เมืองหลวงเก่าแก่ในอดีตของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “เกียวโต” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี ยิ่งตอนนี้ใกล้เข้าช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันแล้ว อากาศจะเริ่มเย็นลง ต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ คงใกล้เริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวชะอุ่มในช่วงหน้าร้อนให้กลายเป็นสีส้มแดงชวนให้บรรยากาศทวีความโรแมนติค ฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นกันว่าจะสวยงามขนาดไหน

“เกียวโต” ถือว่าขึ้นชื่อในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ ถ้าได้ไปเที่ยวช่วงพีคประมาณเดือนต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่แห่แหนกันมาชมจากทั่วทุกสารทิศ จุดที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นวัด Kiyomizu-dera หรือคนไทยคุ้นหูกับชื่อวัดน้ำใสนั่นเอง

                                                        Kiyomizu-dera

ที่วัด Kiyomizudera นี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่ดังเป็นอันดับต้นๆ ของเกียวโตเลยค่ะ จากรูปด้านบนคิดว่าถ้าเป็นใครที่ชื่นชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วคงจะเคยเห็นกัน และนอกจากนี้ยังถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติด้วย

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสความงามทั้งกลางวันและกลางคืนที่วัด Kiyomizu-dera ค่าเข้าช่วงกลางวัน 300 เยนและหลังพระอาทิตย์ตกดิน 400 เยน แต่ราคานี้จะได้แลกกับวิว อากาศเย็นๆ และบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติค(มาคนเดียวก็โรแมนติคได้นะ เราต้องสตรอง!) ช่วง Light Up จะมีแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่วันเท่านั้น อยากให้เช็คกำหนดการก่อนไปจะได้ไม่เก้อ

หลังจากชมความงามภายในวัดแล้ว ทางออกเดินมาป้ายรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินก็ยังมีร้านค้า ของกินเล่น ของที่ระลึกต่างๆ สไตล์แบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นให้ได้เลือกชมเลือกช้อปกันติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนๆ หรือคนที่คุณรักกันด้วยล่ะ

                               Sagano Scenic Railway รถไฟสายโรแมนติคซางะโนะ

เป็นรถไฟที่นั่งเที่ยวชมสถานที่ต่างๆเรียบแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) เส้นทางระหว่าง อาราชิยาม่า (Arashiyama) และ คาเมโอกะ (Kameoka) เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรถไฟขบวนนี้ เนื่องจากเป็นรถไฟแบบโบราณ วิ่งผ่านภูเขาช้าๆรับลมเย็นๆด้านนอก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที บรรยากาศตลอดระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรจะเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนและบ้านเรือนชนบทของเมืองคาเมโอกะ รถไฟซากาโน่นี้เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีทั้งหุบเขา

อีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดคือ “อาราชิยามะ” เขตที่รวมแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสีมากๆ รถไฟที่ไปลงสถานี Arashiyama แน่นทุกวันค่ะ ขอให้ฟิตร่างกายกันให้พร้อม

                                                        ป่าไผ่ Arashiyama

ตัวเมืองอาราชิยาม่านั้นจะคึกคักมากในช่วงวันหยุด มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และบริเวณโดยรอบก็สามารถเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ สถานที่ที่ได้รับความนิยมอีกที่หนึ่งเมื่อมาถึงเมืองนี้ก็คือวัดป่าไผ่เทนริวจิ (Tenryuji Temple) ซึ่งด้านหลังวัดจะเป็นทางเดินที่โอบล้อมด้วยต้นไผ่สีเขียวที่สูงมาก เมื่อเดินผ่านจะรู้สึกเหมือนเดินในอุโมงค์ต้นไผ่

                           วัด Tenryuji ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) เป็นวัดที่มีความสำคัญในอาราชิยามา จังหวัดเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

และแนะนำสำหรับใครที่ต้องการจะเที่ยวให้ครบทั้งอาราชิยามะน่าจะใช้เวลาซักสองวันค่ะ เพราะกว้างและมีสถานที่ที่น่าสนใจค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากจะเน้นเดินชิลๆ หรือนั่งรถลากโดยใช้คนก็มี แม้คนจะเยอะไปซักนิดแต่ได้บรรยากาศแบบฤดูใบไม้ร่วงสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน อ้อ ใครจะเช่ายูกะตะใส่ก็ได้นะ เค้ามีค่ะ แต่เช็คสภาพอากาศกันด้วยล่ะ

—————————————————–

Cr. anngle.org/th

ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกียวโตเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงนึกถึงอาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama) วันนี้เราจึงนำข้อมูลของกิจกรรมที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเวลาไปเที่ยวที่อาราชิยามะมาฝากค่ะ ซึ่งก็คือการนั่งรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車) นั่นเองค่ะ

รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train

                     รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車)

ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกียวโตหลายๆ คนคงนึดถึงวัดและศาลเจ้า แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าเราสามารถไปยืดเส้นยืดสายกลางแจ้งและเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องออกนอกเมืองเกียวโต และนี่ก็คือเสน่ห์ของรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車) นั่นเองค่ะ

รถไฟสายโรแมนติกที่ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้เห็นวิวสวยๆ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – เมษายน)

  • ฤดูร้อน (พฤษภาคม – สิงหาคม)

  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายาน – พฤศจิกายน)

  • ฤดูหนาว(ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

จุดเด่นอันดับแรกของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ การที่เพื่อนๆ สามารถนั่งรถไฟชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวสดของต้นไม้ในช่วงฤดูร้อน สีส้มแดงของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และวิวสองข้างทางที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว เรียกได้ว่าไม่ว่าเราจะไปเที่ยวช่วงไหนก็มีวิวสวยๆ ให้ได้ชมตลอดปีเลยล่ะค่ะ

รถไฟสายโรแมนติกที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์

จุดเด่นอันดับที่ 2 ของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ การตกแต่งภายในเป็นเอกลักษณ์และยังคงความเป็นดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ไม้ โคมไฟหลอดไส้สไตล์คลาสสิก ทำให้รู้สึกราวกับว่าเรากำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต และรู้สึกผ่อนคลายกับธรรมชาติสวยๆ ของหุบเขาโฮสึกาวะ (保津川渓谷/ Hozugawa Keikoku) ได้ตลอดเส้นทางเลยค่ะ

นั่งรถไฟสายโรแมนติกแล้วต่อด้วยการล่องแม่น้ำโฮสึกาวะ

                                  ล่องเรือตามแม่น้ำโฮสึกาวะ (保津川/ Hozugawa)

จุดเด่นอันดับที่ 3 ของรถไฟสายโรแมนติกเส้นนี้ คือ หลังจากที่ได้ชมวิวสวยๆ ตลอดสองข้างทางของรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train กันไปแล้ว ในขากลับเพื่อนๆ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศโดยการล่องเรือจากคาเมโอกะ (亀岡/Kameoka) ลงมาตามแม่น้ำโฮสึกาวะ (保津川/ Hozugawa) เป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เพื่อกลับมาที่อาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama) ได้ด้วยค่ะ

การล่องเรือลงมาตามแม่น้ำโฮสึกาวะ เพื่อนๆ จะได้ผ่านบริเวณที่มีกระแสน้ำเชี่ยวให้ได้ตื่นเต้น และอาจจะโดนน้ำกระเด็นให้พอเปียกกันสักเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยนะคะ เพราะผู้ควบคุมเรือทุกคนมีความชำนาญในการล่องเรือตามเส้นทางนี้เป็นอย่างดีค่ะ

                                                 อาราชิยามะ (嵐山/Arashiyama)

ข้อมูลทั่วไป

                                                 รถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train (嵯峨野トロッコ列車)

การเดินทาง

  • Torokko Saga Station : ตั้งอยู่ตรงหน้า JR Saga Arashiyama Station
  • Rokko Kameoka Station: เดินประมาณ 10 นาที จาก JR Umahori Station

เวลาทำการ

  • Torokko Saga Station : ตั้งแต่ 8:40 – รถไฟขบวนสุดท้าย
  • Torokko Arashiyama Station : ตั้งแต่ 8:50 – รถไฟขบวนสุดท้าย
  • Torokko Kameoka Station : ตั้งแต่ 9:00 – รถไฟขบวนสุดท้าย

การสำรองที่นั่ง

สามารถสำรองตั๋วล่วงหน้าได้ 1 เดือนก่อนวันเดินทางที่ “Green Window/ みどりの窓口” ของสถานีรถไฟ JR West  สำหรับการสำรองตั๋วที่ใช้เดินทางในวันนั้นๆ สามารถซื้อได้จากผู้ควบคุมรถไฟได้เลยค่ะ

ค่าโดยสาร

ค่าโดยสารสำหรับตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว : 620 เยน (ผู้ใหญ่) 310 เยน (เด็ก)

วันหยุดทำการ

อาจมีการงดให้บริการในช่วงฤดูหนาว สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ Website : sagano-kanko.co.jp

——————————————————-

Cr. anngle.org

เกียวโต เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ส่วนใหญ่แล้วคนมักจะเลือกไปช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงซะมากกว่า ด้วยอากาศที่อบอุ่นและภูมิทัศน์ที่สวยงาม แต่หารู้ไม่ว่าในช่วงฤดูหนาวของเกียวโตนั้นก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ วัดวาต่างๆ ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวเป็นทิวทัศน์ที่เห็นแล้วรู้สึกสงบ

หลายคนก็อาจจะไม่ค่อยมีแพลนที่จะมาเที่ยวในช่วงหน้านี้ เพราะว่าอากาศค่อนข้างหนาวมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ประทับใจบรรยากาศในช่วงหน้าหนาวของที่แห่งนี้ มาดูกันมั้ยว่าเราจะไปเที่ยวหน้าเกียวโตยังไงให้สนุกดีนะ?

