดินทางเพื่อจะได้ประหยัดเงินในกระเป๋าจริงไหมคะ วันนี้จะมาแนะนำตั๋วรถไฟญี่ปุ่น JR Kansai Wide Pass ?? สำหรับเที่ยวเมืองเหล่านี้ และรวมไปถึงคินโนซากิออนเซ็น โอคายาม่า และคุมาโน่ เป็นพาสรถไฟที่เหมาะสำหรับเดินทางข้ามเมืองบอกเลยคุ้มค่า

JR Kansai Wide Area Pass 

ตั๋วรถไฟจำหน่ายให้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น สามารถโดยสารรถไฟ JR (รวมทั้งรถไฟ Shinkansen และ limited express trains แบบไม่จองที่นั่ง) ของภูมิภาคคันไซได้โดยไม่จำกัดครั้ง เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นเองเป็นอย่างมาก ?

เส้นทางJR Kansai Wide Area Pass 

JR Kansai Wide Pass เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมพื้นที่โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ปราสาทฮิเมจิ และรวมถึงคิโนซากิออนเซน โอคายาม่า และคุมาโน่ โดยต้องเดินทางข้ามเมืองจึงจะคุ้มค่า

เงื่อนไขการใช้บัตรรถไฟ


  • ใช้โดยสารรถไฟ Local และ Rapid ของ JR Trains ได้โดยไม่จำกัดครั้ง
  • โดยสารรถไฟ Express Trains HURUKA, KUROSHIO, THUNDERBIRD, KOUNOTORI, SUPER HAKUTO (เฉพาะ Kyoto⇔Kamigori) แบบไม่สำรองที่นั่งได้โดยไม่จำกัดครั้ง
  • ตั๋วชนิดนี้ ไม่ครอบคลุมการสำรองที่นั่ง หากต้องการสำรองที่นั่งล่วงหน้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  •  Pass มีอายุ 5 วัน (ใช้งานต่อเนื่อง) อายุตั๋วนับแบบ เที่ยงคืน – เที่ยงคืน โดยเมื่อเปิดพาสใช้แล้ว ต้องใช้ต่อเนื่องติดต่อกัน 5 วัน

ไม่สามารถใช้ได้กับ

  • ไม่สามารถใช้ขึ้นรถไฟ “TOKAIDO SHINKANSEN” ระหว่าง Shin-Osaka⇔Tokyo ได้
  • ไม่สามารถใช้ขึ้นรถไฟ “SANYO SHINKANSEN” ระหว่าง Okayama⇔Hakataได้
  • ไม่สามารถใช้ขึ้นรถไฟ “KYUSHU SHINKANSEN” ระหว่าง Hakata⇔Kagoshima-Chuo ได้

ราคา และระยะเวลาการใช้ตั๋วรถไฟ JR Pass


* ตั๋วเด็กอายุ 6-11 ปี จำหน่ายครึ่งราคา

 Pass มีอายุ 5 วัน (ใช้งานต่อเนื่อง) ซื้อใประเทศไทย  ซื้อในประเทศญี่ปุ่น
                         ผู้ใหญ่                         9,000 เยน                          9,500 เยน
                         เด็ก                         4,500 เยน                          4,750 เยน

 

สถานที่จำหน่ายตั๋วรถไฟ


  • ซื้อในประเทศไทย : สามารถซื้อบัตรรถไฟญี่ปุ่น (JR Pass) จากเอเจนซี่ท่องเที่ยวในไทย สำหรับ Easy And Save ก็มีจำหน่ายพาสต่างๆ ซึ่งทางบริษัทฯ มีจัดโปรโมชั่นตามงานท่องเที่ยวต่างๆ แนะนำให้แอดไลน์เพื่อติดตามโปรโมชั่นได้ค่ะ Line : @easyandsave (มี@ด้านหน้าด้วยค่ะ)
  • ซื้อในประเทศญี่ปุ่น: สามารถซื้อบัตรรถไฟได้ที่สถานี Tsuruga, Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Kobe, Shin-Kobe, Sannomiya, Himeji, Nijo, Uji, Saga-Arashiyama, Kyobashi, Tsuruhashi, Tennoji, Shin-imamiya, Bentencho, Nishikujo, Kansai-airport, Nara, JR-Namba, Wakayama, Toyooka, Kinosaki-Onsen, Fukuchiyama, Nishi-Maizuru, Higashi-Maizuru, Okayama

สถานีสำหรับนำ Exchange Order มาแลกตั๋วรถไฟ


นำตั๋วรถไฟมาเปลี่ยน Exchange Order ได้ที่สถานี

  • Kyoto
  • Shin-Osaka
  • Osaka
  • Sannomiya
  • Kansai-airport
  • Nara
  • Wakayama
  • Toyooka
  • Kinosaki-Onsen
  • Fukuchiyama
  • Nishi-Maizuru
  • Higashi-Maizuru
  • Okayama

Cr. westjr.co.jp