พอย่างก้าวเข้าไปในร้าน คุณจะพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางคอลเล็คชั่นสุดพรีเมี่ยมของมังงะเรื่องนี้ ทั้งหนังสือการ์ตูน แม็กกาซีน และหนังสื่อต่างๆ เกี่ยวกับวันพีซ แถมสถานที่แห่งนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องสมุดวันพีซแห่งแรกและแห่งเหียวของโลกอีกด้วย!!

นอกจากอาหารและเครื่องดื่มอันเลิศรสแล้ว ทางคาเฟ่แห่งนี้ยังมอบโอกาสให้เหล่าลูกค้าอ่านหนังสือที่ทางร้านมีกันแบบเต้มที่ไม่มีกั๊กเลยล่ะ

คาเฟ่แห่งนี้จะอบอวลไปด้วยบรรยากาศของการ์ตูนวันพีซ

ทั้งหนังสือการ์ตูน แม็กกาซีนต่างๆ เกี่ยวกับวันพีซ แถมมีฉบับที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 6 ภาษาจากทั่วโลก

‘ห้องสมุดวันพีซ’ แห่งแรกและแห่งเดียวของโลก

อาหารก็น่าทานมากๆ มีให้เลือกกันหลากหลายเมนูเลยล่ะ

นอกจากนี้ภายในโตเกียวทาวเวอร์ชั้นบนยังเป็นสวนสนุกวันพีซ แถมข้างๆ ยังมีร้านอาหาร Sanji’s Oresama ที่จะมอบโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสอาหารฝีมือของซันจิอีกด้วย!!

มาที่นี่บอกได้เลยครบครันมากๆ

ลองมาชมภาพบรรยากาศในร้านกันดูนะจ๊ะ

หนังสือการ์ตูนที่มีกว่า 6 ภาษา ทั้งญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนี เกาหลี จีน และสเปน!! รวมถึงของสะสมต่างๆ มากมาย

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอย่างดีของเหล่าบรรดาแฟนๆ เลยล่ะ!!

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจล่ะก็ เข้าไปดูในเว็บไซต์ของทางร้านกันได้เลย

Mugiwara Cafe!! => https://onepiecetower.tokyo/shop/cafe?lang=en 

มีโอกาสอย่าลืมไปเที่ยวนั่งเล่นกันดูน้าาา 

—————————————————————————————–

Cr. catdumb.com

ในญี่ปุ่นเริ่มดำเนินการเปลี่ยนป้ายจราจรให้มี 2 ภาษาคือ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมตัวสำหรับกีฬาโอลิมปิก และ พาราลิมปิก ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในปี 2020 ที่จะถึงนี้

ตำรวจนครบาลกรุงโตเกียวได้กล่าวว่า จะมีการเปลี่ยนป้ายที่มี 2 ภาษา เป็นจำนวน 35,000 ป้าย จาก 140,000 ป้ายที่แสดงสัญญานให้รถหยุด (Stop, Tomere, 止まれ) โดยเฉพาะที่อยู่บริเวณรอบ ๆ สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2020 ที่จะถึงนี้ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คนต่างชาติเข้าใจสัญลักษณ์ได้ง่ายขึ้น

อื้อฮือ…. ป้ายใหม่ไฉไลกว่าเดิมจริงๆ

ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับจำนวนป้ายที่มีทั้งหมดทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะป้ายสัญญานบอกให้หยุด (Stop, Tomere, 止まれ) หรือป้ายที่มีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีแดง ซึ่งมีมากถึง 1.7 ล้านป้าย และป้ายสัญญานให้ขับช้า ๆ (Slow down sign) มีจำนวน 1,000 ป้าย

และในครั้งนี้เองก็ที่ได้มีการแนะนำเกี่ยวกับการทำป้ายใหม่ ทั้งป้ายสัญญานให้หยุด (Stop, Tomere, 止まれ) และป้ายให้ขับช้า ๆ ​(Slow down sign) ที่เป็นแบบสองภาษาคือ ภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาอังกฤษ อีกด้วย

จากยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2016 ที่ได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนมากถึง 24 ล้านคน เลยทำให้ทางหน่วยงานได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนป้ายเป็นแบบใหม่เพื่อความสะดวกและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังได้มีการเตรียมการแนะนำเส้นทางในการเดินทางจากสนามบินไปยังบริเวณรอบ ๆ และวิธีการเช่ารถยนต์ให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

