นอกจากฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระบานสวยงามแล้ว อีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น คือฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเองค่ะ ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี ใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นอยากแวะไปชมใบไม้แดงสวยๆ ต้องลองไป 5 เมืองนี้ดูค่ะ

1.นิกโกะ (Nikko) ภูมิภาคคันโต (Kanto)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ต้นตุลาคม – กลางพฤศจิกายน

เมืองนิกโกะ ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เนื่องด้วยมีแหล่งโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีจุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถนน ฮิโรฮะซะกะ (Irohazaka) สายคดเคี้ยวจากใจกลางเมืองนิกโกะ ไปจนถึงภูเขาอิโรฮา (Iroha) เป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยที่สุดในภูมิภาคคันโต ทะเลสาบชูเซนจิ (Chuzenji) น้ำตกเคกอน (Kegon Falls) ที่สำคัญมีกระเช้าให้นั่งชมวิวในมุมสูงได้แบบฟินๆ

 

2.โตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต (Kanto) 

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

เที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียวทั้งที อย่าลืมแวะสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอ็น (Koishikawa Koeakuen) สวนที่สวยและเก่าแก่ที่สุดในญีปุ่น ที่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสีทั่วทั้งบริเวณ หรือที่สวนชินจูกุเงียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) สวนสาธารณะอันเงียบสงบ สวยงามหลากสไตล์ เป็นสุดยอดสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในใจกลางเมือง นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดฮิต คือสวนโชวะ คิเนน (Showa Kinen Park) ที่รายล้อมด้วยต้นกิงโกะและต้นเมเปิ้ล ร่มรื่นสวยงาม

 

3.ฟูจิและทะเลสาบทั้งห้า (Fuji 5 Lakes) ภูมิภาคคันโต (Kanto)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน

หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawakuchiko) จะได้พบกับทัศนียภาพของฟูจิซังใต้ท้องฟ้าอันสดใส สะท้อนผืนทะเลสาบกว้างไกล และความงดงามของใบไม้ที่เปลี่ยนสีบริเวณริมทะเลสาบอีกด้วย บรรยากาศแบบนี้จะเดินเล่นปั่นจักรยาน ล่องทะเลสาบชมวิวก็ไม่มีเบื่อ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือการชมไฟประดับประดายามค่ำคืนในช่วงเทศกาล โรแมนติคสุดๆ

 

4.เกียวโต (Kyoto) ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

ที่เกียวโตนั้นมีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่ง สถานที่ยอดนิยม เช่น อะราชิยามะ (Arashiyama) ชมใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาสลับซับซ้อน ถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ตสึเคียว เดินชมย่านบ้านเก่าซากะ โทริอิโมโตะ หรือจะไปชมที่วัดชื่อดัง คิโยมิสึ เดระ (Kiyomizu-dera Temple) บนระเบียงยอดฮิต ถ่ายรูปสวย หรือจะไปวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) วัดเทนเรียวจิ (Tenryuji Temple) ก็สวยงามไม่แพ้กัน

 

5.โอซาก้า (Osaka) ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดในโอซาก้า ต้องไปที่วนอุทยานแห่งชาติมิโน (Mino Koen) ที่มีทิวทัศน์สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด สัมผัสธรรมชาติอันชุ่มฉ่ำ ชมน้ำตกที่ไหลสดกระเซ็นแต้มเมเปิ้ลหลากสี หรือที่ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ก็จะมีต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองอร่อามอยู่บริเวณลานด้านหน้าปราสาท เหมาะสำหรับไปพักผ่อนหย่อนใจ ชมความงามของปราสาทไปพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้หากใครผ่านไปยังถนนมิโดสุจิที่อยู่ใจกลางโอซาก้า ก็สามารถชมความงามของต้นแปะก๊วยได้ทั้งสองข้างทาง

————————————————————

Cr. travel.truelife.com

แนะนำการเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะต้องเตรียมตัวอย่างไร อากาศจะหนาวหรือร้อนแค่ไหน ที่ไหนจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม มาเก็บข้อมูลกันก่อนได้เลยที่นี่

ฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ในช่วงกลางเดือนกันยายนไล่ไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ใครที่มีตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะไปหาแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ ของญี่ปุ่นกัน แต่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร มีอะไรที่น่ารู้ก่อนไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีบ้าง ฤดูกาลนี้จะหนาวหรือร้อนมากแค่ไหน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีมาฝากกันค่ะ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

1. เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นจะมีในทุกปี โดยจะเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน-ต้นเดือนธันวาคม
 
2. การเปลี่ยนสีของใบไม้ในช่วงนี้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง ก่อนที่จะร่วงจนหมดต้น
 
3. ใบไม้สีแดงในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า โคโย (Koyo) การชมใบไม้เปลี่ยนสีจึงเรียกว่าโคโยตามไปด้วย 
 
4. ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้จะเป็นพืช 3 ชนิด ได้แก่ ต้นเมเปิล (Maple), ต้นแปะก๊วย (Gingko) และหญ้าโคเชีย (Kochia)