วัดและศาลเจ้าในเกียวโตถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

ถ้ามาเที่ยวเกียวโต ที่ที่ห้ามพลาดเลยก็น่าจะเป็นวัดวาอารามในสไตล์ญี่ปุ่นและศาลเจ้า และพอเข้าสู่ฤดูหนาวสถานที่เหล่านี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ กลายเป็นอีกภาพที่เห็นแล้วสวยงามแตกต่างจากฤดูอื่นๆ

หนึ่งในวัดที่อยากจะแนะนำให้มาเที่ยวช่วงหน้าหนาวก็คงจะเป็น “วัดคินคะคุจิ” หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของวัดทองนั่นแหละค่ะ วัดคินคะคุจิที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวยิ่งงดงามขึ้นกว่าเดิม การที่จะเห็นทิวทัศน์ต่างๆ ในเกียวโตพร้อมกับภาพของหิมะ จริงๆ ไม่ง่ายเลยค่ะ แต่ถ้าได้เห็นรับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืม

สถานที่ : วัดคินคะคุจิ
ที่อยู่ : 1 Kinkakujicho, Kita, Kyoto, Kyoto
Website : 金閣寺

หน้านี้ต้องกินซุปเต้าหู้ที่เกียวโต

หน้าหนาวญี่ปุ่นต้องบอกเลยว่าหนาวแบบยะเยือกค่ะ ยิ่งถ้ามีหิมะ มีลม ก่อนไปต้องฟิตร่างกายให้พร้อม ไม่งั้นป่วยแน่ๆ และถ้าได้ลองไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวแล้ว การได้กินอะไรอร่อยๆ ร้อนๆ ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกายยิ่งฟินเลยใช่มั้ยล่ะคะ และถ้าพูดถึงซุปร้อนๆ ที่จะกินในช่วงหน้าหนาวที่เกียวโตก็ต้องเป็น “ซุปเต้าหู้ (Yudofu : 湯豆腐) และถ้าเป็นเมนูนี้ต้องที่นี่เลย! ร้าน Junsei ที่อยู่ข้างวัดนันเซนจิ

ที่ร้าน Junsei ขึ้นชื่อในเรื่องของเมนูซุปเต้าหู้ร้อนมาก ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาที่นี่มักจะสั่งเป็นเมนูไคเซกิยุโดฟุ (ไคเซกิซุปเต้าหู้ร้อน) ห้ามพลาดที่จะลองเมนูเด็ดๆ แบบนี้ซักครั้งเมื่อมาเยือนเกียวโตนะคะ

สถานที่ : Nanzenji Junsei
ที่อยู่ : 60 Nanzenji Kusagawa, Sakyo, Kyoto, Kyoto
Website : 南禅寺 順正

ชมซากุระได้ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

อีกหนึ่งความสนุกเมื่อได้มาเที่ยวเกียวโตในช่วงฤดูหนาวคือการชมดอกบ๊วยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลายๆ วัดในเกียวโตมีชื่อเสียงในเรื่องการชมดอกบ๊วยด้วย หนึ่งในนั้นจะเป็นศาลเจ้าคิตะโนะ เทมมังงู (Kitano Tenmangu) ที่รู้จักกันในนามของสถานที่ชมดอกบ๊วยที่ดีที่สุดในประเทศ

มีต้นบ๊วยกว่า 1,500 ต้น 50 สายพันธุ์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มบานและจะบานเรื่อยๆ จนเต็มที่ในช่วงเดือนมีนาคม สามารถมาเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้สวยๆ กันได้ในช่วงนี้

สถานที่ : ศาลเจ้าคิตะโนะ เทมมังงู
ที่อยู่ : Bakuro, Kamigyo, Kyoto, Kyoto
Website : 北野天満宮

อากาศหนาวๆ แช่ออนเซ็นกันหน่อย

หลังจากเดินเที่ยวท่ามกลางอากาศหนาวในเกียวโต จะดีแค่ไหนถ้าได้แช่น้ำร้อนในสถานที่แบบสุดหรู เกียวโตอาจจะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องของออนเซ็นมากนัก แต่ว่า “อาราชิยามะออนเซ็น” เป็นออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สำคัญมองเห็นวิวสวยๆ จากสะพานโทเก็ทสึและสัมผัสถึงกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ในเกียวโตด้วย

หนึ่งในออนเซ็นที่อยากจะแนะนำคือ “Arashiyama Benkei” ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของสะพานโทเก็ทสึ ออนเซ็นที่นี่ช่วยบำรุงผิวพรรณมีทั้งในรูปแบบห้องอาบน้ำสาธารณะและแบบกลางแจ้ง สำหรับอาหาร ที่นี่จะมีบริการแบบดั้งเดิม เช่น ไคเซกิที่มาในสไตล์แบบ Traditional วัตถุดิบต่างๆ ก็มาจากเกียวโตทั้งสิ้น

