ฟุกุโอกะ

ฟุกุโอกะ 


         เป็นอีกหนึงจังหวัดของเกาะคิวชู (Kyushu) เกาะคิวชูที่ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น และตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะญี่ปุ่น โดยมีจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) นี้ที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเกาะ และขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมอาหารแสนอร่อยของประเทศญี่ปุ่นอีกเมืองเลยทีเดียว😋

          วันนี้ขอพาพี่ๆ ไปเที่ยวเกาะใต้ญี่ปุ่น “คิวชู” ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินตรง ✈ กรุงเทพฯ – ฟุกุโอกะ”” (ไม่ผิดค่ะ ….. บินตรง‼ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง) เที่ยวบินตรงมีไม่กี่สายเท่านั้นจากกรุงเทพฯ ถ้าจะไปเที่ยวฟุกุโอกะ หรือ ทางเลือกอื่นก็อาจจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่โตเกียว แต่ตอนนี้มี Option ให้เราเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ กับเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฟุกุโอกะ เปิดจองไปเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เที่ยวบิน XJ636 DMK FUK และ XJ637 FUK DMK ( วันละ 3 เที่ยวบินทั้งไปและกลับ ) โพสนี้เลยขอมาแชร์โปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะไปกับทัวร์ หรือไป เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ก็ไปได้ง่ายๆ เลยค่ะ 😍

วันที่ 1 : ✈ สนามบินดอนเมือง – สนามบินฟุกุโอกะ >>> XJ 636 ( 23.40 – 07.00 )

การเดินทางไป ฟุกุโอกะ โดยสารการบิน ASIA X เที่ยวบิน XJ 636 เวลาออกเดินทาง 23.40 น. บินตรงจากสนามบินดอนเมืองไปลงสนามบินฟุกุโอกะใช้เวลาประมาณ 5 ชม. 20 นาที 

ฟุกุโอกะ

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมื่องให้ขึ้นไปที่ชั้น 3 ประตูหมายเลข 4 หรือ 5 ก็ได้ค่ะ วันที่เราไปทางเข้า 4 ปิดเลยต้องเข้าประตู 5 แทน

ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

เอกสารสำคัญในการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ คือ พาสปอร์ตตัวจริง ใบตรวจคนเข้าเมือง ใบกรมศุลกากร เมื่อเช็คอินเรียบร้อยแล้วจะได้ตั๋วแบบรูปนี้นะคะ และก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังประตูออกเดินทางที่ 24 กันเลย

ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

เราได้นั่งริมทางเดินพอดี ที่นั่งถือว่าโอเคเลยทีเดียว

ฟุกุโอกะ

มื้อเช้านี้ทานไก่อบซอลพริกไทยดำ กลิ่มหอมจนอดใจไม่ไหวจริงๆ เวลา ตี 2 ก็ต้องกินค่ะ

ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

ถึงแล้วสนามบินฟุกะโอกะ เมื่อลงจากเครื่องบินก็ต้องต่อรถบัสเพื่อเข้าไปในสนามบินอีกครั้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรก็เรียบร้อยแล้วค่ะ **พิธีตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะคะ  

มุ่งหน้า >>> สู่เส้นทางท่องเที่ยว

วันที่ 2 : ซากะ – ตลาดเช้าโยบูโอกะ – ท่าเรือโยบุโกะ ( ล่องเรือปลาวาฬ ) – หมู่บ้านนินจา – ออนเซ็น 

ตลาดเช้าโยบูโอกะ 

ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเมืองซากะ (Saga) ถือเป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นอีกทั้งยังเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมานานเป็นร้อยปี เต็มไปด้วยแผงขายอาหารทะเลสดๆ อาหารแปรรูป ผัก และดอกไม้ให้เลือกซื้อกันอย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว 

ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

ท่าเรือโยบุโกะ ล่องเรือปลาวาฬ

สำรวจโลกใต้น้ำทะเลแแบบกึ่งดำน้ำตัวแรกในภาคเหนือของเกาะคิวชู ด้านในของเรือมีกระจกบานเล็กจำนวนมากทั้งด้านซ้ายและด้านขาว เพื่อชมทัศนียภาพเต็มไปด้วยฝูงปลาเล็กใหญ่จำนวนมาก น้ำทะเลใส่มองลงไปสุดพื้นแนวปาการังและสาหร่ายเต็มไปหมด หากท่านใดที่ไม่ชื่นชอบชมโลกใต้น้ำก็สามารถขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อรับลมทะเลได้ค่ะ

ทานอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ เซทเทมปุระ + ขนมจีบปลาหมึก และอื่นๆอีกเพียบอร่อยมาค่ะ
ฟุกุโอกะ

ขนมจีบปลาหมึก

ฟุกุโอกะ

เทมปุระปลาหมึก

ฟุกุโอกะ

ซาซิมิปลาหมึกสดๆ

หมู่บ้านนินจา 

ตั้งอยู่ที่เมืองนางาซากิ (Nagasaki) ด้านในมีกิจกรรมให้เล่นเกี่ยวกับนินจาเยอะมาก อีกทั้งการแสดงโชว์ของนินจาที่น่าตื่นเต้นสุดๆ ที่นี่ยังจำลองบรรยากาศในยุคสมัยเอโดะให้ทุกท่านที่มาเยือนสามารถสนุกสนานไปกับการถ่ายรูปสวยๆเป็นที่ระลึกอีกด้วย
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

เข้าที่พัก ณ Yukai Resort Ureshinokan Hotel

ห้องสไตล์เรียวกัง อาหารบุฟเฟ่ต์ทั้งมื้อเย็ยและมื้อเช้าอร่อยมากๆค่ะ เหมาะสำหรับคนอ้วนอย่างเรา ที่สำคัญมีออนเซ็นให้แช่ด้วยสามารถแช่ได้ทั้งบ่อด้านนอกและด้านในแยกชาย/หญิง และเปิดให้บริการยันเที่ยงคืนเลย
**ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านในบ่อออนเซ็น
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

วันที่ 3 : ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ – โอบามา ออนเซ็น ( ออนเซ็นแช่เท่ายาว 105 ม. ) อุนเซ็น จิโงกุ – ออนเซ็น 

ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ

เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่เก่าแก่ของเมืองซากะ (Saga) ที่มีอายุหลายร้อยปี โดยศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากมักจะนิยมมาสักการะขอพรไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร หรือทางธุระกิจต่างๆให้สำเร็จอย่างไม่ขาดสาย

ฟุกุโอกะ
ฟุกุโอกะ

โอบามา ออนเซ็น

ออนเซ็นแช่เท้าที่ยาวที่สุดในประเทศญี่ปุ่น 105 ม. และที่สำคัญยังเป็นจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกด้วย 

อุนเซ็น จิโงกุ

เป็นบ่อน้ำแร่ที่ทีชื่อเสียงของเมืองอุุนเซ็น (Unzen) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ  บรรยากาศห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นกำมะถันในบ่อน้ำพุร้อน หมอก ไอร้อน และควันมากมาย 
ที่นี่ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสถานที่ที่ใช้ประหารชีวิตกลุ่มกบฏศาสนาคริสต์ที่ถือว่าเป็นศาสนานอกรีตของญี่ปุ่นในอดีต ที่สำคัญบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ยังเป็นฉากหลังของภาพยนต์ชื่อดังเรื่อง Silence อีกด้วย

เข้าที่พัก ณ Unzen Sky Onsen Hotel

ที่พักสไตล์เรียวกังสมัยก่อนสุดๆไปเลย ออนเซ็นที่นี่จะมีอุณภูมิที่สูงมากและเขาว่ากันว่าการแช่ออนเซ็นจะช่วยในเรื่องโรคผิวหนังและทำให้ผิวพรรณสวยงาม
สำหรับอาหารเช้าและอาหารเย็นจะเป็นเซ็ทไคเซกิอร่อยไม่แพ้บุฟเฟ่ต์เหมือนกันค่ะ เป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะกับท่านที่ชอบมาเที่ยวพักผ่อยคลายเครียดมากๆ

วันที่ 4 : ท่าเรือเฟอร์รี่ชิมาบาระ – คุมาโมโต้ – ช้อปปิ้ง โทซุ พรีเมี่ยม เอ้าท์เล็ต – ศาลเจ้าดาไซฟุ – ช้อปปิ้งย่านเทนจิน 

ท่าเรือเฟอร์รี่ชิมาบาระ 

เป็นท่าเรือข้ามฟากไปสู่ ท่าเรือคุมาโมโต้ (Kumamoto) โดยขับรถของเราขึ้นไปกับเรือเลย โดยตัวรถจะจอดด้านล่างใต้ท้องเรือที่ทางเขาจัดให้และด้านบนของเรื่อสามารถขึ้นไปนั่งพักผ่อน ทานอาหารจิบเครื่องดื่มหรือชมวิวก็ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน หากท่านใดเมาเรือควรเตรียมยาแก้เมาได้ด้วยนะคะ 

คุมาโมโต้

เมื่อเข้าสู่เมืองคุมาโมโต้ (Kumamoto) ก็ต้องแวะไปหาคุมาโมโต้ซักนิดจร้าาๅๅ วันที่เรามาถือว่าโชคดีมากๆที่ได้เจอคุมาโมโต้ตัวเป็นๆ แฟนคลับนายเยอะจริงๆ555

โทซุ พรีเมี่ยม เอ้าท์เล็ต

แวะช้อปปิ้งสิ้นค้าแบรนด์เนมกันหน่อยของเซลล์เยอะมากค่ะ เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งเอ้าท์เล็ตขนาดใหญ่ มีร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ท้องถิ่นของชาวญี่ปุ่นมากกว่า 150 ร้าน 

ศาลเจ้าดาไซฟุ 

เป็นศาลเจ้าที่ดังในเรื่องของการขอพรแห่งการศึกษา และทุกครั้งที่นักเรียนนักศึกษาจะมีการสอบก็จะมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป้นจำนวนมาก ทสำหรับคนที่ไม่ได้ขอพรเรื่องการศึกษาเมื่อเข้ามาในวัดนี้และต้องหารูปปั้นวัวเพื่อขอพร เพราะเขาเชื่อกันว่าถ้าเราได้ลูบหัวรูปปั้นจะทำให้เราฉลาดขึ้น ได้รับพรด้านความรู้ถ้าไปแล้วก็อย่าลืมกันนะคะ

ช้อปปิ้งย่านเทนจิน

ที่นี่สามารถเรียกได้ 2 ชื่อ จะเรียกว่า Tenjin ward หรือ Downtown Area ก็ได้ แหล่งช้อปปิ้งที่เป็นหัวใจหลักของเมืองฟุกุโอกะหรือเกาะคิวชู โดยบริเวณนี้จะมีร้านค้า ถนนคนเดิน และห้างใหญ่ๆมารวมตัวกันอยุ่มากมาย มีสิ้นค้าให้เลือกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และอื่นๆอีกเพียบ

เข้าพัก Monte Hermana Hotel 

โรงแรมหรูหราใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งมากมายสะดวกมากๆค่ะสิ่งอำนวนความสะดวกภายในห้องมีบริการครบถ้วน ปลื้มที่สุดเลยคือมีเครื่องฟอกอากาศด้วย ☺

วันที่ 5 : ✈ สนามบินฟุกุโอกะ – สนามบินดอนเมือง >>> XJ 637 ( 07.45 – 11.45 )

เดินทางกลับแล้ว..โดยสารการบิน Air Asia

เราออกเดินทางแต่เช้าเลยเพื่อไปยังสนามบิน ฟุกุโอกะ เที่ยวบิน  XJ637 เวลาออกเดินทาง 07.45 น. บินตรงกลับไปยังสนามบินดอนเมืองเลยค่ะ ใช้เวลาเพียง 5 ชม. 
ที่สนามบินฟุกุโอกะก็มีสินค้าให้ช้อปหลากหลายเหมือนกัน แนะนำท่านใดที่ไม่ได้แวะช้อปปิ้งในเมืองให้มาแวะช้อปที่นี่ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ขนม เสื้อผ้า น้ำหอม ของที่ระลึก ต่างๆมีครบทุกอย่างเลยจร้าๅๅ

ขากลับคนเยอะสุดๆไปเลยค่ะ ขากลับเราได้นั่งริมทางเดินเช่นเดิมเดินเข้า-ออกสบาย เช้านี้ทานไก่เทอริยากิลองท้องก่อนนอนอร่อยมากๆค่ะ นอนหลับยาวๆไปเลยจร้า… ลืมตาอีกทีถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว 555

เราก็ขอจบทริปนี้ไว้เพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าท่านที่กำลังวางแพลนอยากไปเที่ยวที่ฟุกุโอกะก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางที่เราแนะนำได้เลยค่ะ ส่วนมากเส้นท่องเที่ยวจะเป็นเส้นทางธรรมชาติยิ่งท่านใดขับรถเที่ยวเองยิ่งสนุกนะคะ บินตรงบินสบายกระเป๋าบินไปกับสายการบิน Air Asia กันคร้า..