5. สำหรับการชมหญ้าโคเชีย (Kochia) เปลี่ยนสี สถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดจะอยู่ที่ สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) โดยจะมีให้ชมในช่วงเดือนตุลาคม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hitachikaihin.jp

6. อากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะกำลังเย็นสบาย ไม่ถึงกับหนาวมาก อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 8-20 องศาเซลเซียส ถ้าขึ้นไปทางฝั่งฮอกไกโดก็จะลมเย็นกว่าในเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว, เกียวโต หรือโอซาก้า
 
7. การแต่งกายควรเตรียมเสื้อคลุมแขนยาว เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เสื้อคอเต่า เสื้อคาร์ดิแกน ผ้าพันคอ ฯลฯ เพื่อป้องกันลมหนาวไปด้วย
 
8. การเปลี่ยนสีของใบไม้ในญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่ทางภาคเหนือ คือเกาะฮอกไกโด ไล่ไปจนถึงทางใต้ของประเทศ คือเกาะคิวซู

9. จุดแรกที่จะได้ชมปรากฏการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ฮอกไกโด ราว ๆ เดือนกันยายน ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสี สถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในการชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีบนเกาะฮอกไกโด ก็คือบริเวณเทือกเขา Asahidake และยังสามารถนั่งเรือกอนโดลาชมความสวยงามของใบไม้สีแดง ส้ม เหลืองแบบพาโนรามาได้ที่ Sapporo Kokusai Ski Resort

10. ในส่วนของเมืองใหญ่อย่างโตเกียว เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม แต่ช่วงที่กำลังสวยงามจะอยู่ราว ๆ ปลายเดือนพฤศจิกายน

11. สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามของโตเกียว อาทิ  ถนน Icho Namiki หรือ Ginkgo Avenue, Shinjuku Gyoen National Garden, Showa Memorial Park, Rikugien Garden, Koishikawa Korakuen Gardens, Yoyogi Park, Imperial Palace East Gardens เป็นต้น


12. ถ้าหากมีโอกาสไปเที่ยวโตเกียวในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม ต้องไม่พลาดไปเดินเล่นแถว ๆ ถนน Icho Namiki บริเวณใกล้ ๆ กับสวนเมจิ (Meiji Jingu Gaien Park) ถนนเส้นนี้จะมีต้นแปะก๊วย (Gingko) มากกว่า 100 ต้นเรียงรายทั้งสองฟากฝั่งถนน เป็นสีเหลืองทองสะพรั่ง สวยงามราวกับดินแดนในฝันเลยทีเดียว
 
13. ภูมิภาคสุดท้ายที่จะสามารถชมความสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นได้จะอยู่ที่เกาะคิวชู โดยมีเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) เป็นเมืองหลักสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวมักนิยมไปเที่ยวชม 

14. สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมทั่วทั้งญี่ปุ่น อาทิ อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัน (Daisetsuzan National Park), ทะเลสาบโทวาดาโกะ (Towadako Lake), เมืองนิกโก (Nikko) สวนเมจิจิงงูไกเอ็ง (Meiji Jingu Gaien Park), ทะเลสาบคาวางุจิโกะ (Kawaguchi Lake), อะระชิยะมะ (Arashiyama) เป็นต้น
 
15. นอกจากการชมใบไม้เปลี่ยนสีตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ ในญี่ปุ่นแล้ว อีกหนึ่งช่องทางในการชมใบไม้เปลี่ยนสีและวิวทิวทัศน์อันสวยสะพรั่งของญี่ปุ่น ก็คือการนั่งรถไฟ ซึ่งตลอดทั้งสองข้างทางจะเต็มไปด้วยใบไม้หลากสีสัน พร้อมกับวิวของธรรมชาติและบ้านเรือนของญี่ปุ่น เป็นประสบการณ์ที่จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีอย่างแตกต่างและประทับใจสุด ๆ

16. เส้นทางการนั่งรถไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงเส้นทางหนึ่งของญี่ปุ่น ก็คือ Wide View Hida เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองนาโกย่า (Nagoya) ไปยังเมืองโทยามะ (Toyama) โดยตลอดเส้นทางจะมีวิวทิวทัศน์ของป่าเขา และบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นในชนบทที่สวยงามมาก ๆ นั่งชมวิวเพลิน ๆ ไปพร้อมกับการกินข้าวกล่องสุดอร่อย บอกเลยว่าเป็นเส้นทางที่ฟินสุด ๆ ดูเส้นทางอื่น ๆ ได้ที่jprail.com
 
17. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ jnto.or.th และติดตามการเคลื่อนไหวของเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีได้ที่เว็บไซต์ kouyou.nihon-kankou.or.jp
 
