รวมมิตรของฝากที่โอซาก้า เราจะแนะนำขนมของฝาก 5 อย่างที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร

โอซาก้า เมืองที่แสนครึกครื้นและมีชีวิตชีวา ทั้งซึเท็งคาคุ ทั้งปราสาทโอซาก้า ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันดี อาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าคือทาโกะยากิ แต่ถ้าพูดถึงขนมแล้ว จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนะ?

ไม่รอช้า ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขนมปังกรอบนาคาโนะชิมะ รสคาราเมล&อัลมอนด์

นาคาโนะชิมะ เป็นชื่อเมืองเมืองหนึ่งในจังหวัดโอซาก้า เป็นละแวกศูนย์กลางของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองของโอซาก้ามาตั้งแต่สมัยก่อน ขนมปังกรอบนาคาโนะชิมะนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากความปรารถนาที่อยากให้มีของฝากประจำเมืองนาคาโนะชิมะที่ทุกคนรักใคร่

ขนมปังกรอบอร่อย พร้อมกลิ่นหอมหวานยั่วยวนของอัลมอนด์บด ต่อด้วยความหวานจากน้ำตาลและคาราเมลสูตรเข้มข้น แม้รสชาติจะจัดเต็มแบบนี้แต่ก็ไม่เลี่ยนจนกินแทบหยุดไม่ได้เลยล่ะค่ะ

สามารถหาซื้อได้จากหลาย ๆ ที่ค่ะ อย่างเช่น「Entree Marche Osaka Chuo Branch」ในสถานีโอซาก้า、「Gift Station」ในสถานีชินโอซาก้า、「Ichibirian」ที่โดทงโบริ (สาขาที่จำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

<แนะนำผลิตภัณฑ์>
บริษัทที่ผลิต:Bijuu Co.,Ltd.
ชื่อผลิตภัณฑ์:ขนมปังกรอบนาคาโนะชิมะ รสคาราเมล&อัลมอนด์ (บรรจุ 8 ชิ้น)
ราคา:540 เยน (ไม่รวมภาษี)

2.ซึคิเกะโช (Aoki Shofuan)

ซึคิเกะโช ขนมที่ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศ หรือเหรียญทองจากโอลิมปิคอาหาร Monde Selection ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี

รูปทรงของขนมที่ดูกลมสวยเหมือนพระจันทร์ก็น่ารักดีค่ะ สีก็เหมือนพระจันทร์ด้วยใช่มั้ยล่ะคะ

ขนมโมจิไส้ถั่วยาวที่มีเนยและนมชั้นดีเป็นหนึ่งในวัตถุดิบ

แต่ไม่ใช่ว่าจะมีรสถั่วฝักยาวแรง ๆ อยู่ในขนมนะคะ ให้รสชาติเหมือนมันหวานมากกว่า ถั่วแดงที่เป็นไส้ด้านในก็เข้มข้นแต่หอมหวานชนิดละลายในปากเลยค่ะ

มีวางขายอยู่ที่「Entree Marche Osaka Chuo Branch」ในสถานีโอซาก้า,「Omiyagekaido」และ「Entree Marche (West)」ในสถานีชินโอซาก้า

<แนะนำผลิตภัณฑ์>
บริษัทที่ผลิต:Aoki Shofuan Corporation
ชื่อผลิตภัณฑ์:ซึคิเกะโช (Tsukigesho) (บรรจุ 10 ชิ้น)
ราคา:1,296 เยน (รวมภาษี)

3.ทาโกะพาทิเอ(Hyogetsudo)

ทาโกะพาทิเอะ เป็นทาโกยากิแบบของหวาน ของฝากขึ้นชื่อของโอซาก้าที่ทำขึ้นโดยปาตีซิเย (นักทำขนมอบ) ตัวยง เป็นขนมที่มีพายซึ่งปรุงรสให้เหมือนกับทาโกะยากิด้านบน
แม้จะบอกว่า “ปรุงรสให้เหมือน” แต่ก็ทำจากทาโกะยากิซอสของจริง ทำให้ได้รสชาติแบบทาโกะยากิเลยค่ะ

รสชาติก็เหมือนเอาทาโกะยากิมาทำเป็นขนมขบเคี้ยวกรอบ ๆ ด้วยซอสของจริงที่ใช้ในการทำทาโกะยากิ กัดคำแรก ๆ อาจจะได้รสชาติเหมือนทาโกะยากิ แต่เริ่มกินต่อไปเรื่อย ๆ จะได้รับรสหวานของพายค่ะ

สามารถหาซื้อได้ที่ 「Entree Marche (West)」ในสถานีชินโอซาก้า、「Entree Marche・Central Court」ในสถานีโอซาก้า และ「Sky Plaza」ในสนามบินโอซาก้าอิตามิ

※สามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินได้

<แนะนำผลิตภัณฑ์>
บริษัทที่ผลิต:Hyogetsudo Company
ชื่อผลิตภัณฑ์:ทาโกะพาทิเอะ (บรรจุ 12 ชิ้น)
ราคา:540 เยน (รวมภาษี)

4.คุอิดะโอเรทาโร่ พีชพาย(Tarofoods)

คุอิดะโอเรทาโร่ เป็นคาแรคเตอร์ที่ใส่แว่นที่เหมือนสัญลักษณ์ของโอซาก้าเลยก็ว่าได้ค่ะ

ที่กล่องขนมที่มีหน้าคุอิดะโอเรทาโร่โชว์หน้าแป้นแร้นอยู่นี้ ก็คือ คุอิดะโอเรทาโร่ พีชพาย ขนมพายรูปทรงกระบอกที่มีลูกพีชบดสอดไส้อยู่ข้างในนี่ไงคะ

รูปกล่องที่มีหน้าคาแรคเตอร์นี้อยู่ จะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ชนิดค่ะ

แค่เปิดกล่องออกมา ก็จะได้กลิ่นหอม ๆ ของลูกพีชแล้วค่ะ เนื้อพายไม่ได้กรอบ ๆ เหมือนพายอื่น ๆ ทั่วไป แต่เหนียว ๆ นุ่ม ๆ เคี้ยวเพลินเลยค่ะ รสชาติลูกพีชก็หวานอร่อยพอดี ๆ

ทั้งรสชาติและแพ็คเกจเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นของฝากจากโอซาก้าค่ะ

ขายอยู่ที่「Eki Marche Shin-Osaka」ในสถานีชินโอซาก้า、「Entree Marche・Central Court」ในสถานีโอซาก้า (ตรงที่ตรวจตั๋ว Central Gate สถานี JR โอซาก้า)

<แนะนำผลิตภัณฑ์>
บริษัทที่ผลิต:Tarofoods
ชื่อผลิตภัณฑ์:คุอิดะโอเรทาโร่ พีชพาย (บรรจุ 10 ชิ้น)
ราคา:864 เยน (รวมภาษี)

5.เอมนจี้(Gokan)​

เอมนจี้ เป็นขนมมาเดอลีนที่บรรจงทำขึ้นมาจากแป้งสาลีและข้าวเจ้าชั้นดีของญี่ปุ่น

ด้านในมีถั่วดำใหญ่ใส่อยู่ถึง 3 เมล็ดเลยค่ะ

กลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลของเนยช่างยั่วจมูกดีจริง ๆ เลยล่ะ ถั่วดำ 3 เมล็ดที่อยู่ด้านในให้รสชาติอร่อยที่เข้ากันดีแบบที่ไม่เคยทานมาก่อน ตัวถั่วดำเองก็มีรสหวานอยู่ในตัวซึ่งลงตัวกับมาเดอลีนชิ้นโปรดชิ้นนี้เลยล่ะค่ะ

สามารถหาซื้อได้ที่「สถานีชินโอซาก้า」、「สนามบินอิตามิ」、「สนามบินคันไซ」ได้เลยค่ะ

ที่gokan สาขาคิตะฮามะฮงคัง มีคาเฟ่เปิดให้บริการด้วยค่ะ

<แนะนำผลิตภัณฑ์>
บริษัทที่ผลิต:Gokan
ชื่อผลิตภัณฑ์:เอมนจี้ (บรรจุ 10 ชิ้น)
ราคา:1,080 เยน (รวมภาษี)

เป็นยังไงบ้างคะ? ของฝากจากโอซาก้าที่สมกับเป็นโอซาก้าจริง ๆ และมีความหลากหลายที่เราแนะนำ ลองเอาไปเป็นไอเดียเวลามองหาของฝากมาฝากคนรู้ใจดูนะคะ!

——————————————–

Cr. matcha-jp.com

คุณคงเคยได้ยินมาบ้างถึงกิตติศัพท์ของ เนื้อโกเบ เนื้อวัวขึ้นชื่อของดีแห่งเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากรสชาติที่อร่อยนุ่มลิ้นจนน่าตกใจแล้ว ราคาของมันก็ทำให้ช็อคได้ไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่ไกลเกินคุณจะเอื้อมถึง แต่ก่อนจะไปลิ้มลองกัน เราลองมาดูกันก่อนดีกว่าว่า สาเหตุของความแพงนี้คืออะไรบ้าง