สถานที่ : Arashiyama Benkei
ที่อยู่ : 34 Sagatenryuji Susukinobaba, Ukyo, Kyoto, Kyoto
Website : 嵐山 辨慶

จริงๆ แล้ว เกียวโตนี่มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจทั้งปีเลย สำหรับใครที่คิดอยู่ว่า เอ้อ.. จะไปเที่ยวเกียวโตช่วงนี้ดีมั้ยนะ บอกเลยว่า ไปเถอะไปเที่ยวฤดูนี้ก็จะได้ความแปลกใหม่ไปอีกแบบนึง ยิ่งใครชอบอากาศหนาวๆ นี่ฟินเลยล่ะ ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าแล้วเตรียมตัวไปกันเลยดีกว่า!

————————————————————————-

ขอบคุณข้อมูลจาก anngle.org/th

เมื่อเอ่ยถึงการท่องเที่ยวเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิแล้วจะต้องนึกถึง “การชมซากุระ” กันอย่างแน่นอน บรรยากาศที่ซากุระปกคลุมวัดวาอารามและเมืองอันแสนงดงามนับเป็นทัศนียภาพเฉพาะของเกียวโตเลยก็ว่าได้ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตกันค่ะ

การชมซากุระ ในเมืองเก่าอย่างเกียวโตนับเป็นกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิเลยก็ว่าได้ ดอกซากุระบานสวยงามในเมืองเก่าที่มีประวัติยาวนาน ทัศนียภาพของสวนญี่ปุ่นอันงดงามในวัดโคไดจิที่บานสะพรั่งไปด้วยซากุระและวิวซากุระที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเก่า อย่างเมืองกิออนและ โทเกสึเคียวในอาราชิยามะ ดูงดงามชวนฝันราวกับภาพวาด ทำให้เราสามารถสัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ช่วงชมซากุระตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายนก็ยังมีการจัดไลท์อัพตามสถานที่ต่างๆอีกด้วย ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแหล่งชมซากุระห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิและข้อควรรรู้เพื่อให้สามารถชมซากุระได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินมากขึ้นกว่าที่เคยกันค่ะ 

ฤดูกาลชมซากุระในเกียวโต

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

ช่วงเวลาชมซากุระในเกียวโตคือตั้งแต่ต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานที่และสภาพอากาศในแต่ละปี ช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีจะมีการประกาศเกี่ยวกับช่วงเวลาการบานสะพรั่งของดอกซากุระ ส่วนตั้งแต่ช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น แต่สายพันธุ์ของซากุระบ้างก็บานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม บ้างก็บานช่วงกลางเดือนเมษายน เนื่องจากถ้าเกิดฝนตกอาจทำให้ซากุระร่วงโรยได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เช็คสถานการณ์จากเว็บไซต์หลักของแต่ละสถานที่ก่อนไปเที่ยวจริงเสมอ

แหล่งชมซากุระแนะนำ

ในเกียวโตเต็มไปด้วยแหล่งชมซากุระขึ้นชื่อมากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราจึงสามารถเลือกแหล่งชมซากุระได้ตามเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็น “อยากชมซากุระพลางเดินเล่นเลียบแม่น้ำ” “อยากชมซากุระโดยมีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมวัดวาอารามสวยๆ” หรือ “อยากชมซากุระตามแหล่งมรดกโลก” เป็นต้น นอกจากนี้ เนื่องจากบางแห่งก็มีการจัดไลท์อัพตอนกลางคืนด้วย กิจกรรมชมซากุระยามค่ำคืนจึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยเราจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศชวนฝันแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง

1. Maruyama Park (สวนมารุยามะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Maruyama Park (สวนมารุยามะ) คือ สวนสาธารณะซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้คนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจชั้นแนวหน้าในเมืองเกียวโต ภายในสวนมีต้นซากุระกว่า 680 ต้น ทำให้ในช่วงชมซากุระมักจะคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินทางมาชมซากุระอยู่เป็นประจำทั้งกลางวันและกลางคืน โดยปกติแล้วปลายเดือนมีนาคม “ชิดาเระซากุระ” จะบานสะพรั่งก่อนใครเพื่อนและตามมาด้วย “โซเมโยชิโนะซากุระ”, “ยามะซากุระ” และ “ยาเอชิดาเระซากุระ” ตามลำดับไปจนถึงกลางเดือนเมษายน บอกเลยว่าเพลินตากันยาวๆเลยจ้า… และสัญลักษณ์ของสวนมารุยามะแห่งนี้เลยก็คือ “ชิดาเระซากุระ” อายุกว่า 80 ปีตามภาพนั่นเอง โดยคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า「ซากุระยามค่ำคืนแห่งกิอง」หลังจากพระอาทิตย์ตกดินจะมีการจัดไลท์อัพขึ้นอย่างสวยงาม 