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อการเตรียมตัวไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นได้อย่างประทับใจสุด ๆ ใครมีตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือแล้ว ก็เตรียมตัวเดินทางกันได้เลย ส่วนถ้าใครยังไม่ได้วางแผนไว้ ต้องรีบนิดหนึ่งนะคะ เพราะฤดูกาลนี้จะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวญี่ปุ่นค่อนข้างหนาแน่น ทำให้ที่พักต่าง ๆ อาจจะหายากสักนิด รวมทั้งตั๋วเครื่องบินก็ถูกจองยาวเหยียด ยังไงเราก็เอาใจช่วยนะคะ สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเที่ยวชมความสวยงามแบบนี้กันให้ได้ 🙂
 
          หมายเหตุ : การเปลี่ยนสีของใบไม้จะขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ เพราะฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางทุกครั้ง

—————————————————————————-

CR. kapook

เมืองหลวงเก่าแก่ในอดีตของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “เกียวโต” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี ยิ่งตอนนี้ใกล้เข้าช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันแล้ว อากาศจะเริ่มเย็นลง ต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ คงใกล้เริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวชะอุ่มในช่วงหน้าร้อนให้กลายเป็นสีส้มแดงชวนให้บรรยากาศทวีความโรแมนติค ฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นกันว่าจะสวยงามขนาดไหน

“เกียวโต” ถือว่าขึ้นชื่อในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ถ้าได้ไปเที่ยวช่วงพีคประมาณเดือนต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่แห่แหนกันมาชมจากทั่วทุกสารทิศ จุดที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นวัด Kiyomizu-dera หรือคนไทยคุ้นหูกับชื่อวัดน้ำใสนั่นเอง

                                                        Kiyomizu-dera

ที่วัด Kiyomizudera นี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่ดังเป็นอันดับต้นๆ ของเกียวโตเลยค่ะ จากรูปด้านบนคิดว่าถ้าเป็นใครที่ชื่นชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วคงจะเคยเห็นกัน และนอกจากนี้ยังถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติด้วย

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสความงามทั้งกลางวันและกลางคืนที่วัด Kiyomizu-dera ค่าเข้าช่วงกลางวัน 300 เยนและหลังพระอาทิตย์ตกดิน 400 เยน แต่ราคานี้จะได้แลกกับวิว อากาศเย็นๆ และบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติค(มาคนเดียวก็โรแมนติคได้นะ เราต้องสตรอง!) ช่วง Light Up จะมีแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่วันเท่านั้น อยากให้เช็คกำหนดการก่อนไปจะได้ไม่เก้อ

หลังจากชมความงามภายในวัดแล้ว ทางออกเดินมาป้ายรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินก็ยังมีร้านค้า ของกินเล่น ของที่ระลึกต่างๆ สไตล์แบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นให้ได้เลือกชมเลือกช้อปกันติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนๆ หรือคนที่คุณรักกันด้วยล่ะ

                               Sagano Scenic Railway รถไฟสายโรแมนติคซางะโนะ

เป็นรถไฟที่นั่งเที่ยวชมสถานที่ต่างๆเรียบแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) เส้นทางระหว่าง อาราชิยาม่า (Arashiyama) และ คาเมโอกะ (Kameoka) เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรถไฟขบวนนี้ เนื่องจากเป็นรถไฟแบบโบราณ วิ่งผ่านภูเขาช้าๆรับลมเย็นๆด้านนอก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที บรรยากาศตลอดระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรจะเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนและบ้านเรือนชนบทของเมืองคาเมโอกะ รถไฟซากาโน่นี้เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีทั้งหุบเขา

อีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดคือ “อาราชิยามะ” เขตที่รวมแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ รถไฟที่ไปลงสถานี Arashiyama แน่นทุกวันค่ะ ขอให้ฟิตร่างกายกันให้พร้อม

                                                        ป่าไผ่ Arashiyama

ตัวเมืองอาราชิยาม่านั้นจะคึกคักมากในช่วงวันหยุด มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และบริเวณโดยรอบก็สามารถเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ สถานที่ที่ได้รับความนิยมอีกที่หนึ่งเมื่อมาถึงเมืองนี้ก็คือวัดป่าไผ่เทนริวจิ (Tenryuji Temple) ซึ่งด้านหลังวัดจะเป็นทางเดินที่โอบล้อมด้วยต้นไผ่สีเขียวที่สูงมาก เมื่อเดินผ่านจะรู้สึกเหมือนเดินในอุโมงค์ต้นไผ่

                           วัด Tenryuji ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) เป็นวัดที่มีความสำคัญในอาราชิยามา จังหวัดเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

และแนะนำสำหรับใครที่ต้องการจะเที่ยวให้ครบทั้งอาราชิยามะน่าจะใช้เวลาซักสองวันค่ะ เพราะกว้างและมีสถานที่ที่น่าสนใจค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากจะเน้นเดินชิลๆ หรือนั่งรถลากโดยใช้คนก็มี แม้คนจะเยอะไปซักนิดแต่ได้บรรยากาศแบบฤดูใบไม้ร่วงสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน อ้อ ใครจะเช่ายูกะตะใส่ก็ได้นะ เค้ามีค่ะ แต่เช็คสภาพอากาศกันด้วยล่ะ

—————————————————–

Cr. anngle.org/th