ตรวจสอบราคาพิเศษและสำรองที่นั่งได้ที่  >> airasia.com หรืออยากเช่ารถขับเที่ยวเอง >> Easy And Save  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02-676-3377

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ต้องทำอย่างไร❓

          “การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น กับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ง่ายไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับลูกค้าท่านที่มีแพลนการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น ในการเดินทางออกไปต่างเมืองต่างจังหวัดเยอะๆ เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมีผู้สูงอายุเดินทางไปด้วย หากคำนวนแล้วการเช่ารถอาจจะเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเลยก็ว่าได้ ซึ่งการเช่ารถที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากหากคุณจองกับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ เพราะเราสามารถจัดการรายละเอียดในการจองรถให้คุณได้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น การเปลี่ยนแปลงวันเดินทาง เปลี่ยนสถานที่รับคืนรถ ฯลฯ ที่สำคัญการเลือกจองรถเช่ากับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ สามารถคอนเฟิร์มรถให้คุณได้ 100% ก่อนออกเดินทางอย่างแน่นอน ซึ่งคุณสามารถระบุรุ่นรถได้ด้วยตัวคุณเองอีกด้วย รวมถึงมีสตาฟคนไทยค่อยให้บริการตลอดหากคุณมีปัญหาเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นฟรี

ขั้นตอน..การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น

1. เอกสารการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น ➕     การเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น

หมายเหตุ: ใบขับขี่สากลมีอายุ 1 ปี ณ วันที่ออกบัตร กรุณาตรวจสอบวันหมดอายุก่อนเดินทาง

**หากคุณยังไม่เคยทำใบขับขี่สากล คลิกเลยเพื่อดูข้อมูลการทำจากกรมขนส่ง

2. ข้อมูลการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ 

  • ชื่อ-นามสกุล ผู้ขับขี่เป็นภาษาอังกฤษ (ตรงตามหน้า Passport และ ใบขับขี่สากล)
  • วันที่/เวลาและสถานที่รับรถ
  • วันที่/เวลาและสถานที่คืนรถ 
  • เที่ยวบิน พร้อมวันและเวลาเดินทาง
  • รุ่นรถที่ต้องการ (สามารถเลือกได้ 2 รุ่น เพื่อเป็นหลักและสำรอง)
  • แจ้งจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ (หากผู้โดยสารเป็นเด็กเล็กกรุณาแจ้งล่วงหน้าหากต้องการใช้ car seats หรือ ที่นั่งสำหรับเด็ก)

3. ชำระค่าบริการกับอีซี่ แอนด์ เซฟ 

  • คอนเฟิร์มรายละเอียดรถเช่า พร้อมจัดส่งเอกสารเรียกชำระเงิน(invoice) เพื่อชำระค่าบริการ
  • ชำระค่าบริการ (โอนผ่านบัญชีธนาคาร/เครดิต)
  • จัดส่งเอกสารรับรถ (voucher) ทางอีเมล เพื่อใช้ในการรับรถเช่า

หมายเหตุ: หากต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการจองกรุณาแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วันทำการ

4. เอกสารประกอบการรับรถ ณ สถานที่รับรถประเทศที่ปุ่น

การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น ➕การจองรถเช่าที่ญี่ปุ่น➕    การเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น ➕  การเช่ารถขับเที่ยวที่ญี่ปุ่น

เอกสารรับรถ       +            พาสปอร์ต                  +           ใบขับขี่สากล          +      ใบขับขี่ตัวจริง

เมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุ💢 ที่ประเทศญี่ปุ่น

เช่ารถในญี่ปุ่น

หมายเหตุ: ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือไม่ ต้องแจ้งเหตุให้ทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ ทราบเพื่อประโยชน์ในการเครมประกัน 

คำเตือน!!!..กรุณาแจ้งทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยก็ตาม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

          ขั้นตอนการจองรถเช่า ดูแล้วไม่ซับซ้อนและไม่ยากเลยใช่ไหมคะ การให้บริการของ อีซี่ แอนด์ เซฟ นอกเหนือจากการจองรถเช่าที่ญี่ปุ่นแล้ว ยังมีสตาฟคอยให้คำปรึกษาและดูแลเรื่องเส้นทาง การขับรถ  การค้นหา Map Code การใช้ GPS กับลูกค้าที่เข้ามาเช่ารถ หากคุณยังไม่มั่นใจในการเช่ารถขับเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ลองเดินทางเข้ามาปรึกษาและสอบถามกับทาง อีซี่ แอนด์ เซฟ ซึ่งทางเรายินดีให้บริการก่อนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และในกรณีฉุกเฉินจะมีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาไทยอำนวยความสะดวกเมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

สามารถดูข้อมูลการตัดสินใจเพิ่มเติมได้ที่…. คลิกเลย >> ความแตกต่างระหว่างจองผ่านตัวแทนและออนไลน์

หากคุณสนใจดูรายละเอียดรถเช่า www.easyandsave.com หรือ สอบถามได้ 📲 02-676-3377

ความแตกต่างระหว่าง

ตัวแทนจองรถเช่าในไทย กับ จองออนไลน์ …. 🚗🚕 

จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ 

ค่าบริการ

อีซี่ แอนด์ เซฟ

✔ ประกันภัยครอบคลุมสูงสุด ไม่ต้องซื้อเพิ่มจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองสูงสุด 30,000,000 เยน ฟรี ประกัน NOC ค่าชดเชยความเสียหายทางธุรกิจ  อุปกรณ์เสริมต่างๆ จองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟจองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ฟรี ที่นั่งสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ฟรี ยางหิมะ (ในบางพื้นที่) สำหรับบัตรทางด่วนเหมาจ่ายทุกประเภทสามารถจองผ่านเราได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง

ตัวอย่างบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย เช่น HEP CARD,  KEP CARD, CEP CARDTEP CARD , SEP CARDJEP CARD เป็นต้น

✔ ที่ปรึกษาด้านการขับรถเที่ยว จองตรงกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ ยินดี ให้คำปรึกษาเส้นทางการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น แนะนำ รุ่นรถ + สัมภาระ เหมาะสมกับผู้เดินทาง อุ่นใจ ทีมช่วยเหลือฉุกเฉินโดยเจ้าหน้าที่คนไทย

เว็บออนไลน์

⭕ ซื้อเพิ่ม ค่าประกันอุบัติเหตุพื้นฐาน

⭕ ซื้อเพิ่ม ประกัน NOC 

⭕ ซื้อเพิ่ม ค่าอุปกรณ์เสริมต่างๆ 

ความสะดวกในการจองรถเช่า

อีซี่ แอนด์ เซฟ

🔵 จองรถเช่าได้ที่ไทย เราเป็นตัวแทน TOYOTA Rent a Car แห่งแรกในไทย ติดต่อได้หลายช่องทาง : โทรศัพท์ อีเมล ไลน์ หรือมาที่ออฟฟิศอยู่ใจกลางเมือง  🔵 สามารถทดลองใช้ GPS ของจริงที่ออฟฟิศในไทย

เว็บออนไลน์

🔴 ต้องจองผ่านระบบที่หน้าเว็บไซต์ 🔴 หาข้อมูลตัดสินใจเองไม่มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ 

  กรณีจองรถไม่ได้ตามที่ต้องการ 🔵 เราสามารถตรวจสอบรุ่นรถ หรือสาขาที่อยู่ใกล้เคียงให้ได้ 

  กรณีจองรถไม่ได้ตามที่ต้องการ 🔴 ต้องโทรเช็คต่างประเทศ หรือทำการจองใหม่

การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการจอง

อีซี่ แอนด์ เซฟ

🔵 เปลี่ยนแปลงได้ 7 วัน ก่อนเดินทาง โดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ชาวไทย ทางโทรศัพท์ อีเมล หรือไลน์ จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ 

เว็บออนไลน์

🔴 ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ CALL CENTER ชาวต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

———————————————————————————————————————————————————-

หากคุณต้องการเปิดประสบการณ์เดินทางแบบใหม่ ที่อิสระและสนุก : อีซี่ แอนด์ เซฟ ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับคนที่หลงใหลการขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น

สอบถามได้ที่ EASY&SAVE : 02 676 3377

ขับรถเที่ยวเอง VS นั่งรถไฟเที่ยว

ขับรถเที่ยวเองขับรถเที่ยวเอง

ทางเลือกเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง หากคุณเดินทางเป็นหมู่คณะ(ไม่เกิน 8 ท่าน) ต้องการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าไม่ถึง มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กที่ไม่สามารถเดินเท้าในระยะทางไกลๆได้ มีสัมภาระที่จำเป็นต้องพกติดตัวจำนวนมาก คุณเหมาะมากในการเลือกใช้บริการขับรถเที่ยวเองในญี่ปุ่น   

หลายๆท่านคงคิดว่า การขับรถเที่ยวในต่างประเทศเป็นเรื่องไกลตัวและน่ากังวล ซึ่งจริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่คุณมีใบขับขี่รถยนต์ คุณก็สามารถเช่ารถขับเที่ยวในต่างประเทศได้สบายๆ เพียงแค่ยื่นขอใบขับขี่สากล ซึ่งขั้นตอนการทำง่ายๆเพียง 1 วันเท่านั้น และในเรื่องของการกังวลเรื่องเส้นทางสมัยนี้รถทุกคันก็จะมี GPS ไว้อำนวยความสะดวกอยู่แล้วจึงหมดห่วงไปได้เลย  ความง่ายอีกหนึ่งอย่างในการขับรถที่ประเทศญี่ปุ่นก็คือด้านของพวงมาลัยรถอยู่ฝั่งด้านขวาเหมือนประเทศไทยทำให้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องความเคยชินในการขับรถพวงมาลัยซ้ายหรือขวา และเพียงทำตามกฎจราจรก็ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน ที่สำคัญจุดรับ-คืนรถมีสาขากระจายอยู่เยอะมากทั่วประเทศญี่ปุ่น กว่า 1,200 สาขา ทำให้สะดวกในการเลือกจุดรับ-คืนรถได้ตามที่ต้องการ ทั้งบริเวณสนามบิน โรงแรมและสถานีรถไฟในแทบทุกพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น 

***สำหรับคณะ 10 ท่านขึ้นไปที่สนใจการเช่ารถต้องมีใบขับขี่ ประเภทใบขับขี่สาธารณะเท่านั้น

 