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 680 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ และยาเอชิดาเระซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (กลางเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนในระหว่างช่วงพระอาทิตย์ตกดิน~ตี 1 ของวันถัดไป)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Maruyamacho, Higashiyama Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.city.kyoto.lg.jp/kensetu/page/0000083282.html

2. Heian Shrine (ศาลเจ้าเฮอัน)

Heian Shrine (ศาลเจ้าเฮอัน) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1895 แห่งนี้ปลูกต้นซากุระเอาไว้มากกว่า 20 สายพันธุ์รวม 300 ต้น โดยกว่าครึ่งเป็น “เบนิชิดาเระซากุระ” บรรยากาศของซากุระที่ปกคลุมศาลเจ้าอันแสนงดงามจากการตัดกันระหว่างสีแดงและสีเขียวเป็นอะไรที่ชวนฝันสุดๆ ช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัด「งานดื่มน้ำชาชมซากุระ」ที่สามารถเพลิดเพลินกับชาเขียวญี่ปุ่นของแท้ได้และ「คอนเสิร์ตเบนิชิดาเระ」พลางชมซากุระที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงาม เนื่องจากบริเวณโดยรอบศาลเจ้าเฮอันเป็นที่ตั้งของแหล่งชมซากุระขึ้นชื่ออย่าง ถนนสายนักปราชญ์ และ วัดคงไคโคเมียวจิ ด้วย จึงขอแนะนำให้ลองแวะไปชมกันสักเล็กน้อยดูค่ะ ^^

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 300 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, เบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ฮิกันซากุระ, ยามะซากุระ, ซาโตะซากุระ และคันฮิซากุระ
เวลาทำการ:8:30~18:00 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดคอนเสิร์ตเบนิชิดาเระหลังปิดสวนเป็นเวลาหลายวันในช่วงต้นเดือนเมษายน (18:15~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน・เด็กเล็ก 300 เยน ※ ไม่รวมค่าเข้าชมคอนเสิร์ตเบนิชิดาเระ
ที่อยู่:97 Okazaki Nishitennōchō, Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.heianjingu.or.jp/

3. Arashiyama (อาราชิยาม่า)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

อาราชิยาม่า เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามขึ้นชื่อของเกียวโตที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ โดยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นแหล่งชมซากุระมาตั้งแต่ในอดีต ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น เราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามที่ภูเขาทั้งลูกย้อมไปด้วยสีชมพูอ่อนได้ บริเวณสะพานโทเก็ตสึเคียวเลียบ แม่น้ำคัตสึระ มีต้นซากุระกว่า 1500 ต้น เราจึงสามารถเดินเล่นพลางชมวิวซากุระที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงามได้อย่างชิลล์ๆในตอนกลางคืน นอกจากนี้ การชมซากุระจากบน รถไฟตัดภูเขา และ เรือล่องแม่น้ำ ก็นับเป็นอีกหนึ่งความสนุกสนานเฉพาะของอาราชิยาม่าเลยทีเดียว

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:มากกว่า 1500 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยามะซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอะซากุระ และชิดาเระซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Arashiyama, Ukyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.arashiyamahoshokai.com/

4. Tō-ji (วัดโทจิ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Tou-Ji (วัดโทจิ) แห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เคียวโอโกะโคคุจิ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก เนื่องจากเราสามารถเพลิดเพลินกับวิวซากุระซึ่งมีฉากหลังเป็น เจดีย์ห้าชั้น ได้ จึงนับเป็นจุดถ่ายรูปที่ระลึกแนะนำเลยจ้า… บรรยากาศการไลท์อัพหลังพระอาทิตย์ตกดินดูงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว และไฮไลท์ขึ้นชื่อประจำวัดโทจิเลยก็คือ「ฟูจิซากุระ」อายุกว่า 130 ปีนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีซากุระสายพันธุ์ คาวาสึซากุระ ซึ่งบานเร็วกว่าชาวบ้านเค้าด้วยนะเออ… เราจึงสามารถดื่มด่ำกับซากุระได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 200 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:คาวาสึซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ และชิดาเระซากุระ
เวลาทำการ:8:00~17:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มี (กลาง-ปลายเดือนมีนาคมในระหว่างเวลา 18:30~22:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 500 เยน・นักเรียนม.ปลาย 400 เยน・ต่ำกว่านักเรียนม.ต้น 300 เยน
ที่อยู่:1 Kujōchō, Minami-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.toji.or.jp/