เปลี่ยนป้ายครั้งนี้ คงจะทำให้คนต่างชาติเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนต่างชาติเองก็ต้องทำตามกฎการขับขี่รถยนต์ในญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกันค่ะ เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ปลอดภัยไว้ก่อน

ที่มา : japantimesanngle

บนเกาะโคซูชิมะ (神津島) ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากใจกลางกรุงโตเกียว เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติมากมายที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส สามารถเดินทางโดยเรือจากท่าเรือทาเคชิบะซัมบะชิ (竹芝桟橋) หรือจะขึ้นเครื่องบินจากเมืองโชฟุ (調布) ไปลงที่เกาะโคซูชิมะ เสน่ห์ทะเลอันสวยสดงดงามของเกาะแห่งนี้อาจทำให้คุณลืมไปว่าที่นี่คือโตเกียว อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่น การดำน้ำภายใต้น้ำทะเลใสสะอาด ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถสนุกสนานกันได้ที่เกาะแห่งนี้ วันนี้เราจะขอแนะนำ 4 สถานที่ในเกาะโคซูชิมะที่คุณจะต้องไปให้ได้ในฤดูร้อนนี้มาฝากกัน!

เล่นน้ำทะเลกับหาดทรายขาวที่มาเอะฮามะไคซุยโยะคุโจ (前浜海水浴場)

มาเอะฮามะไคซุยโยะคุโจ หรือที่แปลว่าสถานที่ที่เป็นหาดทรายเหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเล สถานที่แห่งนี้ถือเป็นประตูสู่เกาะโคซูชิมะเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือโคซูชิมะ จนแทบไม่อยากเชื่อว่าที่นี่คือส่วนหนึ่งของกรุงโตเกียวเมืองแห่งแสงสีและความวุ่นวาย วิวสวยสุดลูกหูลูกตาของน้ำทะเลที่ใสสะอาด ที่ไม่ว่าคุณจะมาพักผ่อนใช้ชีวิตสโลไลฟ์ หรือจะมาทำกิจกรรมสนุก ๆ กับทะเลแสนสวยแห่งนี้ก็รับประกันความฟิน นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้ ๆ กับ มาเอะฮามะไคซุยโยะคุโจยังมีร้านค้าและร้านอาหารมากมายคอยให้บริการ หากขาดเหลืออะไรไปก็สามารถหาซื้อได้อย่างสบายใจ

สถานที่เหมาะแก่การดำแบบ Snorkeling ที่อากะซะกิยูโฮะโด (赤崎遊歩道)

สำหรับใครที่อยากทำกิจกรรมสนุก ๆ บนเกาะโคซูชิมะอย่างเต็มที่ล่ะก็ เราขอแนะนำที่อากะซะกิยูโฮะโดเลย! ซึ่งคำว่า ยูโฮโด (遊歩道) หมายถึง ถนนสำหรับเดินเล่น สถานที่แห่งนี้มีการปรับปรุงให้คุณสามารถเดินเล่นชมวิวของเกาะได้อย่างสบายอารมณ์ ในวันที่อากาศปลอดโปร่งถ้าได้เดินเล่นบนถนนแห่งนี้รับรองว่าฟินสุด ๆ เท่านั้น

ยังไม่พอ! สำหรับใครที่ชอบความท้าทาย เราขอท้าให้คุณไปกระโดดบนแท่นสำหรับกระโดดความสูง 3 เมตร หรือจะกระโดดลงทะเลจากกลางสะพานที่สูง 5 เมตร หรือถ้ายังไม่สะใจก็สามารถกระโดดจากโขดหินที่มีความสูงราว 10 เมตรได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีอ่าวเล็ก ๆ ที่เหมาะแก่การดำน้ำแบบ Snorkeling ที่รับรองว่าคุณจะต้องเต็มอิ่มกับดูปลาและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างแน่นอน

ค้นพบเสน่ห์อันลึกลับของทิวทัศน์ที่เซนเรียวอิเคะ (千両池)