นั่งรถไฟ นั่งรถไฟ

สำหรับการนั่งรถไฟเที่ยว ทางเลือกอันแสนสะดวกสบายสำหรับคนที่ชอบผจญภัย และอยากไปสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคุณญี่ปุ่นแบบจัดหนักจัดเต็ม เหมาะสำหรับคนที่เดินทางไปกับกลุ่มเพื่อนจำนวนไม่มาก สัมภาระไม่เยอะหรือเที่ยวแบบ Backpacker และมีจุดหมายการเดินทางเป็นสถานที่ที่มีรถไฟเข้าถึงอย่างบริเวณใจกลางเมืองใหญ่ต่างๆเป็นต้น

ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีสายรถไฟที่ค่อนข้างจะครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่มองดูว่ายากอาจจะเป็นการที่คุณจะต้องทำความเข้าใจในเส้นทางต่างๆก่อนเดินทางและศึกษาเส้นทางแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อป้องการความผิดพลาดในการเดินทาง และการวางแผนในการใช้ตั๋วรถไฟให้คุ้มค่า ประเภทของรถไฟต่างๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะมีทั้ง JR, Metro, Nankai, Shinkansen ฯลฯ ซึ่งในแต่ละเส้นทางที่เลือกไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่แพลนไว้หรือไม่อย่างไรเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะรถไฟประเทศญี่ปุ่นจะค่อนข้างแม่นยำเรื่องเวลามาก ขึ้นขบวนผิดชีวิตเปลี่ยนก็ว่าได้ แต่รถไฟก็ยังเป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนมักจะเลือกใช้

***การนั่งรถไฟควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน 7.00-8.00 น. และ 17.00 – 19.00 น. เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง

เปรียบเทียบการเดินทางทั้ง 2 ประเภท

ก่อนตัดสินใจ

อัตราค่าเดินทาง

ขับรถ

🔵 ราคาผันแปรตามจำนวนคน คนเยอะขึ้น ราคาเฉลี่ยจะถูกลง

นั่งรถไฟ

🔴 ราคาคงที่ต่อคนตามเที่ยวของการเดินทาง  ไม่สามารถหารเฉลี่ยได้

การเข้าถึงสถานที่เที่ยว

ขับรถ

🔵 ครอบคลุมทุกจุดที่รถสามารถเข้าถึงได้  เหมาะสำหรับเดินทางต่างจังหวัด หรือสถานที่เที่ยวไกลสถานี

นั่งรถไฟ

🔴 ครอบคลุมบริเวณพื้นที่เที่ยว ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เหมาะสำหรับที่รถไฟเข้าถึงอย่างตัวเมือง 

เวลา

ขับรถ

🔵 บริหารเวลาได้อิสระ

นั่งรถไฟ

🔴 อิงตามรอบเวลาอย่างชัดเจน

สัมภาระ

ขับรถ

🔵 สามารถวางสัมภาระที่ไม่จำเป็นไว้ในรถได้ในระหว่างท่องเที่ยว

นั่งรถไฟ

🔴 ต้องหิ้วสัมภาระติดตัวตลอด 

ความสะดวกสบาย

ขับรถ

🔵 สามารถพาคุณไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลา เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปตามต่างจังหวัด แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจอดรถเพิ่มเติมในบางพื้นที่

นั่งรถไฟ

🔵  จำเป็นต้องเดินทางตามเส้นทางเดินรถไฟ เหมาะกับผู้ที่เน้นเที่ยวในเมือง หรือสถานที่ที่รถไฟเข้าถึง

*************************************************************************

การไปท่องเที่ยวใครๆก็อยากได้ทั้งความสะดวกสบายและความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปทั้งนั้น การเลือกวิธีการเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำหรับการเที่ยวที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณพบว่าการเช่ารถขับเที่ยวเองเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณแล้วหละก็ อย่ารอช้าค่ะ …..คุณสามารถติดต่อสอบถามเรื่องการเช่ารถกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาเรื่องการเช่ารถขับในญี่ปุ่นกับคุณไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เส้นทางการเดินทาง วิธีการขับรถ กฏจราจรในญี่ปุ่น อุปกรณ์ภายในรถหรือรุ่นรถต่างๆที่เหมาะกับการใช้งานของคุณกับทางสตาฟของ อีซี่ แอนด์ เซฟ บริษัทที่ให้บริการเช่ารถขับในประเทศญี่ปุ่น ได้ง่ายๆ ในราคาเซฟๆ โดยไม่ยุ่งยากเลยสักนิด

เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณ อ่านรีวิวการเช่ารถขับได้ที่ด้านล่าง

คลิก >>>> Kumamoto Aso ขับรถเส้นทางลอยฟ้า คุมาโมโต้ เขาอะโซะ

คลิก >>>> แชร์ประสบการณ์การทำงาน ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง แบบหนาวจับใจที่ HOKKAIDO  

**ต้องขอขอบคุณ2 เพจนี้ ที่ใช้บริการรถเช่ากับเราและลงรีวิวให้ด้วยนะคะ

อีซี่ แอนด์ เซฟ ตัวแทนโตโยต้าอย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย

สนใจจองรถเช่าขับเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ติดต่อ:  www.easyandsave.com // สอบถาม: 02-676-3377

 

ทำไมต้องจองกับอีซี่ แอด์ เซฟ  // เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นกับอีซี่ แอนด์ เซฟ ดีอย่างไร? 

ขับรถฤดูหนาวด้วยยางหิมะ

          การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวนั้นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเลยคือการขับรถลุยหิมะนั่นเอง ปัญหามากมายสำหรับการขับรถทั้งรถติดหิมะจนวิ่งต่อไปไม่ได้ ถนนลื่นเหมือนลานสเก็ต ฯลฯ สาระพัดปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกหิมะปกคลุมในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ดังนั้นการขับรถเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวจึงจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์เสริมนั่นก็คือ ยางรถยนต์สำหรับวิ่งบนหิมะ หรือที่เราเรียกกันว่ายางหิมะ นั่นเอง ถึงแม้ว่าจุดเริ่มเดินทางจะไม่มีหิมะตกก็ตาม แต่ในระหว่างเดินทางหรือจุดหมายปลายทางอาจมีหิมะตกก็ได้ ดังนั้นก่อนเดินทางจึงต้องศึกษาสภาพอากาศให้ดี และควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เพิ่มขึ้นหากขับรถบนถนนที่มีหิมะ ควรใจเย็นและขับขี่อย่างปลอดภัยถึงแม้จะใส่ยางหิมะแล้วก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นของการเดินทาง

ทำความรู้จักกับยางหิมะ

************************************************************************

จองกับ อีซี่ แอนด์ เซฟ

เราเชื่อว่า…หลายคนสงสัยว่ายางหิมะ และโซ่พันล้อ คืออะไร? วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลดีๆก่อนไปขับรถกัน…. 🚕

ยางหิมะ คือ ยางรถยนต์ที่มีดอกยางพิเศษกว่ายางรถยนต์ทั่วๆไปและยึดเกาะบนถนนได้ดีกว่ายางธรรมดา ทำให้ขับเคลื่อนบนหิมะแล้วไม่ลื่น สามารถขับได้ทั้งถนนปกติและถนนที่มีหิมะปกคลุมได้นั่นเอง ส่วนโซ่เป็นเพียงโซ่ที่นำมาพันล้อรถให้ขับเคลื่อนลุยหิมะไปได้ แต่ถ้าไปถึงถนนที่ไม่มีหิมะแล้วก็ไม่สามารถขับต่อได้ จึงทำให้ต้องเสียเวลาในการไปศูนย์รถยนต์เพื่อใส่และถอดโซ่ออก คนส่วนใหญ่จึงจะไม่ค่อยนิยมเลือกใช้โซ่แต่จะเลือกใช้ยางหิมะเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างเต็มที่

สิ่งที่จะต้องเจอ…เมื่อหิมะตก!!!

ยางหิมะ

ถนนลื่น

ถนนลื่นเพราะ “หิมะ” ทำให้พื้นถนนมีความหนาและรวมไปถึงการขับเคลื่อนของพาหนะที่ไปกดทับหิมะบนถนน ทำให้ถนนเกิดเป็นน้ำแข็งขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นการขับรถช่วงนี้จึงมีความอันตรายสูงจากการลื่นและการละลายของน้ำแข็ง ถึงรถของเราจะใช้ยางหิมะแล้วก็ตาม หากไม่ระมัดระวังก็สามารถทำให้รถไหลแบบควบคุมรถไม่ได้เช่นกัน 

น้ำแข็งสีดำบนพื้นถนนที่หลอกตา (ลานสเก็ตน้ำแข็ง)

สิ่งที่แย่ที่สุดบนถนน พื้นที่เป็นน้ำแข็งหลังจากเกิดการละลายจากฝนตก แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นน้ำแข็งหรือรอยถนนเปียกน้ำมันสามารถทำให้รถลื่นไถลได้ ดังนั้นควรจะขับรถด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง

มองไม่เห็น

ทั้งหิมะตกอย่างหนักทั้งหิมะที่ถูกพัดขึ้นมาจากถนนทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้ขับขี่ควรที่จะขับรถให้ช้าลงมากๆ

รถติดไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

ถ้าคุณขับรถในขณะที่หิมะหนาคุณอาจจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถไปไหนได้เลย เท่าที่เป็นไปได้ควรจะมองหาถนนที่โล่งๆ หรือขับไปตามรอยล้อรถคันอื่น

เคล็ดลับการขับรถช่วงฤดูหนาว

     1. ยางหิมะ

     ฤดูหนาวหิมะตก ควรเลือกใช้ยางหิมะในทุกเส้นทางที่คุณจะไป ถึงจะเจอหิมะแค่บางวันหรือ

     บางเส้นทางท่องเที่ยวก็ตาม เพื่อความปลอดภัย

     2. ตรวจสอบที่ปัดน้ำฝน ไม่ปล่อยให้เป็นน้ำแข็ง

     เมื่อน้ำแข็งเกาะติดอยู่กับที่ปัดน้ำฝน อย่ายกด้ามปัดขึ้นในทันทีเพราะจำทำให้หักและชำรุดโดยง่าย

     ควรถอดออกมาทำความสะอาดเลยจะดีกว่า 

     3. เปิดไฟหน้ารถ

     ขับรถในขณะที่มีหิมะตกเป็นไปได้เปิดไฟขณะขับจะดีที่สุด ในกรณีที่หิมะตกหนักจนมองทางไม่เห็น

     การเปิดไฟหน้ารถจะทำให้รถคันที่สวนมาสามารถมองเห็นเราได้

     4. พกแว่นกันแดดป้องกันแสง

     ถ้าช่วงฤดูหนาวมีแสงแดดเมื่อไหร่ แสงสะท้อนมันที่ตกกระทบกับพื้นจะทำให้ปวดตาได้

     ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านก็ควรที่จะพกแว่นกันแดดติดมือออกมาด้วย

     5. กำจัดกองหิมะบนหลังคารถ

     ก่อนขับรถคุณต้องเช็ครถก่อนว่าได้กำจัดกองหิมะบนหลังคารถคุณแล้วหรือยัง

     ไม่เช่นนั้นมันอาจจะไหลลงมาโดนที่ปัดน้ำฝน และบังกระจกทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางได้

     6. ฝึกควบคุมรถหากต้องเจอถนนลื่น

     ถ้าคุณต้องการที่จะทดลองเบรค หรือกะความเร็วในช่วงขับรถบนถนนลื่น

     ให้ใช้ความเร็วต่ำ และควรจะหาที่ปลอดภัย ไม่ควรที่จะทำในขณะที่มีรถอยู่ข้างหน้าหรือตามหลัง