5. Nijō Castle (ปราสาทนิโจ)

Nijō Castle (ปราสาทนิโจ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ โทกุกาวะ อิเอยาสึ ในเกียวโตมาก่อน จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่แฟนๆประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ภายในพื้นที่ปราสาทเต็มไปด้วยซากุระมากมายกว่า 50 สายพันธุ์ที่บานสะพรั่งในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ, โอชิมะซากุระ, คันฮิซากุระ และซาโตะซากุระ เป็นต้น เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนเมษายนกันอย่างจุใจ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 400 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยาเอเบนิชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยามะซากุระ, โอชิมะซากุระ, คันฮิซากุระ และซาโตะซากุระรวมกว่า 50 สายพันธุ์
เวลาทำการ:8:45~17:00 น. ช่วงเวลาไลท์อัพเปิดทำการ 18:00~21:30 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนในระหว่างเวลา 18:00~21:30 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน・นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย 350 เยน・นักเรียนประถม 200 เยน ช่วงเวลาไลท์อัพผู้ใหญ่ 400 เยน・นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย 200 เยน
ที่อยู่:541 Nijojocho, Nakagyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.city.kyoto.jp/bunshi/nijojo/

6. Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Kiyomizu-dera (วัดคิโยมิสึ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก แห่งนี้เป็นวัดยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากมายอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี ภายในพื้นที่วัดมีต้นซากุระกว่า 1500 ต้น「ระเบียงคิโยมิสึ」ที่ปกคลุมไปด้วยซากุระนับเป็นทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดเลยก็ว่าได้ หลังพระอาทิตย์ตกดินขอแนะนำให้อยู่รอชมซากุระยามค่ำคืนพลางชมระเบียงคิโยมิสึและ เจดีย์สามชั้น ที่ถูกไลท์อัพอย่างสวยงามกันด้วยเนอะ เส้นทางเดินเล่นกินลมชมวิวจากวัดคิโยมิสึผ่าน สวนมารุยามะ ไปทาง กิองชิราคาวะ เป็นเส้นทางชมซากุระที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งตอนกลางวันและบรรยากาศการไลท์อัพในตอนกลางคืนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไปทางวัดจะเริ่มทำการบูรณปฏิสังขรณ์ในระยะยาว โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2020 ดังนั้น ในช่วงนี้เราจะยังไม่สามารถชมทัศนียภาพของซากุระ, วัดคิโยมิสึ และอาคารบ้านเมืองของเกียวโตได้อย่างเต็มที่ ยังไงก็ระวังกันให้ดีด้วยนะจ๊ะ…

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม ~ ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1500 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โซเมโยชิโนะซากุระและยามะซากุระ
เวลาทำการ:6:00~18:00 น. ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างช่วงเวลา 18:00~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 400 เยน・เด็ก 200 เยน
ที่อยู่:Kiyomizu 1-chome, Higashiyama Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.kiyomizudera.or.jp

7. Kamo Shrine (ศาลเจ้าคาโมะ)

Kamo Shrine (ศาลเจ้าคาโมะ) ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตแห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า「คาโมะวาเคคัตสึจิจินจะ」โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก และไฮไลท์เด่นประจำศาลเจ้าคาโมะแห่งนี้เลยก็คือชิดาเระซากุระอันแสนงดงามอย่าง「ไซโอซากุระ」และ「โกโฉะซากุระ」นั่นเอง “ไซโอ” หมายถึง เจ้าหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานสำหรับรับใช้เทพเจ้าภายในราชวัง ส่วน “โกโฉะ” หมายถึง จักรพรรดิ ต้นซากุระทั้งคู่ต่างเป็นไม้ชั้นดีกิ่งก้านโออ่าสง่างามดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาชมกันมากมาย

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน ~ กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 300 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:เบนิชิดาเระซากุระ, ชิโระชิดาเระซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ และยามะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี・เปิดให้เข้าสักการะพิเศษ 10:00~16:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี・ค่าเข้าสักการะพิเศษ 500 เยน
ที่อยู่:339 Kamigamo Motoyama, Kita-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu 6
เว็บไซต์หลัก:http://www.kamigamojinja.jp/