สำหรับใครที่อยากจะค้นพบเสน่ห์อันลึกลับของทิวทัศน์อันสวยงามด้วยตัวเอง เราขอแนะนำให้ไปที่เซนเรียวอิเคะ ถึงแม้ว่า อิเคะ (池) จะแปลว่า บ่อน้ำ แต่เนื่องจากที่แห่งนี้ได้เชื่อมต่อกับทะเลจึงทำให้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นอ่าวเล็ก ๆ ที่มีหน้าผาล้อมรอบ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้ชมวิวทิวทัศน์สวย ๆ ของที่นี่ เพราะคุณจะต้องเดินตามหินผาเพื่อชมวิวในมุมต่าง ๆ นี่จึงเป็นที่มาที่มาของเสน่ห์อันลึกลับของทิวทัศน์ที่ความสวยงามแบบที่หาดูที่ไหนไม่ได้

และแน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ยังเหมาะแก่การดำน้ำแบบ Snorkeling แต่เนื่องจากมีหน้าผาล้อมรอบอยู่จึงควรรักษาความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุด้วยการสวมรองเท้ากีฬาทางน้ำ หรือ Water Shoes ด้วยนะคะ!

ไม่ได้มีเสน่ห์แค่ทะเลเท่านั้น! บนภูเขาเท็นโจซัง (天上山) ก็ยังมีวิวสวย ๆ ให้ดูด้วย

ถ้าพูดถึงเกาะเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกไปจากเกาะอื่น ๆ หลายคนจะนึกถึงแต่น้ำทะเลที่ล้อมรอบเกาะกันส่วนใหญ่ แต่ที่เกาะโคซูชิมะยังมีภูเขาสูงให้ได้ชมวิวรอบ ๆ เกาะได้อีกด้วย ภูเขาเท็นโจซังมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 572 เมตร ถึงแม้จะไม่ใช่ภูเขาสูงอะไรมากมายแต่ที่นี่ก็เป็นภูเขาที่สามารถทำกิจกรรมปีนเขาได้ง่าย ๆ สำหรับมือใหม่

นอกจากนี้ บนภูเขาเท็นโจซังยังมีวิวสวยราวกับภาพถ่ายอีกมากมายรอให้คุณไปสัมผัสเองด้วยตา โดยจุดที่แนะนำให้ไปชมให้ได้คือ วิวทางฝั่งหมู่บ้านที่ทอดยาวไปถึงทะเล อีกทั้งยังมีด้านหน้าทะเลทรายที่อยู่ในบริเวณภูเขาให้ได้นั่งพักผ่อน ชมวิวอันน่าอัศจรรย์ของหน้าทะเลทรายจนคุณอาจสงสัยว่า “นี่ฉันกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่?” ยังไม่พอ! หากมาภูเขาแห่งนี้ในฤดูที่แตกต่างกันออกไป คุณจะได้เห็นความงดงามของดอกไม้ประจำฤดูหลากหลายพันธุ์ จึงทำให้ที่นี่สามารถดื่มด่ำบรรยากาศได้ทุกฤดูไม่เฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น

วิธีเดินทางไปเกาะโคซูชิมะ

เกาะโคซูชิมะ เกาะเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกห่างจากกรุงโตเกียวนี้มีวิธีการเดินทางไปหลากหลายวิธี ได้แก่ การเดินทางในตอนกลางคืนโดยเรือโดยสารขนาดใหญ่จากโดยเรือจากท่าเรือทาเคชิบะซัมบะชิ, หรือจะโดยสารเรือเจ็ทความเร็วสูงไปยังเกาะโคซูชิมะโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที, อีกทั้งยังสามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินเมืองโชฟุ โดยใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การเดินทางด้วยการโดยสารเรือขนาดใหญ่ในเวลากลางคืนนั้นค่อนข้างใช้เวลาเดินทางมาก แต่เมื่อคุณตื่นนอน รับรองว่าจะได้พบวิวสุดวิเศษยามเช้าจากบนเรือแบบในภาพด้านบนอย่างแน่นอน! สำหรับใครที่ยังไม่เคยเที่ยวทะเลในญี่ปุ่น หวังว่าเกาะโคซูชิมะจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะทำให้คุณลืมไปจริง ๆ ว่า ที่นี่คือโตเกียว!

ที่มา : guide.travekouzushimaanngle.org