     คุณ 

     7. รักษาความเร็วอย่างสม่ำเสมอ และไม่ขับรถเร็ว

     เมื่อเกิดเหตุพายุหิมะขึ้น จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ และยิ่งเมื่อมีรถคันใหญ่

     (รถบรรทุก) ขับผ่านจะพัดหิมะที่อยู่บนพื้นขึ้นมายิ่งทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถยิ่งต่ำลง

     ในสถานการณ์นี้ควรที่จะลดความเร็วลงและขับไปช้าๆ เพื่อความปลอดภัย

 

4 สิ่งสำคัญสำหรับการขับรถลุยหิมะ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาว

1. ใช้ยางหิมะ ควรเปลี่ยนใช้ยางหิมะเมื่อรู้ว่าจะต้องเจอหิมะแน่นอนในเส้นทางขับรถของคุณ 

2. ขับช้าๆ รักษาความเร็วการขับช้าๆ อาจจะใช้เวลานาน แต่สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้

3. รักษาระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันการรักษาระยะห่างระหว่างตัวคุณและรถคันข้างหน้าให้พอดีเผื่อเวลาเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. เข้าใจสภาพจราจรข้างหน้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งในฤดูหนาว ดังนั้นผู้ขับขี่จะต้องใส่ใจกับสัญญาณเตือน ไฟเบรคและรถรอบๆตัว

ถ้าคุณติดหิมะอยู่……      ยางหิมะ

1. อย่าทิ้งยานพาหนะ เพราะเสี่ยงเกิดรถหาย

2. เปิดไฟฉุกเฉิน ให้ผู้อื่นรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

3. โทรหาตำรวจ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ที่คุณทำการจองรถด้วย

4. อย่าให้หิมะอุดติดท่อไอเสีย เพราะอาจจะเกิดอันตรายจากสารพิษคาร์บอนมอนอกไซด์จากการอุดตันของท่อ

ขอบคุณรีวิวการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวกับเรานะคะ

อ่านรายละเอียดเพิ่ม คลิก

หากรถคันใดไม่ได้ใช้ยางหิมะแล้วพยายามจะขับเข้าไปในพื้นที่ที่มีหิมะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ดังนั้นที่ญี่ปุ่นจึงมีการตั้งด่านตรวจเข้มในระหว่างทางที่มีหิมะ

 เพื่อตรวจสอบรถยนต์และจะไม่อนุญาตให้ใช้เส้นทางหรือขับต่อไปได้  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ จึงควรเลือกใช้รถที่มี ยางหิมะ

หากมีโปรแกรมเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ หรือฤดูหนาวประเทศญี่ปุ่น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หากท่านใดกำลังวางแผนตัดสินใจขับรถเที่ยวในฤดูหนาวนี้ สามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ที่ 👉  www.easyandsave.com  หรือ 📲 ติดต่อ: 02-676-3377

เราสามารถช่วยคุณจองยางหิมะและเช็คเส้นทางล่วงหน้าได้  ….

โปรโมชั่นพิเศษ ฟรี!.. “ยางหิมะ” (เฉพาะบางพื้นที่)

          ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นใครๆก็นึกถึง “ฮอกไกโด” จริงหรือไม่..?? เหตุผลที่นิยมเที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนเพราะทุ่งลาเวนเดอร์เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงนี้  จึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะแยะไปหมด นอกจากดอกลาเวนเดอร์ที่เป็นจุดเชิญชวนนักท่องเที่ยวแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ที่ทางเราจัดเป็นเส้นทาง ขับรถเที่ยวฮอกไกโด ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของท่าน ไปดูกันเล๊ย…….

วันที่ 1  ออกจากสนามบิน Chitose

 สนามบิน Chitose >>> ขับรถประมาณ 53 นาที <<< หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ >>>  ขับรถประมาณ 12 นาที  <<< หุบเขานรกจิโงคุดานิ >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 47 นาที <<< นอนพัก Yubari

วันที่ 2 ออกจากที่พักแถว Yubari

ที่พักแถว Yubari >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที <<< โรงงานผลิตชีส >>> ขับรถประมาณ 21 นาที <<< ฟาร์มโทมิตะ >>> ขับรถประมาณ 32 นาที <<< บ่อน้ำสีฟ้า >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 28 นาที <<< นอนพัก Kamikawa

วันที่ 3 ออกจากที่พักแถว Kamikawa 

ที่พักแถว Kamikawa >>> ขับรถประมาณ 6 นาที <<< พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง >>> ขับรถประมาณ 41 นาที <<< สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า >>> ขับรถประมาณ 15 นาที <<< หมู่บ้านราเมน >>> ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 57 นาที <<< หอนาฬิกา >>> ขับรถประมาณ 3 นาที <<<นอนพัก Sapporo

วันที่ 4 ออกจากที่พักแถว Sapporo

ที่พักแถว Sapporo >>> ขับรถประมาณ 43 นาที <<< คลองโอตารุ >>>ขับรถประมาณ 4 นาที <<< นาฬิกาไอน้ำโบราณ >>> เดิน 1 นาที <<< พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี >>> ขับรถประมาณ 45 นาที <<< ย่านทานุกิ >>> ขับรถประมาณ 54 นาที <<< กลับสนามบิน CHITOSE AIRPORT

ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกัน…….😍🚗

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ (Noboribetsu Date Jidaimura)

          พาทุกท่านย้อนไปสู่เมืองโบราณสมัยเอโดะ ภายในหมู่บ้านมีการจัดแสดงโชว์นินจา รวมถึงละครย้อนยุคแนวคอมเมดี้ ให้ทุกท่านได้สนุกเพลิดเพลิน ไปกับโชว์ พร้อมกับซึมซับบรรยากาศการจำลองบ้านเมืองและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสมัยนั้น ซึ่งท่านยังสามารถเช่าชุดกิโมโน หรือชุดนินจาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้คนแต่งตัวเป็นพ่อค้า ซามูไร นินจา เดินไปมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน และมีการแสดงวัฒนธรรมแบบชาวเอโดะให้ทุกท่านได้ชมกัน 

หุบเขานรกจิโงคุดานิ

หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani noboribetsu )

          ถือเป็นแหล่งกำเนิดออนเซนดีที่สุดบนเกาะฮอกไกโด โดยที่นี่มีทั้งบ่อโคลน และ บ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณให้ความรู้สึกเหมือนนรกที่มีควันร้อนๆจากกระทะทองแดงออกมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้หุบเขาเเห่งนี้มีชื่อเรียกกันติดปากในหมู่ชาวญี่ปุ่นว่า “หุบเขานรก” โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่การมีเเร่ธาตุกำมะถันในปริมาณที่มาก เเละทำให้น้ำมีสรรพคุณต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ในช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละช่วยสร้างสีสันให้กับการมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

โรงงานชีสฟูราโน่

โรงงานชีสฟูราโน่ (Furano Cheese Factory)

         แหล่งผลิตชีสคุณภาพชั้นยอดอันขึ้นชื่อของเมืองฟูราโน่  ชีสที่ถือเป็นไฮไลต์ที่แปลกแบบสุดๆของที่นี่ก็คือ ชีสดำ ซึ่งถือว่าเป็นชีสพิเศษที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เป็นสีดำก็ไม่ได้มาจากสารปรุงแต่งที่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด แต่เป็นสีจากสีหมึกดำของปลาหมึกนี่เอง นอกจากนี้ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปชมขั้นตอนการผลิตชีส ตลอดจนลองชมรสชาติของชีสคุณภาพชนิดต่างๆ และได้ประสบการณ์การทำไอศครีมหรือเนย เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากนมผ่านมุมต่างๆ ภายในอาคารยังมีคาเฟ่ไอศครีมไขมันต่ำ และยังสามารถทานพิซซ่าที่อบจากเตาเผาหินได้อีกด้วย

ฟาร์มโทมิตะ

ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)

          สัมผัสความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ เมือง ฟุราโน ไฮไลท์อยู่ที่ทุ่งดอกไม้หลากสีสัน เรียงสีสวยงามราวกับสายรุ้ง จนได้ชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมืองฮอกไกโด”  เนื่องจากมีวิวทิวทัศที่สวยงามมีฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ (Tokachi mountain) นอกจากนี้ในฟาร์มโทมิตะยังมีโรงงานเล็กๆ สาธิตกระบวนการเอาดอกลาเวนเดอร์มาสกัดเป็นหัวน้ำหอม หรือการนำไปแต่งกลิ่นอาหาร เช่น ไอศครีมลาเวนเดอร์ (ต้องลอง!!) และสามารถเลือกซื้อสินค้าจากลาเวนเดอร์กลับเป็นของฝากได้อีกด้วย

บ่อน้ำสีฟ้า

บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond)

         ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำที่มีความสวยแตกต่างจากบ่อน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ เนื่องจากความงามของน้ำที่บ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไป เพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา และยังมีตอไม้สูงต่ำที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้บ่อน้ำแห่งนี้โดดเด่นน่าไปเที่ยวชม ความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ

พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคะมิคะวะ (Kamikawa Ice Pavilion)

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ความหนาวเย็นแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเหมือนเป็นโลกน้ำแข็งแสนสวย โดยทางเดินอุโมงค์น้ำแข็งที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม รวมถึงบาร์น้ำแข็ง และถ้ำจำลองหินงอกหินย้อย เป็นประกายวิ้งวับราวกับกากเพชร นอกจากนั้นยังมีสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ใต้น้ำแข็ง เช่น คลิโอเนะ (Clione) หรือที่รู้จักกันในชื่อผีเสื้อทะเลให้ชมกันอีกด้วย จุดที่เป็นไฮไลท์ที่คนอยากทดสอบความหนาว หรืออยากลิ้มลองความหนาวระดับโหดต้องลองก็คือ ห้องที่จำลองเป็นโลกน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิภายในต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าหนาวสุดๆ

สวนสัตย์อาวาฮิยาม่า

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo)

          สัมผัสการชมสวนสัตว์รูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใครในเมือง อะซาฮิกาว่า ด้วยการออกแบบพื้นที่จัดแสดง ทำให้สามารถมองเห็นสัตว์น้อยใหญ่ได้ในทุกอิริยาบถ นอกจากนี้ยังสามารถชมการให้อาหารสัตว์ในช่วง “Mogu Mogu Time” อีกด้วย ไฮไลท์เด็ดของที่นี่นั่นก็คือ “อุโมงค์แก้วเพนกวิน” ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ที่จะผ่านบริเวณสระว่ายน้ำของเจ้าฝูงเพนกวินทั้งหลาย ทำความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใกล้ชิดกับเจ้าเพนกวิน อีกส่วนหนึ่งที่ดีงามไม่แพ้กันก็คือ “โดมแก้วขนาดเล็ก” ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงกลางของโซนหมีขั้วโลกและหมาป่า จึงทำให้เราเห็นเจ้าสัตว์ไม่ได้ง่ายๆอย่างหมีขั้นโลกและหมาป่ากันแบบระยะใกล้ๆ

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาวา

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village)

        ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนเมือง Asahikawa สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลย คือการทานราเมนต้นตำรับแท้สไตล์ของฮอกไกโดที่ “หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า” ราเมนของที่นี่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมายาวนานกว่าทศวรรษ โดยหมู่บ้านนี้จะรวมร้านราเมงเด็ดๆของเมืองภายใต้หลังคาเดียวกันไว้ถึง 8 ร้าน นอกจากนี้ราเมนยังมีวัฒนธรรมการทานที่เราควรรู้ไว้ คือ ต้องใช้ตะเกียบคีบเส้นและเครื่องเคียงแล้วเอาเข้าปากเลย ช้อนมีไว้สำหรับซดน้ำซุปเท่านั้น และถ้าราเมนร้านไหนอร่อยมากๆจะนิยมยกชามขึ้นมากซู้ด….เสียงดังเป็นการให้สัญญาณกับพ่อครัวว่า “ราเมนอร่อยมากกก” ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งอร่อยมากเท่านั้น

หอนาฬิกาซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)

          ร่วมสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองซัปโปโร และรูปแบบอาคารสไตล์ตะวันตกที่ถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในเมือง ปัจจุบันตัวอาคารได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราว ผ่านการจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณที่หาชมได้ยาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองซัปโปโรเลยที่เดียว นอกจากนี้นาฬิกาซัปโปโรยังถูกยกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกทางวิศวกรรมเครื่องกลของญี่ปุ่นในปีพ. ศ.2552  

คลองโอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal)

          แลนมาร์คที่สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่เดินทางมาถึงเมืองโอตารุ นั่นคือ คลองโอตารุ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ขนถ่ายสินค้าจากเรือจำนวนมาก สร้างขึ้นเมื่อปี 1923 ปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของคลองถูกถม และปรับเปลี่ยนเป็นทางเดินที่มีโคมไฟแก๊ส  มีคลังสินค้าจำนวนมาก ซึ่งทำจากอิฐและหินซัปโปโร เหลืออยู่ทั้งสองฝั่งของคลองโอตารุ ทำให้นึกถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อน บริเวณรอบๆคลองที่มีโกดังเป็นฉากหลัง เป็นวิวถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในตอนกลางคืนจะมีไฟเปิดรอบๆคลอง ทำให้ได้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

นาฬิกาไอน้ำโบราณ

นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Otaru Clock Tower)

          เมืองโอตารุมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีของโอตารุ นั่นก็คือ “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ ประเทศญี่ปุ่น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum)

          พิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นแหล่งรวบรวมกล่องดนตรีหลากหลายสไตล์ ลักษณะเป็นอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดง และโครงสร้างภายในทำด้วยไม้ สร้างขึ้นในปี 1910 โดยได้รับอิทธิพลจากชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยก่อน จนในปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งผลิตกล่องดนตรีที่มีอายุร้อยกว่าปีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นเลย

ชั้น 1 มีพื้นที่มากที่สุด เป็นโซนจำหน่ายของที่ระลึกและกล่องดนตรีสำเร็จรูปหลากสไตล์ให้เลือกตามความสนใจ

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของการแสดงประวัติความเป็นมาของกล่องดนตรีแต่ละยุคสมัย รวมทั้งมีกล่องดนตรีที่มีความหรูหราเป็นแบบฉบับดั้งเดิมให้เลือก

ชั้น 3 นักท่องเที่ยวสามารถมาประดิษฐ์กล่องดนตรีได้ด้วยตัวเองที่ชั้นนี้ เพียงแค่เลือกเพลงจากรายการเพลงทั้งหมด นำมาใส่กล่องและเลือกตุ๊กตาเซรามิกซึ่งก็มีหลากหลายแบบ จากนั้นนำมาประกอบเป็นกล่องดนตรีของตัวเอง

ย่านทานุกิ

ย่านทานุกิ (Tanuki Koji)

          ย่านทานุกิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก เหมาะสำหรับจับจ่ายซื้อหาของฝากจากฮอกไกโด ซึ่งแหล่งชอปปิ้งที่อยู่ภายใต้หลังคาคลุมยาวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านขนม อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart หรือแม้แต่ร้าน Don Quijote และที่นี่ยังเป็นที่จัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น เทศกาลทะนุกิ ในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งเป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

นี่…!! เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการขับรถเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูร้อนเท่านั้นะคะ ที่จริงแล้วฮอกไกโดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย และแต่ละฤดูกาลก็จะมีเอกลักษญ์ของสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปค่ะ  💛💜🧡

ใครที่ต้องการรถเช่าไปขับช่วงฤดูร้อนนี้ที่ฮอกไกโด สามารถ ติดต่อ จองรถเช่าได้ที่ EASY AND SAVE นะคะ ที่ปรึกษาและตัวแทนโตโยต้าแห่งแรกในไทยคร้าาาๅๅๅๅ 🚗

เส้นทางแนะนำขับรถเที่ยวโอกินาว่า… ?

หน้าร้อนประเทศญี่ปุ่นขอแนะนำทุกท่านขับรถเที่ยวโอกินาว่าแบบชิลชิล ศึกษาธรรมชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงในจังหวัดโอกินาว่า เพลิดเพลินกับโลกใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก..!!! ก็คือ ปลาฉลามวาฬใหญ่ยักษ์ทั้ง 3 ตัว  อีกทั้งแหล่งรวบรวมความบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งที่เที่ยวสำคัญอีกมากมาย เรียกได้ว่าเที่ยวกันครบรสเลยทีเดียวค่ะ

การเดินทาง:  2 วัน 1 คืน

วันที่ 1 ออกเดินทางจากโรงแรมในเมืองนาฮา

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 25 นาที

2. ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ” (รับประทานอาหาร)

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 24 นาที

3. สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 20 นาที

4. หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ”  (พัก)

วันที่ 2 ออกเดินทางจากโรงแรม อ.อนนะ

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 47 นาที

1. หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”  (รับประทานอาหาร)

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาที

2. ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 37 นาที

3. ถนนโคคุไซโดริ  “ Kokusaidori Street ”

? ใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาที

ไปยังสนามบิน Naha Airpor

มาดูข้อมลูที่เที่ยวในโอกินาว่าแต่ละที่กันค่ะ …!!!

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่าชูราอุมิ “ Okinawa Churaumi Aquarium ”

สัมผัสความงดงามของโลกใต้ทะเลและสัตว์น้ำนานาชนิดมาจัดแสดงถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของที่นี่คือ ฉลามวาฬขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีความยาว 8 เมตร แหวกว่ายอยู่ในน้ำที่ดูหน้าเกรงขามเป็นอย่างมาก ทางพิพิธภัณฑ์ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงดูปลาฉลามวาฬทั้ง 3 ตัว เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังมีปลากระเบนยักษ์ ปลาฉลามสายพันธุ์อื่น และปลาน้อยใหญ่อีกหลากหลายพันธุ์น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนอยู่ในใต้มหาสมุทรจริงๆ และยังมีคาเฟ่ที่เรียกว่า ทะเล คุโรชิโอะ อยู่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่นี้ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ดูปลาว่ายน้ำ ที่ชั้นสี่มีร้านอาหารมองเห็นวิวทะเลที่คุณสามารถเข้าไปใช้บริการได้แม้ไม่มีตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ตามค่ะ (เฉพาะจุดร้านอาหาร)

ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ”

ไร่สับปะรดนาโกะ “ Nago Pineapple Park ”

เป็นสวนสับปะรดและสวนพืชผักทางการเกษตรที่ปลูกในเกาะโอกินาว่า รวมถึงพืชพันธุ์ในเขตเมืองร้อน (Tropical) จุดเด่นของที่นี่ คือ รถรางที่มีรูปร่างและสีสันเป็นผลสับปะรดเคลื่อนที่ ใช้เพื่อชมทัศนียภาพในสวนสับปะรด ภายในสวนมีมุมถ่ายภาพอีกมากมายสามารถเก็บภาพถ่ายน่ารักๆ ไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วย ภายในมีโซนการจัดแสดงหลายโซน อาทิเช่น โซนประวัติความเป็นมา โซนโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สับปะรด โซนนิทรรศการภาพถ่าย Gallery พิเศษสุด กับ Gallery เปลือกหอย และโซนจำหน่ายของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นขนม แกงกะหรี่สับปะรดหรือไวน์สับปะรด สามารถชิมได้ฟรีก่อนที่จะซื้อกลับบ้านด้วยนะคะ และที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลยค่ะ

สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ” 

สวนสาธารณะใต้น้ำบุเซะนะ มารีนพาร์ค “ Busena Marine Park ”

หอดูดาวใต้น้ำแห่งเดียวในโอกินาว่า หากเดินลงบันไดมาจะเจอหน้าต่างที่สามารถมองทะลุออกไปยังใต้ท้องทะเลได้ น้ำทะเลใสมากมองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ชื่นชมปลาเขตร้อนสีสันสวยงามอาศัยรอบๆหอดูดาวในน้ำระดับความลึก 5 เมตรใต้ท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเรือปลาวาฬท้องกระจกที่ล่องออกไปอ่าว ทุกท่านจะได้พบกับแนวปะการังที่สวยงามและปลาหลากหลายสีสันที่แหวกว่ายอยู่ใต้ท้องทะเลอีกมากมายค่ะ

หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ” 

หน้าผามันซาโมะ “ Manzamo ”

เป็นจุดชมวิวที่งดงามและมีชื่อเสียงในโอกินาว่า จุดชมวิวที่สามารถเดินจากลานจอดรถมาได้เพียง 1 นาที มองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลได้ไกลลับตาและมองเห็นความสวยงามของคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามายังฝั่ง จุดเด่นของที่นี่คือหน้าผาที่มีลักษณะคล้ายงวงช้าง และความสูงของหน้าผาราว 20 เมตร ที่มีทุ่งหญ้าสีเขียวขจีปกคลุมไว้บนหน้าผา ถ่ายภาพออกมาแล้วดูสวยงามมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่มาเที่ยวกันเยอะและเป็นที่นิยมมากที่สุดของโอกินาว่า ใครที่มาเที่ยวโอกินาว่าต้องมาให้ถึงที่นี่นะคะ

หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”

หมู่บ้านอเมริกัน “ Mihama ”

ช้อปปิ้งมอลล์ที่สร้างขึ้นจากที่ดินริมชายฝั่งทะเลริมฐานทัพทหารอเมริกันในปี 1998 ที่นี่มีจุดเด่น คือ บรรยากาศกลิ่นอายคล้ายกับชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นศูนย์กลางรวบรวมความบันเทิง เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านคาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ลานโบลิ่ง ชิงช้าสวรรค์ โรงภาพยนต์ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์อเมริกา และเครื่องประดับสไตล์อเมริกา กระจายกันอยู่ทั่วหมู่บ้านแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวันเลยก็ได้ เรียกได้ว่าเที่ยววันเดียวจบเลยค่ะ

ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

ถ้ำเกียวคุเซนโด “ Gyokusendo Cave ”

อยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอกินาว่า (Okinawa) ภายใน “โอกินาวาเวิลด์” (Okinawa World) ถ้ำเกียวคุเซนโด (Gyokusendo Cave) เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติใช้เวลาในการสรรสร้างนานถึง 300,000 ปี  มีความยาวประมาณ 5,000 เมตร ภายในถ้ำจะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี เพราะเป็นที่ที่ธารน้ำไหลผ่านซอกหินอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นถ้ำที่มีความงามติดลำดับของประเทศเลยทีเดียว

ถนนโคคุไซโดริ  “ Kokusaidori Street ”

ถนนโคคุไซโดริ “ Kokusaidori Street ”

ถนนโคคุไซโดริ หรือ ถนนหลักของเมืองโอกินาว่าตั้งอยุ่กลางเมืองนาฮา มีความยาว 1.6 กิโลเมตร ตามทางถนนจะมีร้านขายของพื้นเมืองเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่ร้านค้าหลายๆแห่งจะเปิดทำการถึง 22.00 น. และร้านอาหารส่วนมากจะมีการแสดงดนตรีสไตล์โอกินาว่ากันสดๆเลย