8. Hirano Shrine (ศาลเจ้าฮิราโนะ)

Hirano Shrine (ศาลเจ้าฮิราโนะ) เป็นแหล่งชมซากุระขึ้นชื่อชั้นแนวหน้าในเกียวโต โดยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็น「ซากุระยามค่ำคืนแห่งฮิราโนะ」มาตั้งแต่ในสมัยเอโดะ ในตอนกลางคืนจะมีการจัดไลท์อัพขึ้นอย่างงดงาม ภายในศาลเจ้าปลูกต้นซากุระเอาไว้ 50 – 60 สายพันธุ์รวมถึงสายพันธุ์สุดแปลกที่ไม่ค่อยได้เห็นกันด้วย โมโมะซากุระ จะบานสะพรั่งไปในช่วงต้นเดือนมีนาคมตามมาด้วยซากุระสายพันธุ์อื่นๆอีกมากมายอย่าง ซากิกาเคะซากุระเนซาเมะซากุระฮิราโนะอิโมเสะ และโซเมโยชิโนะซากุระเรียงแถวกันบานสะพรั่งจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระได้ตลอดทั้งเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 400 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โมโมะซากุระ, ซากิกาเคะซากุระ, เนซาเมะซากุระ, ฮิราโนะอิโมเสะ และโซเมโยชิโนะซากุระรวมกว่า 60 สายพันธุ์
เวลาทำการ:6:00~17:00 น. (ช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่เปิดทำการถึงเวลา 21:00 น.)・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนระหว่างช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:1 Hirano Miyamotochō, Kita-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:http://www.hiranojinja.com/

9. Philosopher’s Walk (ถนนสายนักปราชญ์)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

Philosopher’s Walk (ถนนสายนักปราชญ์) คือ ถนนที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน「100 ถนนของญี่ปุ่น」โดยชื่อมีที่มาจากการที่เคยมีนักเขียนมาเดินเล่นนั่นเอง บรรยากาศของซากุระกว่า 500 ต้นที่ตั้งเรียงรายกันบนถนนเส้นเล็กๆยาว 2 กิโลเมตรเลียบคลองเป็นอะไรที่สุดยอดเกินคำบรรยาย ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น เราจะได้เพลิดเพลินกับอุโมงค์ซากุระงดงามมากค่ะ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 500 ต้น
สายพันธ์:โซเมโยชิโนะซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Tetsugaku-no-michi, Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu
เว็บไซต์หลัก:-

10. Kyoto Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต)

Kyoto Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต) แห่งนี้เต็มไปด้วยซากุระกว่า 130 สายพันธุ์ เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับซากุระหลากหลายสายพันธุ์ได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนเมษายนเลยทีเดียว ภายในสวนมีการจัดแสดงพืชพรรณกว่า 120,000 ต้น แถมยังมี ห้องเรือนกระจก ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อีกต่างหาก จึงบอกเลยว่าแฟนๆผู้ชื่นชอบพืชพรรณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! ส่วนทางตอนเหนือของห้องเรือนกระจกเป็นป่าซากุระอันแสนกว้างใหญ่ให้ได้เดินชมซากุระกันอย่างชิลล์ๆ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:กลางเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:450 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:คันฮิซากุระ, โซเมโยชิโนะซากุระ, ยาเอเบนิชิดาเระ และคิคุซากุระรวมกว่า 130 สายพันธุ์
เวลาทำการ:9:00~17:00 น.
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างช่วงพระอาทิตย์ตกดิน~21:00 น.)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 200 เยน・นักเรียนม.ปลาย 150 เยน
ที่อยู่:Shimogamo Hangicho, Sakyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.pref.kyoto.jp/plant/

11. Takase River (แม่น้ำทาคาเสะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

เลียบ Takase River (แม่น้ำทาคาเสะ) ที่ไหลผ่านถนนคิยามาจิเป็นแหล่งเพลิดเพลินกับซากุระอันงดงามและอาคารบ้านเมืองดั้งเดิมของเกียวโต โดยเรียงรายไปด้วยซากุระกว่า 200 ต้นบนถนนยาวกว่า 1 กิโลเมตร เนื่องจากมีการจัดไลท์อัพด้วย จึงขอแนะนำให้อยู่รอชมตอนกลางคืนกันอีกนิด

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 200 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โซเมโยชิโนะซากุระ
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง・ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายนระหว่างเวลา 18:00~23:00 น.)
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Nakagyō-ku, Kyoto (เลียบถนนคิยามาจิ)
เว็บไซต์หลัก:-

12. Kōdai-ji (วัดโคไดจิ)

Kōdai-ji (วัดโคไดจิ) แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องชิดาเระซากุระภายในสวนของวัดมาตั้งแต่ในสมัยก่อน ในช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่จะมีการจัดไลท์อัพและฉายภาพ 3 มิติแบบ Projection Mapping ไคซันโดและวัดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคู่กับซากุระอย่างงดงามน่าประทับใจ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 50 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:โคไดจิซากุระ, ชิดาเระซากุระ และยามะซากุระ
เวลาทำการ:9:00~17:00 น. (กลางเดือนมีนาคม~ต้นเดือนพฤษภาคมระหว่างช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะพิเศษตอนกลางคืนเปิดทำการถึงเวลา 22.00 น.) ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:มีการจัดไลท์อัพ (พระอาทิตย์ตกดิน~22.00 น.ระหว่างช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะพิเศษตอนกลางคืน)
ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กเล็ก 250 เยน
ที่อยู่:Kyōto-fu, Kyōto-shi, Higashiyama-ku, Shimokawarachō, 526
เว็บไซต์หลัก:http://www.kodaiji.com