1. มีน้อย

วากิว หรือแปลอย่างตรงตัวว่า “วัวญี่ปุ่น” เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกถึงคุณภาพและความอร่อย และในบรรดาเนื้อวัวจากญี่ปุ่นทั่วทั้ง 47 จังหวัด เนื้อวัวจากโกเบถือเป็นหนึ่งในที่สุดของเนื้อวัวญี่ปุ่น เมื่อเทียบอัตราส่วนแล้วจึงถือว่ามีอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น เมื่อมีน้อย ราคาก็ยิ่งสูงตามไปด้วย และกว่าจะส่งออกมาถึงบ้านเราด้วยแล้ว ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ของดีจะมีอยู่น้อยล่ะนะ

2. สายพันธุ์ดั้งเดิม

เนื้อวัวโกเบ ได้มาจากวัวสายพันธุ์ทาจิมะ ที่ถือกำเนิด เลี้ยง และชำแหละในจังหวัดเฮียวโงะ (โกเบเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเฮียวโงะ) ซึ่งวัวสายพันธุ์ดั้งเดิมนี้ ในอดีต เป็นวัวญี่ปุ่นขนดำที่ถูกเลี้ยงในแถบตะวันตกของญี่ปุ่น ต่อมาได้พัฒนาจนกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ส่วนชื่อสายพันธุ์ของมันก็มาจากชื่อเมืองทาจิมะ ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงวัวสายพันธุ์นี้ ก่อนจะกลายมาเป็นเนื้อโกเบที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

3. บีบนวดและดื่มเบียร์

เทคนิคการเลี้ยงวัวจะขึ้นอยู่กับแต่ละฟาร์ม โดยส่วนใหญ่แล้ว วัวโกเบจะได้รับการบีบนวดมากถึง 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และดื่มเบียร์วันละ 6 ขวด เพื่อให้วัวไม่มีอาการเครียด สุขภาพดี และช่วยให้เนื้อและไขมันในร่างกายมีคุณภาพ

4. คุณภาพ

เป็นที่เคลือบแคลงใจสำหรับผู้ไม่นิยมทานเนื้อวัวว่า อะไรที่ทำให้เนื้อโกเบแพงขนาดนี้ สาเหตุก็คือ เนื้อวัวจากเมืองโกเบมีอัตราการให้เนื้อสูง เป็นเส้นใยละเอียดและมีฟองไขมันแทรกอยู่เป็นเม็ดเล็กๆ ทั่วทุกอณู สามารถละลายได้ในอุณหภูมิต่ำ เพียงแค่วางไว้บนฝ่ามือก็สามารภทำให้ฟองไขมันละลายได้ อีกทั้งยังมีพื้นที่หน้าตัดของเนื้อสันใหญ่กว่าเนื้อวัวจากที่อื่นๆ จึงทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติดีเป็นพิเศษ

5. ราคา

เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสภาพเป็นเกาะ จึงมีวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้น อะไรก็ตามที่ Made in Japan จึงมีราคาสูง เนื้อวัวก็เช่นกัน แค่เนื้อวากิวธรรมดาที่ได้มาจากวัวญี่ปุ่นแท้ๆ ก็ว่าแพงแล้ว ยิ่งเป็นเนื้อคุณภาพสูงอย่างเนื้อโกเบก็ยิ่งแล้วใหญ่ โดยในปัจจุบัน เนื้อโกเบที่นำเข้ามาในประเทศไทยจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากทานเนื้อโกเบในราคาที่ถูกกว่านี้ล่ะก็ มีทางเดียวคือต้องบินไปทานถึงถิ่นที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น รับรองว่าฟินกว่าที่ไทยแน่นอน ทั้งความสดใหม่และคุณภาพ ประกอบกับย่างบนเตาร้อนตรงหน้าแล้วเสิร์ฟให้คุณในแบบที่คนไม่ทานเนื้อยังอดใจไม่ไหว รับรองได้เลยว่า คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอน

——————————————————————————

Cr. daily.rabbit.co.th

YONA YONA BEER WORKS คราฟท์เบียร์ชื่อดังแห่งญี่ปุ่นเตรียมพร้อมเปิดร้านเบียร์เป็นสาขาที่ 5 ในปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ พร้อมเสิร์ฟนักดื่มในย่านชินจูกุ บริเวณประตูทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี

YONA YONA BEER WORKS เป็นแบรนด์คราฟท์เบียร์ยอดฮิตจากในเครือ Yahoo Brewing ที่นักดื่มสายแข็งต้องไม่พลาด

สาขาที่เปิดใหม่บริเวณประตูทางออกฝั่งตะวันออกนี้ถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดมาของ YONA YONA BEER WORKS ด้วยจำนวนที่นั่งถึง 137 ที่นั่ง เบียร์ยอดฮิตประจำของทางร้านไม่ว่าจะเป็น “YONA YONA ALE” หรือ “SUIYOBI NO NEKO” ก็มาพร้อมเสิร์ฟ หรือจะเป็นเบียร์พิเศษที่มีเฉพาะในสาขานี้ก็น่าลอง อาหารก็มีให้เลือกหลากหลายกว่า 20 ชนิด ที่เห็นในภาพจะเป็นไส้กรอกสูตรต้นตำรับชิ้นโต