และเส้นทางใกล้เคียงเพื่อช้อปปิ้ง จะมีตลาดเฮอิวะโดริ, มัทสึมิโดริ และอิชิบะ ฮอนโดริ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณสี่แยก และโอคิเอโดริ ซึ่งจะอยู่บริเวณตอนกลางของถนน ร้านค้าภายในตลาดเหล่านี้จะมีจำนวนน้อยกว่าในโคคุไซโดริ และส่วนใหญ่จะเป็นแผงขายสินค้าขนาดเล็กหรือร้านที่เจ้าของเป็นผู้ดำเนินกิจการเอง ไม่มีสาขา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ความบันเทิงที่พลาดไม่ได้เช่นกันค่ะ

เตรียมตัวก่อนไปเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น 

วีธีการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น ⋅ จราจร ⋅ การเติมน้ำมัน ⋅ การใช้ GPS 

การหา Mapcode  กรณีรถชน ⋅ โดนใบสั่ง

ขั้นตอนการ เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น

เชื่อมั้ยว่าเตรียมตัวมาเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น  สิ่งหนึ่งที่ถามกันมาอย่างล้นหลามคือสาขาในสนามบินอยู่ที่ไหน? ไปยังไง? แปลกตรงที่หากเป็นสาขาในเมืองกลับไม่มีคำถาม (เข้าใจว่าเตรียมตัวมาอย่างดี) เรามีทริคมาแชร์ครับ ง่ายๆเพียงแค่สอบถาม Information Desk ครับ ถามมาตอบไปจบง่ายๆ

ครั้งนี้เราขอยกตัวอย่างการรับรถที่สนามบิน เช่น บินลง Nagoya (Chubu Centrair International Airport) หลังจากสอบถาม Information Desk ก็พุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์ Rent a Car หาป้ายสัญลักษณ์ของ Toyota Rent a car ได้เล้ยยยยย

นั่นแหละครับ…Toyota Rent a Car และเราก็เพียงยื่นเอกสารที่ทาง Easy&Save ให้มากับเอกสารส่วนตัว และการเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยลดระยะเวลาในการขับรถได้มากทีเดียว

เอกสารเราให้เค้า

  • Passport : ตัวจริง

  • ใบขับขี่สากล : ตัวจริง  (ที่ยังไม่หมดอายุ : อายุ 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกบัตรฯ)

  • ใบขับขี่ในประเทศ : ตัวจริง
  • E-Voucher (ปกติจะมีการกันวงเงินบัตรเครดิต แต่จองกับเราไม่ต้องใช้ส่วนนี้)

เอกสารเค้าให้เรา ให้มาทั้งเล่มเลย

  • เอกสารการเช็ครถ

  • เงื่อนไขการใช้รถ

  • ทะเบียนรถ (อันนี้ไว้ลงเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ เช่น เกาะมิยาจิม่า ฮิโรชิม่า, ฮอกไกโด)

  • ค่า ETC : หากมีการเช่าบัตร ETC ไว้เราก็จ่ายไป 324 เยนที่เป็นค่าเช่าบัตรในวันรับรถ

          I  Easy Tips : ชื่อผู้ขับขี่ต้องตรงกับหน้า Passport / เอกสารการจอง

          I  Easy Tips : สามารถเพิ่มผู้ขับขี่ได้ แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากไม่แจ้งประกันจะไม่ครอบคลุม (สูงสุด 2 ท่าน)

          I  Easy Care : วันรับรถเช่าเจ้าหน้าที่สาขาจะเช็คจำนวนผู้เดินทาง หากเกินจากที่แจ้งทางสาขาอาจจะปฏิเสธการรับรถเช่า (เคยเจอครั้งสองครั้ง)

          I  Easy Care : สาขารับรถเช่าสามารถปฏิเสธการรับรถได้ หากผู้ขับขี่ไม่พร้อม หรือเห็นว่าจะเป็นภัยต่อผู้อื่น

สำหรับการรับรถนั้นก็มี 8 เทคนิคเช็คง่ายๆ ดังนี้ครับ

เทคนิคที่ 1 ตรวจสภาพรถแบบรวดเร็ว

  1. เช็ครถตามเอกสารของทางโตโยต้าพร้อมเจ้าหน้าที่

  2. จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ “กระจกหน้า”

เทคนิคที่ 2 เติมน้ำมันอะไร เอาให้เคลียร์

       ไม่ต้องถามเยอะ ถามแค่น้ำมันสีอะไร

“ธรรมดา (91)” // “พรีเมียม (95)” // “ดีเซล” // 

เทคนิคที่ 3 มีบัตร ETC (คล้าย Easy Pass แหละ) 

       บางครั้งบางที ขอบัตรไว้นะแต่ไม่เสียบให้ พอขับไปแล้วจะวุ่นวายเลย ฉะนั้นถามเลยจ้า ส่วนอยากจะดูเองก็ตรวจสอบ 3 จุดนี้ได้เลย

  1. ใต้กุญแจรถ

  2. ในช่องใส่เอกสาร

  3. บน Consule รถ

เทคนิคที่ 4 GPS พร้อมใช้งานมั้ย

      ดูกันแบบตัวต่อตัวเลยว่า เปิดโหมดภาษาอังกฤษให้ยัง, กดใส่ Map Code ยังไง เผื่อลืมเอาให้แน่น

เทคนิคที่ 5 การใช้เกียร์

       อันนี้เฉพาะท่านที่มีรถ Hybrid นะครับ โดยเฉพาะรุ่น Prius จะงงกันนิดหน่อย ก็ดูตามด้านล่างเลย

ขยับเกียร์อย่างช้าๆ หลังขยับเกียร์แล้ว กรุณาเอามือออกจากเกียร์ เกียร์จะกลับมาอยู่ในตำแหน่ง ● ได้เอง

ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ จะสว่างขึ้นตามตำแหน่งเกียร์ในขณะนั้น (ตามรูป)

เทคนิคที่ 6 พับหรือเปิดที่นั่งแถว 3 หรือที่นั่งเด็ก

       การพับเปิดปิด สำหรับรุ่น Alphard / หรือรถที่มี 3 ตอนเผื่อเอาสัมภาระขึ้น/ลง ก็ดูเลยว่าเอาเข้าเอาออกยังไง !!

เทคนิคที่ 7 Snow Tire

       ดูกันชัด ๆ ว่ามีล้อลุยหิมะมั้ยนะครับ เพราะการขับขี่ในจุดที่มีหิมะโดยที่ไม่มียาง Snow Tire นั้นอันตราย อย่ากังวลว่าจะไม่ได้ขับรถ แต่ควรกังวลว่าหากเช่ารถไปขับแล้วจะเป็นอันตราย

แนะนำ : หากขับรถไปหลายๆ ที่ในช่วงเดือน ต.ค. – มี.ค. รบกวนแจ้งสถานที่ที่จะเดินทางไปให้เราทราบ เพราะหลายพื้นที่จะต้องใช้ยาง Snow Tire

ซึ่งหากแจ้งเพียงสถานที่รับรถเช่า / ที่คืนรถเช่า เราอาจจะช่วยตรวจสอบไม่ได้ว่าควรใช้ Snow Tire มั้ย

      I  Easy ห่วงนะครับ : #ข้อควรทราบในการขับรถที่มีหิมะ !! >> คลิกเลยครับ…อันนี้ห่วงจริงจัง

      I  Easy ห่วงนะครับ : #ขับรถในฤดูหนาวในรถจะมี Heater ทำให้เราอุ่น แต่ความอุ่นกับเสื้อหนาๆก็เหมือนเรานอนในผ้าห่มอ่ะ บรรยากาศน่านอน แต่คุณกำลังขับรถ !!! คำแนะนำให้เปิดกระจกนิดๆให้ลมเย็นๆเข้ามาในรถด้วย

      I  Easy ห่วงนะครับ : #หากยังไม่เคยไปขับรถที่ญี่ปุ่นเลย แนะนำเลี่ยงช่วงฤดูหนาวเลยครับ เดี๋ยวทีม Support ผมจะไม่ได้หลับได้นอน ; )

เทคนิคที่ 8 ถามให้แน่ใจ

      ช่องทางในการติดต่อ เวลามีปัญหาตอนรับรถหรือระหว่างการใช้งาน สามารถติดต่อผ่าน Line ID :  @easyandsave

เราแค่ส่งหน้า E-Voucher แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ทางบริษัทจะช่วยประสานงานเรื่องต่างๆให้เลย

เท่านี้ก็พร้อมเดินทางแล้วครับ คาดเข็มขัด ปรับกระจก แล้วก็แว๊นเลยครับ GoOooOoo !!

การรับรถล่าช้ากว่ากำหนด 

รับช้าเราไม่ว่ากันหรอกเพราะคุณพี่จ่ายตังค์ไปแล้ว แต่แจ้งเราไว้นิดนึงเราเป็นห่วง

      ห่วงว่า ลืมว่าเช่ารถไว้

      ห่วงว่า ตกรถตกเรือ มาไม่ทัน

      ห่วงว่า ไม่มารับแล้ว จะได้ทำเรื่องยกเลิกให้เผื่อจะได้ตังค์คืนบ้าง

แต่หากจะเลื่อนโดยทราบล่วงหน้า เราก็ยินดีช่วยอยู่แล้วแต่ต้องรบกวนแจ้งล่วงหน้า 2 วันนะครับ

การคืนรถล่าช้ากว่ากำหนด

      ทำได้มั้ย !? เอาจริงๆนะ เหมือนที่เราทราบว่าคนญี่ปุ่นนั้นตรงเวลาสุดๆ ถามว่าได้มั้ยก็คงปฏิเสธ แต่หากมีเหตุจำเป็นจริงๆ เราก็ทำใจว่ายอมให้คืนล่าช้าได้แต่คงต้องคิดค่าใช้จ่ายตามชั่วโมงที่เกินมา ถึงอย่างนั้นเราก็ยังอยากให้บอกเราหน่อยเพราะเราเป็นห่วงจริงๆ นะ

      ห่วงว่า เกิดอุบัติเหตุ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหลังจากหมดเวลารับรถตามที่แจ้ง ประกันจะไม่เดินทีนี้งานงอกนะครับ

      ห่วงว่า ลืมว่าคืนรถวันนี้

      ห่วงว่า หลงทาง

      ห่วงว่า จะเสียตังค์เยอะ เพราะสาขาจะคิดทุกชั่วโมงที่เราไปคืนล่าช้า

           Easy Tips : การเลื่อนการรับ / คืนรถ ทำได้แน่นอนแต่แจ้งเรา 24 ชม. ล่วงหน้านะครับ

ขั้นตอนการคืนรถเช่า

ขั้นตอนที่ 1 เติมน้ำมันมาให้เต็ม

# ข้อดี : ช่วยลดระยะเวลาในการคืนรถครึ่งนึง จาก 30 นาทีเหลือ 15 นาที

# ข้อดี : ราคาน้ำมันแล้วแต่ปั้มที่เราเติม หากไม่เติมมาสาขาจะคิดราคาแพงสุดของค่าน้ำมันในวันนั้น

ขั้นตอนที่ 2 เก็บสิ่งของเราให้พร้อมก่อนคืนรถ

# ข้อดี : ของไม่หายเพราะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดและช้าๆ

# ข้อดี : เจ้าหน้าที่มารับรถพร้อมส่งมอบทันที หากเรามัวแต่เก็บของเค้าจะไปรับเคสอื่นก่อน ทำให้เราเสียเวลา

ขั้นตอนที่ 3 ค่าใช้จ่ายตอนคืนรถ

# จ่าย 1 : ค่าทางด่วนที่เราใช้ตลอดหลายวัน หากเราใช้บัตร ETC

# จ่าย 2 : ค่าน้ำมัน (กรณีไม่เติมมาคืน)

ปล.หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่เช่ารถขับรถในญี่ปุ่นกันนะครับ…. ?