13. Kyoto Gyoen National Garden (สวนเกียวโตเกียวเอ็น)

Kyoto Gyoen National Garden (สวนเกียวโตเกียวเอ็น) ซึ่งเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าเซ็นทรัลพาร์คแห่งเกียวโตแห่งนี้เป็นแหล่งชมซากุระอันแสนงดงามอย่างชิลล์ๆภายในพื้นที่กว้างกว่า 4 กิโลเมตร โดยเราจะได้เพลิดเพลินกับซากุระมากมายหลากหลายสายพันธุ์ เช่น “ชิดาเระซากุระ” บริเวณร่องรอยคฤหาสน์ตระกูลโคโนเอะและ “ซาโตะซากุระ” บริเวณลำธารในเดมิสึ เป็นต้น

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ปลายเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1000 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ชิดาเระซากุระ, อิโตะซากุระ, ซาโตะซากุระ และเกียวอิโค
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Kyotogyoen, Kamigyo Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://fng.or.jp/kyoto/

14. Yamashina Canal (คลองยามาชินะ)

Yamashina Canal (คลองยามาชินะ) เป็นส่วนหนึ่งของคลองบิวาโกะซึ่งไหลจาก ทะเลสาบบิวาโกะ จ.ชิกะมาสู่เกียวโต เราสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นยามะซากุระได้อย่างชิลล์ๆ นอกจากนี้ Bishamon-dō Temple (วัดบิชามอนโด) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีต้นซากุระอันแสนงดงามที่เรียกกันว่า「บิชามอนชิดาเระ」ด้วย จึงขอแนะนำให้แวะไปชมกันด้วยเลยจ้า…

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ปลายเดือนมีนาคม~ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 650 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:ยามะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:Shinomiyashinkaibata, Yamashina Ward, Kyoto, Kyoto Prefecture
เว็บไซต์หลัก:-

15. บริเวณโดยรอบ Kamogawa (แม่น้ำคาโมกาวะ)

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

ตั้งแต่สะพานคาโมกาวะไปจนถึงสะพานชิโจเรียงรายไปด้วยต้นซากุระมากมายไม่ว่าจะเป็นโซเมโยชิโนะซากุระและชิดาเระซากุระ ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่ เราสามารถเดินเล่นลอดอุโมงค์ซากุระได้ด้วยนะเออ… เนื่องจากเลียบแม่น้ำเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย จึงขอแนะนำให้ซื้ออาหารมาทานพลางชมซากุระไปด้วยจะยิ่งฟินสุดๆ

ช่วงเวลาในการชมซากุระ:ต้นเดือนเมษายน
จำนวนต้นซากุระ:ประมาณ 1000 ต้น
สายพันธุ์ของซากุระ:เบนิชิดาเระซากุระและโซเมโยชิโนะซากุระ เป็นต้น
เวลาทำการ:24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
งานอีเว้นท์ชมซากุระตอนกลางคืน:ไม่มี
ค่าเข้าชม:ฟรี
ที่อยู่:-
เว็บไซต์หลัก::http://www.pref.kyoto.jp/kamogawa/1205475129577.html

อุณหภูมิและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการชมซากุระในเกียวโต

【SAKURA】15 แหล่งชมซากุระสุดเจ๋งในเกียวโตและข้อควรรู้!

อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงชมซากุระปลายเดือนมีนาคม~กลางเดือนเมษายนอยู่ที่ 10 – 12 องศา โดยช่วงกลางวันและกลางคืนจะมีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิเป็นอย่างมาก โดยในตอนกลางวันขอแนะนำให้สวมเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อโค้ทบางๆก็เพียงพอแล้ว แต่เมื่อตกกลางคืนอุณหภูมิอาจลดต่ำลงไปถึงประมาณ 5 องศา ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวอย่างเสื้อสเวตเตอร์หรือผ้าพันคอมาให้พร้อม นอกจากนี้ก็อย่าลืมแวะซื้อไคโระสำหรับให้ความอบอุ่นตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตกันด้วยเนอะ

มารยาทในการชมซากุระ

ส่วนใหญ่แล้วตามสวนสาธารณะที่เปิดให้เข้าชมฟรีจะมีธรรมเนียมการจองที่ชมซากุระกันเป็นเรื่องปกติ แต่เนื่องจากสวนสาธารณะบางแห่งก็จะมีการกำหนดพื้นที่ที่สามารถจับจองได้และพื้นที่ต้องห้ามเอาไว้ด้วย จึงควรเช็คล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเสมอ 

นอกจากนี้ก็ยังมีกฎให้นำขยะของตัวเองกลับไปทิ้งหลังชมซากุระหรือกำหนดพื้นที่ทิ้งขยะเอาไว้ด้วย ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆเพลิดเพลินกับการชมซากุระโดยรักษากฎระเบียบที่กำหนดไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก www.matcha-jp.com