อีกหนึ่งเมนูเด็ดเห็นจะเป็นไก่อบจานนี้ที่ใช้ไก่จากจังหวัดฟุคุชิมะ นอกจากนี้กับแกล้มเล็กๆน้อยๆก็ยังมีให้เลือกอีกหลายเมนูทานคู่กับเบียร์แสนอร่อย ทางร้านใช้คอนเซ็ปต์ Craft & Lounge ในการตกแต่งจึงแบ่งโซนในร้านออกได้เป็นสองโซนใหญ่ๆ โซน Craft จะให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในโรงกลั่นเบียร์ได้ฟีลจิบเบียร์แบบสุดๆ อีกโซนจะเป็นโซน Lounge ให้ได้นั่งชิลล์ไปกับเตาผิงไฟ เลิกงานไม่ว่าจะมานั่งจิบเบียร์ชิลล์ๆหรือจะนัดเพื่อนฝูงมาคุยนู่นนี่ ก็ได้ทั้งบรรยากาศทั้งรสชาติครบจบในที่เดียว

คอเบียร์หลายคนคงจะอดใจไม่ไหวซะแล้ว YONA YONA BEER WORKS จะเปิดทำการในช่วงปลายเดือนมีนาคม เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปเจอกันให้ได้ที่ร้าน อยู่บริเวณประตูทางออกฝั่งตะวันออกสถานีชินจูกุนะครับ

Yona Yona Beer Works
 ที่อยู่ : Japan, 〒107-0062 Tōkyō-to, Minato-ku, Minamiaoyama, 3 Chome−18, 南青山3-18-20 南青山松本ビル
——————————————————————————————————
ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org
       ย่านน่าสนใจอีกหนึ่งย่านที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว…..แต่เป็นย่านอาหารสุดฮิต!! ถ้าเกิดได้มาเที่ยวโตเกียวแล้วไม่ได้มานี่ถือว่าพลาดสุดๆ
        สำหรับย่านที่เราว่านั้นก็คือตลาดปลา Tsukiji ตลาดปลาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับนักเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้วมานอนค้างหรือแวะเที่ยวโตเกียวไม่ควรที่จะพลาดมาลองของสดๆใหม่ๆ กันถึงที่นี่ เพราะถ้าไม่ได้มาลองทานความเป็นญี่ปุ่นกันถึงที่นี่ถือว่าเหมือนไม่ได้มาถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นญี่ปุ่นแท้ๆ เลยหล่ะค่ะ
 ตลาดปลา Tsukiji เองก็มีหลากหลายร้านอาหารให้เลือกทาน โดยส่วนมากจะเป็นอาหารทะเลสดๆ อย่าง ซูชิ ซาซิมิ เนื่องจากเป็นตลาดค้าปลาที่ใหญ่ที่สุด จึงการันตรีได้ว่ารสสัมผัสที่เราจะได้รับจากที่นี่จะค่อนข้างสดเลยหล่ะค่ะ ส่วนเรื่องราคานั้นไม่แพง ครั้งก่อนแอดมินมาญี่ปุ่นก็โดนใจสำหรับไข่หอยเม่นสดมากกกก!! เข้าปากไปคำแรกไม่ได้ความคาวใดๆ เลย
หรือสำหรับไม่ได้โปรดเมนูปลาดิบอะไรขนาดนั้น ก็ลองทานข้าวหน้าปลาไหลหรือจะผลไม้และอาหารอื่นๆ อีกหลายอย่างให้เลือกทาน สำหรับเวลาเปิดร้านส่วนมากเป็นตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึงช่วงบ่ายๆ สำหรับร้านที่เราจะมาแนะนำกระทู้นี้เหมาะให้มานั่งชิลทานข้าวหน้าปลาดิบริมอ่าวโตเกียวซึ่งราคาไม่ได้แพงมากบวกกับวิวแล้วให้ 10 10 10 ไปเลยจ้าาาา พร้อมทั้งยังมีเครื่องดื่มทั้งโนแอล หรือจะมีแอลให้เลือกมากมาย และยังสามารถเลือก Enjoy Dinner ที่นี่ได้เลย เพราะว่าร้านนี้เปิดทำการตั้งแต่ 09.30 ไปจนถึงเวลา 18.00 น. เลย
ตามไปฟินปลาดิบกับวิวกันได้!!!
ร้าน : TOYOMI FISHERIES TERRACE
 
CR. https://retrip.jp/articles/100463/