EasyandSave บริการรถเช่าที่ญี่ปุ่น ตัวแทน Toyota Rent a car แห่งแรกในไทย : คลิกจองรถเช่า <<

การเดินทางก็ง่ายๆ GPS ช่วยนำทางได้ แค่ค้นหาจาก

  • ค้นหาด้วย “ที่อยู่”

  • ค้นหาด้วย “เบอร์ติดต่อ”

  • ค้นหาด้วย “Map Code”

          >> ส่วนวิธีการค้นหานั้น เราเลือกวิธีการค้นหาอย่างง่ายมาแนะนำ

               – วิธีที่ หาด้วย Mapcode

วิธีการหา Mapcode

1. ก่อนอื่นเราก็หาชื่อที่เที่ยวที่เราจะไปก่อนสามารถค้นหาได้ทั้งชื่อภาษาญี่ปุ่น / ภาษาอังกฤษ / ที่อยู่

2. เข้า Website : https://japanmapcode.com/en หลังจากนั้นทำตามในภาพเลยครับ

ขอแนะนำ GPS Navi

# ในการใช้ GPS Navi นั้นจำเป็นต้องจอดรถก่อนการใช้งานเสมอ

# GPS Navi จะมี 3 แบบ : Japanese GPS  l  4 Language GPS  l  English GPS

# ขับช้าๆ GPS Navi ในรถถูกกำหนดให้เข้าโค้งที่ความเร็วต่ำ

# ขับช้าๆ เพราะขับเลยทางเลี้ยวแล้วจะต้องไปอ้อมไกล “เราเตือนคุณแล้วนะ”

Download การใช้ GPS รุ่นภาษาอังกฤษ << Click

Download การใช้ GPS รุ่น 4 ภาษา << Click

ส่วนด้านล่างนี้คือวิธีการใช้งานแบบคร่าวๆ ของ GPS แบบ 4 ภาษา

Feature 1 : กดเข้ามาที่หน้าแรก หรือ หน้า Home 

 1. หน้าแรก หรือ Home

                           การใช้ GPS

2. เลือกจุดหมายปลายทาง

Feature 2 : การค้นหาด้วยเบอร์ติดต่อ หรือ Mapcode

การใช้ GPS (2)

        3. เลือกใช้ตัวเลขในการค้นหา    

การใช้ GPS (4)

4. เลือกใช้เบอร์ติดต่อ 

การใช้ GPS (5)

 5. หรือเลือกใช้ Mapcode

Feature 3 : การเลือกเส้นทางที่ใช้ขับขี่

การใช้ GPS (6)

6. กดเลือกเส้นทางที่ต้องการแสดงตามภาพ

Feature 4 : การแสดงที่จอดรถ  l  มินิมาร์ท  l  ปั้มน้ำมัน 

การใช้งาน GPS

7. กด Vicinity เพื่อแสดงสถานที่ที่ต้องการ เช่น ที่จอดรถ ปั้มน้ำมัน เป็นต้น

การใช้ GPS (7)

8. กดเลือกสถานที่ต้องการได้หน้านี้ เช่น ที่จอดรถ ปั้มน้ำมัน เป็นต้น (ดูที่สัญลักษญ์เป็นหลัก)

**ใช้งานแค่นี้ก็พอแล้วคับ..ชัวร์แน่นอน ไม่ต้องให้ยุ่งยากเดี๋ยวหลงทางเอานะคับ เป็นห่วง ; )

ในส่วนกฎจราจร ก็คือมีศึกษามาบ้างแล้วเลยเข้าใจได้ไม่ยากนักแต่ก็มีเรื่องที่ไม่รู้มาก่อน แต่เอาเป็นว่า 5 เรื่องนี้คงไม่รู้ไม่ได้เลยเชียว (คือจริงๆมันก็ต้องรู้เยอะกว่านี้)

เรื่องที่ 1 เราใหญ่เป็นอันดับสุดท้าย O_o

>> ที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยนี่เค้า ให้ความสำคัญแบบนี้

  • คนเดิน คือ ผู้ยิ่งใหญ่คับถนน

  • คนปั่นจักรยาน คือ มเหสีรองลงมา

  • คนใช้รถเยี่ยงเรา คือ ทาสครับ ทำไรก็ผิด หากไปมีปัญหากับ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ด้านบน

เรื่องที่ 2 เจอม้าลาย ให้ม้าลายไปก่อน O_o

      >> จะไฟแดงไม่แดง มีไฟหรือไม่มีก็ต้องปล่อยพี่เค้าไปก่อน หากไม่อยากมีปัญหา ถือซะว่าชมวิวสวยๆไปล่ะกัน

เรื่องที่ 3 เลี้ยวซ้ายไม่ผ่านตลอด O_o

      >> ถูกต้องครับ ฟังไม่ผิด เลี้ยวซ้ายไม่ผ่านตลอดครับ รอสัญญาณไฟสถานเดียว

เรื่องที่ 4 ไฟเขียวแล้วแต่เลี้ยวขวาไม่ได้ O_o

      >> ขั้นตอนง่ายในการเลี้ยวขวาคือ

  1. ไฟแสดงเลี้ยวขวาแล้วเราขับไปจอดตรงเส้นแบบรูป

  2. ให้รถทางตรงไปจนคิดว่าเราเลี้ยวได้

  3. เลี้ยวไปได้เลยครับ

          I  Easy Care : หากเจอไฟเหลืองให้ชะลอเตรียมจอดเลย อย่าพยายามเร่งให้ทันเพราะอุบัติเหตุที่ญี่ปุ่น 80% เกิดจากกรณีนี้

เรื่องที่ 5 สัญลักษณ์แปลกๆ O_o

      >> เอาเฉพาะที่เราควรจะทราบเนอะ ส่วนแบบอันนี้มือใหม่หัดขับหรืออะไรไม่เอาเนอะ เดี๋ยวเยอะเกิ๊น

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลางถนน 

ตัวหนังสือกลางถนนภาษาญี่ปุ่น 

ป้ายกำหนดความเร็ว 

อยากแถม : ใบสั่ง และ มารยาทการขับ O_o

แอบบอกใบ้ให้….หากอยากได้ใบสั่งมาเป็นที่ระลึก ทำแบบนี้แล้วจะโดนใบสั่งเอง…

  • จอดรถในที่ห้ามจอด​

  • ขับรถเร็วกว่าที่กำหนด

  • โทรศัพท์ระหว่างขับ

แล้วถ้าโดนไปแล้วต้องทำไง..?  ทำตามรูปภาพนี้ด่วนเลยคับ..

การเติมน้ำมัน (เอง) ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด !! 

1.ใส่บัตร หรือเงินสดลงไปในเครื่อง (เครื่องสามารถทอนเงินได้)

2.กดปุ่มเลือกชนิดน้ำมัน  ส่วนใหญ่ก็ สีแดง (レギュラー)แล้วเลือก 満タン ที่แปลว่าเต็มถัง

          “พรีเมียม (95)”
          “ธรรมดา (91)”
          “ดีเซล”

**หากเติมน้ำมันผิดประเภท รถจะเสียและวิ่งไม่ได้ ดังนั้นต้องเติมน้ำมันให้ตรงกับประเภทรถ

3.เปิดถังน้ำมันรถ แล้วเอาหัวปั๊มน้ำมันใส่เข้าไป บีบตรงที่จับหัวปุ๊มน้ำมันแบบไม่ต้องกลัวล้น เพราะพอน้ำมันเต็มถังหัวจ่ายจะดีดที่บีบออกเอง

4.เอาหัวน้ำมันเก็บที่เดิม  เครื่องจะปริ๊นใบเสร็จมาให้พร้อมเงินทอน  ถ้าที่เครื่องไม่มีเงินทอน ก็ต้องเอาใบเสร็จนั้นไป scan รับเงินทอนที่อีกตู้นึงเท่านี้ก็เรียบร้อยย ?

แต่หากมีคำถามก็เรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยได้ หรือหากกังวลก็เติมปั้มที่มีเด็กปั้มเลย ขับเข้าไปบอกว่า MAN-TAN “แปลว่าเต็มถังไอ้น้อง” แล้วรอจ่ายตังค์ก็ได้

  • การเติมน้ำมัน (จะว่ายากก็ไม่เชิงจะว่าง่ายเลยก็ไม่ใช่ หากตอบง่ายคือ ยาก ที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ง่ายเพราะจริงๆมีแค่ 2-3 ขั้นตอนเอง)

การเข้าสู่ด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน

  • ทางขึ้นทางด่วนจะมีระบุตำแหน่งประตู ETC ขับเข้าไปที่ช่องทาง ETC

  • เข้าไปในช่อง “ETC専用 (เฉพาะ ETC)” หรือ “ETC・一般ゲート (ETC/ทั่วไป)”

  • ขับผ่านช้าๆ ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 ก.ม./ช.ม.

การออกจากด่านเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วน

  • ตรงทางออกทางด่วนจะมีระบุตำแหน่งประตู ETC ขับไปตามช่องทางดังกล่าว

  • เข้าไปในช่อง “ETC専用 (เฉพาะ ETC)” หรือ “ETC・一般ゲート (ETC/ทั่วไป)”

  • ขับผ่านช้าๆ ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 ก.ม./ช.ม. ที่กั้นจะเปิดออก ไม่จำเป็นต้องหยุดรถเพื่อจ่ายค่าทางด่วนและสังเกตที่หน้าจอจะแสดงค่าผ่านทางที่ใช้ไป

How to ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

# รู้ไว้ก่อน : เมื่อเกิดอุบัติเหตุถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง (หากให้ขับต่อเกรงจะเป็นภัยต่อคนอื่น)

ถูกชนหรือไปชน(คนอื่น)แล้วทำไง ??!
  1. เช็คคู่กรณีและผู้ร่วมเดินทางของเราว่าปลอดภัยดีมั้ย

  2. หากมีผู้บาดเจ็บให้ช่วยก่อน

  3. แจ้งตำรวจ ที่เบอร์  : 119 (อาจให้คนท้องถิ่นช่วยติดต่อ)
  4. แจ้งศูนย์โตโยต้าตามเบอร์ในเอกสาร Voucher : (81)-92-577-0091

  5. แจ้งทีม Easy&Save ให้ทราบผ่านไลน์ ID : @easyandsave

ก่อนโทรฯหาศูนย์โตโยต้า / ตำรวจ / ทีม Easy&Save นั้น เพื่อให้พร้อมแนะนำให้
  • ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุทั้งหมด
  • ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ
  • เตรียมเอกสารทั้งหมดที่เช่ารถ
          Easy Tips : รู้ไว้ก่อน : จะชนเบาหรือหนัก มีคู่กรณีหรือไม่ ต้องแจ้งตามขั้นตอนเพราะไม่อย่างนั้นประกันจะไม่รับรอง เช่น บังโคลนหน้าไปขีดกับหิมะเป็นรอยยาว แทนที่จะจ่ายแค่ NOC 20,000 เยน อาจจะต้องถูกประเมินจ่ายค่าทำสี หรือเปลี่ยนซึ่งแพงกว่ามาก

          Easy Tips : ในรถไม่มีกล้องบันทึกภาพ หากเรามีอยู่ที่บ้านแล้วเอาติดไปใช้ก็ดีนะ

รายละเอียดประกันอุบัติเหตุ

# รู้ไว้ก่อน : เมื่อเกิดอุบัติเหตุถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงทันที (หากให้ขับต่อเกรงจะเป็นภัยต่อคนอื่น)

# บอกไว้อีกนิด : อยากได้ข้อมูลแบบละเอียด คลิ๊กเลย ข้อมูลส่วนประกันเพียบ

คุ้มครอง
  • จำนวนค่าชดเชยของ‌‌ประกันภัย

    จำนวนเงินดังต่อไปนี้จะถูกชำระเป็นค่าชดเชยสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

    การบาดเจ็บทางร่างกาย ไม่จำกัดต่อคน (รวมถึงการประกันภัยรถยนต์เพื่อบุคคลที่สาม)
    ความเสียหายของทรัพย์สิน ไม่จำกัดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (จะถูกเรียกเก็บ 50,000 เยนสำหรับค่าเสียหายส่วนแรก << Easy&Save ออกให้)
    ความเสียหายของรถยนต์ สูงสุดถึงมูลค่าที่แท้จริงต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (จะถูกเรียกเก็บ 50,000 เยนสำหรับค่าเสียหายส่วนแรก << Easy&Save ออกให้)
    ความพิการทางร่างกาย สูงสุดถึง 30,000,000 เยนต่อคน*
  • ค่าชดเชยเมื่อผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ (รวมถึงการเสียชีวิตและพิการ) จะ‌ถูก‌ชำระ‌โดย‌ไม่คำนึงถึง‌ระดับ‌ความรับผิดชอบของ‌ผู้ขับรถ (จำนวนค่าเสียหาย‌จะ‌ถูก‌คํานวณ‌โดย‌บริษัทประกันภัย‌ตาม‌ข้อกำหนด‌‌ประกันภัยสูงสุดถึง 30,000,000 เยน)
  • ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนค่าเสียหาย‌ที่‌ไม่‌ครอบคลุม‌หรือ‌ไม่‌ถูก‌ชำระ‌โดย‌ค่าชดเชยดังกล่าว
  • ประกันภัย‌จะ‌ไม่‌ครอบคลุม‌อุบัติเหตุ‌ที่‌ระบุ‌ในคำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ‌ใน‌สัญญา‌ประกันภัย
    นอกจากนี้ ประกันภัย‌จะ‌ไม่‌ครอบคลุม‌อุบัติเหตุ‌ที่ไม่มีรายงานอุบัติเหตุที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
NOC (Non Operation Charge)
  • ส่วนชดเชยรายได้ขณะซ่อมรถ ค่าสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ (NOC : Non Operation Charge)

                 ค่าเสียหายทางธุรกิจ (NOC) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การโจรกรรมรถยนต์ รถยนต์มีปัญหา มีคราบสกปรกหรือเสียหาย หากต้องมีการซ่อมแซมและ/หรือทำความสะอาด จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นค่าชดเชยทางธุรกิจระหว่างช่วงเวลาที่มีการซ่อมแซมหรือทำความสะอาด (โปรดทราบว่าค่าธรรมเนียมนี้แตกต่างจากระบบค่าชดเชยด้านล่าง)

กรณีที่ 1 เมื่อรถยังสามารถขับเคลื่อนได้และสามารถส่งรถคืนได้ที่สถานที่ที่‌กำหนดไว้ 20,000 เยน
กรณีที่ 2 เมื่อรถไม่สามารถขับเคลื่อนได้และไม่สามารถส่งรถคืนได้ที่สถานที่ที่‌กำหนดไว้ 50,000 เยน

             หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่ได้ส่งรถคืนที่สาขา (เช่น ทิ้งรถไว้บนถนน แม้ว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้) จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 50,000 เยน

       >> ง่ายๆคือ รถพัง ขับได้ เสีย 20,000 เยน  l  รถพัง ขับไม่ได้ เสีย 50,000 เยน

       >> จ่ายส่วนเกินจากวงเงินคุ้มครอง

**หากจองรถเช่ากับ Easy And Save ราคารวมประกันชั้น 1 + NOC  ครอบคลุมทุกอย่าง ไม่ต้องชำระเพิ่มสักบาทเลยครับ แต่..!! หากชนแล้วไปต่อไม่ได้จริงๆสัญญารถเช่าที่จองไว้จะสิ้นสุดลงทันทีครับ **

รู้ยัง !! เมื่อเกิดเหตุแล้วทำแบบนี้ ประกันไม่ครอบคลุมนะ​
  • อุบัติเหตุที่ไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ (หากไม่มีรายงานอุบัติเหตุ)
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยผู้ขับรถคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขับรถที่ลงทะเบียนไว้เมื่อออกเดินทาง
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยผู้ขับรถที่ไม่มีใบขับขี่
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น‌จาก‌การขับรถขณะเมาสุรา
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น‌หลัง‌จาก‌ครบกำหนดระยะเวลาเช่าและ‌ไม่ได้‌แจ้ง‌ต่อสัญญาเช่า‌กับ‌โตโยต้า
  • ยางแบน หรือ จานปิดดุมล้อรถยนต์‌สูญหาย‌หรือ‌เสียหาย

| รวมรีวิวขับรถเที่ยวญี่ปุ่น | รถเช่าที่ญี่ปุ่น

          ตอบปัญหากังวลใจก่อนการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ? ที่ใครหลายๆ คน อาจจะยังไม่กล้าตัดสินใจทันที หรือเลือกอยู่ระหว่าง ทัวร์ และ เที่ยวด้วยตัวเอง…. สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เคยเดินทางไปทัวร์มาก่อน การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็เป็นอีกเทรนหนึ่งที่เริ่มจะได้รับความนิยมเป็นมากกว่า แต่จะว่าไปแล้วการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น มันก็ต้องเก็บข้อมูลกันหน่อย!!! เราเลยรวบรวมเหล่าข้อมูลการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น และเหล่ารีวิวต่างๆ มาเล่าให้ฟังเผื่อใครที่กำลังตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองและอยากจะหรือมีแพลนเริ่มต้นจะเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าเห็นรีวิวที่เรารวบรวมมาแล้วอาจจะลองเปลี่ยนใจมาใช้รถเช่าขับเที่ยวญี่ปุ่นในการเดินทางเที่ยวด้วยตัวเองก็ได้ และจะทำให้การเดินทางครั้งถัดไปของคุณเป็นการเดินทางที่ง่ายขึ้น และเปิดประสบการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกให้สนุกกว่าที่คิด… ?
            EasyandSave ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตัวแทน “โตโยต้าเร้นท์อะคาร์” แห่งแรกในไทย ยินดีให้คำปรึกษาการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น สามารถจองรถเช่าก่อนใครได้ที่ไทย อุ่นใจทีมช่วยเหลือฉุกเฉิน Easy Care ให้บริการเกือบ 24 ชม. ฟรีครอบคลุมประกันภัยสูงสุด มีบริการรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น มากถึง 1,200 สาขา มีรุ่นรถให้เลือกกว่า 40 รุ่น เริ่มต้นที่รถขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้เดินทางคู่รัก ?‍❤‍?‍? แก๊งเพื่อน ?? หรือครอบครัวขนาดเล็ก พ่อ แม่ ลูก ?‍?‍? และ รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 8 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ มีสัมภาระเยอะ รวมไปถึงมีรถตู้ 10 ที่นั่ง แต่..❗❗ ต้องใช้ใบขับขี่สากลประเภท D เท่านั้น นอกจากรถเช่าที่ญี่ปุ่นแล้วยังมีบริการอื่นๆ สำหรับคนชอบเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอีกด้วย  

**สามารถอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้…

จิริฮามะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ (Chirihama Nagisa Driveway) อยู่ในเมืองฮะคุอิ (Hakui City) จังหวัดอิชิคะวะ (Ishikawa)

          เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่ไม่ได้ขับรถเที่ยวบนถนนแต่สามารถขับรถเที่ยวบนชายหาดกันเลยทีเดียว !!!!  ?? ท่านสามารถขับรถใกล้ทะเลพร้อมชมบรรยากาศแบบฟินๆ ลองเปลี่ยนจากการเดินเล่นบนชายหาดมาเป็นขับรถเที่ยวด้วยตัวเองบนชายหาดกันดีกว่า  ที่นี่สามารถขับรถบนชายหาดได้เพราะทรายจะแตกต่างจากที่อื่น ลักษณะของทรายจะเป็นเม็ดเล็กละเอียดดูดซับน้ำทะเลได้อย่างดี ทำให้พื้นทรายจับตัวกันได้แน่นหนามาก จึงสามารถขับรถด้วยตัวเองแบบเคลื่อนที่ไปมาได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตรายใด ๆ เพราะเขาขับรถเที่ยวชิลชิล พร้อมกับอัพรูปชิคๆกันมาเยอะแล้วค่ะ??? ในระหว่างทางสามารถจอดรถเพื่อแวะลงเล่นน้ำหรือนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อีกด้วย

          แนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะกับการขับรถเที่ยวที่นี่ก็คือช่วงก่อนฟ้าสาง หากโชคดีก็อาจจะได้เห็นวิวสวยๆ ดูลึกลับของหมอกงามยามเช้า หรือ ช่วงยามเย็นพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าสีส้มสะท้อนลงทะเล วิวสวยไม่แพ้ช่วงก่อนฟ้าสางเหมือนกันค่ะ ที่นี่ไม่ได้ขับได้แต่รถยนต์นะคะ  ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์? และรถจักรยาน? ก็สามารถขับขี่ได้เช่นกัน อีกทั้งบริเวณสุดทางไดรฟ์เวย์เป็นที่ตั้งของ  “จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)”  ที่มีทั้งร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก และยังมีบริการเช่ารถจักรยานให้บริการนักท่องเที่ยวทุกท่าน หากท่านใดอยากลองขับรถเที่ยวบริเวณชายหาดแห่งนี้ สามารถจองรถเช่ากับ EASY AND SAVE  ได้นะคะจิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

จิริฮามะ เรสต์เฮาส์ (Chirihama Rest House)

  • สิ่งที่ต้องควรคำนึงถึงในการขับรถเที่ยวที่นี่ ❗

เนื่องจากที่หาดนี้จะไม่มีการกำหนดเลนขับรถหรือช่องทางเดินรถ จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง คอยดูผู้คนที่เดินไปมาและรถที่วิ่งสวนมาให้ดี อีกข้อควรระวังคือ หากขับรถไปบนพื้นทรายแห้งก็อาจทำให้ล้อติดหล่มได้

  • วิธีการเดินทาง ?

ท่านใดที่เดินทางมาลงสนามบินนาโกย่า (CHUBU CENTRAIR INTL. AIRPORT) สามารถเช่ารถขับเที่ยวด้วยตัวเองได้ที่สนามบินเลยค่ะ ระยะทางจากสนามบินนาโกย่ามาจิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 323 กม 4 ชม.)

https://goo.gl/maps/nZUPWvKp39zTLaZe8 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง

หรือในเมืองนาโกย่าก็มีจุดรับรถนะคะ ส่วนมากจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟต่างๆ เช่น Nagoya station มีจุดเช่ารถระแวกใกล้เคียงมากถึง 6 สาขา

ส่วนสาขาที่ใกล้จิริฮามะมากที่สุด จะอยู่ในเมืองทากาโอกะ มีสาขาเช่ารถใกล้สถานีรถไฟชินทากาโอกะ จากสถานีรถไฟชินทากาโอกะระยะทางมาที่ จิริฮะมะ นะงิซะ ไดรฟ์เวย์ ( 38 กม. 1 ชม. )

https://goo.gl/maps/9n9W8ocGRkH2NHVb7 << คลิกเพื่อตรวจสอบลิ้ง


EasyandSave บริการรถเช่าที่ญี่ปุ่น ตัวแทน Toyota Rent a car แห่งแรกในไทย : คลิ๊กจองรถเช่า <<

รีวิวเช่ารถขับเที่ยว Ishikawa กับ EasyandSave : คลิ๊กลิงค์ <<